“สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งหน่วยงานใน ทส. เร่งระดมสรรพกำลัง เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยวิกฤติ เป็นการด่วน

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เร่งระดมสรรพกำลัง เครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ จำเป็น เข้าสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยที่วิกฤติในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง โดยได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงฯ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) แต่ละจังหวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานงานบูรณาการการเข้าให้ความช่วยเหลือสนับสนุนของแต่ละหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาพรวมร่วมกับแต่ละจังหวัดเกิดเอกภาพ และสามารถให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า “จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ที่วิกฤติ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เร่งระดมสรรพกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น กรมทรัพยากรน้ำ (ทน.) ที่ได้ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ ในแต่ละพื้นที่ เข้าร่วมวางแผนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสูบระบายน้ำในพื้นที่วิกฤติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน รวมถึงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ตามที่มีสถานีตรวจวัด เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างทันท่วงที“

”พร้อมทั้งได้ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดเตรียมน้ำดื่มสะอาดบรรจุขวด แจกจ่ายไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างทั่วถึง เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยยังคงมีน้ำดื่มสะอาดบริโภคอย่างเพียงพอ รวมถึงได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ สนับสนุนกำลังพลเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ รวมถึง เรือและเฮลิคอปเตอร์ ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็น เพื่อเข้าช่วยเหลือสนับสนุนการอพยพของประชาชน เคลื่อนย้ายสิ่งของ และสัตว์เลี้ยง ออกจากพื้นที่ประสบภัย รวมถึงให้เตรียมพร้อมรถประกอบอาหาร เพื่อนำมาประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนหากสถานการณ์ในพื้นที่วิกฤติไม่คลี่คลายโดยเร็ว“

”นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝน และความอ่อนไหวทางธรณีในพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนสถานการณ์กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง หากมีการแจ้งเตือนขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย“ นายสุชาติ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พ่ายฝน300มม.! ‘ชัชชาติ’ สารภาพยากต่อการรับมือให้รอ3วันนํ้าแห้ง

กรุงเทพฯ วิกฤต “ชัชชาติ" เผย กทม.ฝนสะสมกว่า 300 มม. ยอมรับยากต่อการรับมือ หากต้องการแก้อย่างมีประสิทธิภาพต้องลงทุนเพิ่ม ระบุสถานการณ์ทรงตัว คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2-3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์

‘อนุทิน’รีบบินกลับ!

"อนุทิน" รีบกลับไทยก่อนกำหนด ประชุมคอนเฟอเรนซ์กำกับสถานการณ์น้่ำท่วมกรุง รัฐบาลเตือน 25 จังหวัดเสี่ยงแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก ย้ำพื้นที่ฝนสะสมสูงเตรียมพร้อมอพยพ เปิดจุดจอดรถหนีน้ำฟรี

21 จังหวัดยังอ่วม 'กทม.' จมน้ำ 48 ชั่วโมง จับตา 27 ก.ย.ฝนหนักถล่มซ้ำ

ประมวลสถานการณ์น้ำท่วม พบ 21 จังหวัดยังอ่วม กระทบวงกว้าง ขณะที่ กทม.เจอฝนต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง หลายเส้นทางจมน้ำ การจราจร

ไขกระจ่าง! นักอุตุนิยมวิทยา อธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม ไม่ใช่ 'ฝน 1,000 ปี'

ดร.วัฒนา กันบัว ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย และอดีตผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไขข้อข้องใจ: ปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม "ฝน 1000 ปี" จริงหรือ? หรือเกิดจากกลไกทางอุตุนิยมวิทยาแบบไหนกันแน่

วิกฤตน้ำท่วมปากน้ำ! ร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงชั้น ชาวบ้านลุยน้ำตุนของ

สมุทรปราการยังวิกฤต ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ แห่ตุนของจากร้านสะดวกซื้อ หวั่นระดับน้ำเพิ่มสูง