ในโลกอุตสาหกรรมที่ทุกระบบการหมุนที่ลดแรงเสียดทานอย่างมีประสิทธิภาพ “ตลับลูกปืน” คือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่สร้างความต่างครั้งใหญ่ และชื่อของ SKF หรือ “Svenska Kullagerfabriken” ที่แปลว่า โรงงานผลิตตลับลูกปืนเม็ดกลมของสวีเดน คือหนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานกว่าศตวรรษ ซึ่งก่อตั้งที่ประเทศสวีเดน ในปี ค.ศ. 1907 คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการหมุนที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลก
SKF ได้เข้ามาวางรากฐานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1987 และตลอดกว่า 38 ปีที่ผ่านมา SKF ประเทศไทย ได้ทำหน้าที่เป็น “เบื้องหลัง” ให้หลายอุตสาหกรรมหลัก เช่น น้ำตาล ปูนซีเมนต์ ยางพารา แป้ง และอีกหลายอุตสาหกรรมสำคัญในประเทศ โดยไม่เพียงขายตลับลูกปืน แต่ขยายไปสู่การเป็น ผู้ให้บริการโซลูชั่นครบวงจร (Total Solution) ตั้งแต่ระบบซีล ระบบหล่อลื่น ไปจนถึงเทคโนโลยีตรวจวัดสภาพการทำงานแบบเรียลไทม์ (Condition Monitoring) ที่ช่วยให้โรงงานสามารถคาดการณ์การซ่อมบำรุงและลดความเสียหายของเครื่องจักรได้อย่างแม่นยำ
คุณทวิวัชร์ เรืองปัญญาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เค เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดตลับลูกปืนในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยตลาดอุตสาหกรรมทั่วไปมีขนาดราว 12,500 ล้านบาท ซึ่ง SKF ครองส่วนแบ่งได้ถึง 25% ในเซกเมนต์นี้”
เบื้องหลังความสำเร็จของการเป็นผู้นำในตลาดมาจากพันธกิจระดับโลก “Together, we re-imagine rotation for a better tomorrow” ซึ่งถูกถ่ายทอดเป็น 3 เป้าหมายสำคัญของ SKF ประเทศไทย ได้แก่
1.Partnership – เสริมบทบาทการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย
2.Transformation – สนับสนุนองค์กรและพาร์ทเนอร์ ปรับธุรกิจให้ทันกับยุคใหม่ จากการขายผ่าน Traditional Trade สู่ E-commerce พร้อมใช้ Data Analytics กำหนดกลยุทธ์
3.Sustainability – ผลักดันความยั่งยืนครบทุกมิติ ทั้งผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน สิ่งแวดล้อม และบุคลากร
คุณทวิวัชร์ เสริมว่า “จุดแข็งของ SKF ไม่ใช่การขายสินค้า แต่คือการให้บริการแบบ Total Solution Service ตั้งแต่วิเคราะห์ปัญหา ตรวจสอบความเสียหาย ไปจนถึงแนะนำวิธีแก้ไขที่ตรงจุด นอกจากนี้เรายังมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญและร่วมงานยาวนานกว่า 30 ปี”
เมื่อต้องรับมือความผันผวน คุณทวิวัชร์ฉายภาพให้เห็นถึงเศรษฐกิจโลกที่กำลังขยับเข้าสู่โครงสร้างแบบ K-Shaped บางอุตสาหกรรมโตแรง ขณะที่บางอุตสาหกรรมเติบโตช้าลง SKF จึงออกแบบกลยุทธ์สองทิศทาง อย่างอุตสาหกรรมที่เติบโตสูง จะมุ่งนำเสนอนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ในส่วนอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว จะใช้การนำเสนอ Solution ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้สินค้าคุ้มค่าที่สุด ยกระดับประสิทธิภาพการซ่อมบำรุง และยืดอายุอุปกรณ์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์เฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม
เมื่อพูดถึงกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของ SKF ที่อยู่ภายใต้กรอบ “SKF Care” ซึ่งครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ธุรกิจ บุคลากร สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเป็น Net Zero ในด้านการผลิตและ Supply Chain ปี 2030 และตั้งเป้า Net Zero ครอบคลุมทั้ง Value Chain ปี 2050
โดย SKF ประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานทั้งในเชิงธุรกิจและความยั่งยืน ได้แก่
1.การปรับโครงสร้าง แยกธุรกิจ Automotive ออกจากธุรกิจอุตสาหกรรม ตามทิศทางของ SKF Global
2.สร้าง Distribution Center ขนาดกว่า 40,000 ตร.ม. ที่แหลมฉบัง เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าระดับ Regional Hub
3.เปิด Circular Solution Centre ที่อยุธยา รองรับงาน Remanufacturing ตลับลูกปืน ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ Sustainability ที่ช่วยให้สามารถนำตลับลูกปืนใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำได้ไม่ต่ำกว่า 4 รอบ ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนลูกค้า และลดคาร์บอนจากการผลิตใหม่
4.การใช้รถบรรทุกไฟฟ้าร่วมกับพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ ในเขตกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในกระบวนการขนส่ง
นอกจากโครงการที่กำลังดำเนินการในประเทศไทย คุณทวิวัชร์ ยังมองถึงความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดโลก แต่ SKF เลือกตอบโจทย์ด้วยแนวคิด Regionalization คือการกระจายการผลิตไปตั้งโรงงานในภูมิภาคต่าง ๆ
“ไทยเป็นตลาดที่มีดีมานด์สูงและเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทำให้มีโอกาสสูงมากที่จะมีโรงงานผลิตใหม่ของ SKF ตั้งในประเทศไทยภายใน 2–3 ปีข้างหน้า” คุณทวิวัชร์ กล่าวปิดท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SKFหนุนแข้งไทยรุ่น14ปี ผ่าน'Meet the World Thailand Tournament2026' ส่งแชมป์ลุยสวีเดน
บริษัท เอส เค เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SKF ผู้นำระดับโลก ด้านโซลูชันตลับลูกปืนและเทคโนโลยีระบบหมุนเวียน ประกาศตอกย้ำพันธกิจในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชนฟุตบอลไทย อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน “Meet the World Thailand Tournament – B14 2026” ฟุตบอลชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี (ประเภท 11 คน) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Gothia Cup 2026 ณ ประเทศสวีเดน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชนระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุด และเปิดกว้างมากที่สุดในโลก

