เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ย. 2568 ที่ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ “Prime Minister’s Award for Health Promotion Innovation 2025” ว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าความท้าทายด้านสุขภาวะของประเทศไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อน โดยเฉพาะการเผชิญกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งเป็นผลพวงหลักจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และการขาดกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างสังคมสุขภาพดี รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกและหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะได้อย่างตรงจุด และวางรากฐานระบบสนับสนุนสุขภาพที่แข็งแกร่งให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ สสส. จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรและจุดประกายพลังความคิดสร้างสรรค์ในกลุ่มเยาวชน ประชาชน สตาร์ทอัพ และภาคีเครือข่าย ให้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ต้นแบบนวัตกรรมกว่า 150 ผลงาน ที่พร้อมนำไปขยายผลใช้งานจริง ในชุมชน สังคม และยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ
“ผมขอแสดงความชื่นชมและยกย่อง ในความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และความทุ่มเทของนวัตกรทุกทีม ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า ในการลดพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีให้แก่คนไทยทุกคน ผลงานนวัตกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่คือโอกาสและความหวัง ที่จะสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล และจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยการหลอมรวมพลังของนวัตกรรม ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างเป็นรูปธรรม” นายโสภณ กล่าว
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน สสส. และประธานอำนวยการจัดประกวดฯ กล่าวว่า การประกวดฯ ครั้งนี้ เปิดกว้างให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสบ่มเพาะสร้างทักษะความรู้ พร้อมพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาสุขภาพที่ประเทศกำลังเผชิญ ได้แก่ โรค NCDs บุหรี่ไฟฟ้า การสร้างวินัยจราจรและความปลอดภัยทางถนน มีนวัตกรสมัครเข้าร่วมโครงการ 178 ทีมทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกเหลือ 36 ทีม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพตลอด 3 เดือน เช่น สร้างความเข้าใจแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ กระบวนการพัฒนานวัตกรรม และแนวทางต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอดกิจกรรม เชื่อว่า นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากเวทีในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “จักรวาลสุขภาวะ” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพไทยในอนาคต
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน ประชาชน และภาคีเครือข่าย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านนโยบาย สิ่งแวดล้อม ความเข้มแข็งของชุมชน รวมถึงพฤติกรรมสุขภาวะดี 4 มิติ สสส. เริ่มพัฒนาโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้ชื่อ “ThaiHealth Inno Awards” ตั้งแต่ปี 2560 สู่การยกระดับเป็นรางวัลระดับชาติ ตลอดระยะเวลา 7 ปี มีทีมส่งผลงานเข้าประกวดจากทั่วประเทศจำนวน 1,660 ทีม เพาะเมล็ดพันธุ์นวัตกรรุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น 600 คน ในปี 2568 การประกวดฯ มีเป้าหมายสำคัญ 3 มิติ 1.สนับสนุนนวัตกรรุ่นใหม่ ในการสร้างนวัตกรรมแก้ปัญหาสุขภาพของสังคมที่ใช้งานได้จริง 2.พัฒนาศักยภาพนวัตกร ให้มีทักษะการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมสุขภาพ และมีความพร้อมในการขยายผลเชิงพาณิชย์ 3.ส่งเสริมการประยุกต์ใช้แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ ในการพัฒนาเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และพื้นที่ต้นแบบ ที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการป้องกันปัญหาสุขภาพ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภายในงานมีทีมได้รับรางวัลการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพฯ ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย ผลงานได้ที่รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 คือ พื้นรองเท้าอัจฉริยะเพิ่มกิจกรรมทางกาย จากทีม GGroup อันดับ 2 บอร์ดเกม พิชิตโซเดียม จากทีม SMD Team Gen 3.1 อันดับ 3 สัตว์เลี้ยงเสมือนคลายเครียด จากทีม Digipal 2.ประเภทอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 คือ สติ๊กเกอร์กลิ่นบำบัดช่วยเลิกบุหรี่ไฟฟ้า จากทีม QuitUp อันดับ 2 บอร์ดเกมฝึกการรับมือความเครียด จากทีมเด็กติดไฟ และอันดับ 3 น้องใจฟู LINE OA เพื่อนใจดิจิทัลสำหรับวัยรุ่น จากทีมน้องใจฟู 3.ประเภทประชาชนทั่วไป และสตาร์ทอัพ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 คือ ระบบเฝ้าระวังการขับขี่ด้วย AI และ IoT จากทีม AiHUB อันดับ 2 รถไฟฟ้าดัดแปลงสำหรับวีลแชร์ จากทีม MoToJp และอันดับ 3 อุปกรณ์ทดสอบสมรรถนะปอดด้วย AI จากทีมซามูไรพร้อมจะแลนด์ 4.ประเภทภาคีเครือข่าย สสส. ผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ คือ โครงการพัฒนานวัตกรรมเชิงกระบวนการเพื่อลดอคติและช่องว่างระหว่างวัย โดยบริษัท ไซด์คิก จำกัด และโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะแบบทั้งระบบ โดยมูลนิธิแพททูเฮลท์ ผู้สนใจสามารถติดตามผลงานทั้งหมดได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “PM Health Promotion Inno Award”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง
'เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ'ครั้ง25 สสส.จัดยิ่งใหญ่ ปลุกพลังขยับประเทศสู้NCDs
สสส. ร่วมกับสมาพันธ์เดินวิ่งฯ-ภาคี ใช้พลังศาสนา “ผลักดันคนไทยมีกิจกรรมทางกายสู้โรค NCDs” จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569 ” ครั้งที่ 25 พร้อมกัน70 พื้นที่ทั่วประเทศ ดีเดย์ 31 พ.ค. 2569 จุดกระแสเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยลดเนือยนิ่ง วิ่งด้วยสติ“หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต”
ปลดล็อก “ความเหลื่อมล้ำ” ด้วยบ้านและครอบครัว นวัตกรรมเชิงนโยบายคืนศักดิ์ศรีคนไร้ที่พึ่ง สู่หลักประกันระยะยาวของสังคมไทย
ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ จากสังคมสูงวัย อัตราการเกิดที่ลดลง และจำนวนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพของ “คนไร้ที่พึ่ง”
สสส. ผนึก 6 หน่วยงาน MOU ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หนุนสถานประกอบการใช้แนวคิด “Happy Workplace” และเครื่องมือ “10 Packages Plus”
ขับเคลื่อนพื้นที่ตัวอย่าง “ปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน” สร้างเกราะคุ้มกันเยาวชน...ด้วยพลังชุมชน
ปัญหายาเสพติดในไทยไม่ได้เริ่มที่ปลายทางของการปราบปราม แต่เริ่มตั้งแต่ต้นทางของ “ความเปราะบาง” ในครอบครัวและชุมชน ช่องว่างระหว่างวัย ความไม่เข้าใจกันของพ่อแม่ลูก ครูศิษย์
ผงะ! คนไทยเกือบ 2 ล้านติดบ่วงยาเสพติด หนุนรัฐผนึกชุมชนแก้ติดซ้ำ
6 อำเภอ จ.ขอนแก่น ผนึกกำลังสกัดยาเสพติด หลังพบถูกใช้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ รุกป้อง-ปราบ-บำบัด-ติดตาม ตัดวงจรเสพซ้ำ ด้าน สสส.เปิดข้อมูลสุดอึ้ง คนไทย 1.9 ล้านคนติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายั่งยืน ปักหมุด 5 จังหวัดไปต่อภายในปี 70

