ศูนย์ปฏิบัติการ ทส.ผนึกกำลัง! ลุยภารกิจ ‘Big Cleaning คืนความสุข’ คนสงขลา ระดมกำลังพล 780 นาย พร้อมรถบรรทุก-รถฉีดน้ำ อุปกรณ์ทำความสะอาดคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ปชช.ตามสั่งการ ‘รองนายกฯ สุชาติ’

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ ร่วมปฏิบัติภารกิจ "Big Cleaning คืนความสุข" เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดสงขลา หลังน้ำลด ตามการสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อน​ภารกิจ ทส.1 เดียวผ่านศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศป.ทส.) การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ทส.

สืบเนื่องจากความห่วงใยของนายสุชาติฯ​รองนายกฯและรมว.ทส. ที่มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมมาโดยตลอด จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. เร่งระดมกำลังและเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหลังน้ำลด เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ ตามนโยบายการทำงานของรัฐบาล

29 พฤศจิกายน 2568​ เวลา 08:00 น. ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ทส. ได้จัดพิธีปล่อยแถวกำลังพล ณ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเริ่มภารกิจ Big Cleaning โดยมี นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เข้าร่วมปล่อยแถว​ กำลังพลรวมทั้งสิ้น 780 นาย ประกอบด้วย​ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช​ 600 นาย​ กรมป่าไม้ 100 นาย​ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) 50 นาย  และจากกรมควบคุมมลพิษ 30 นาย ยานพาหนะ รวม 88 คัน​ (รถยนต์กระบะ รถบรรทุกเทท้าย รถบรรทุก 6 ล้อ​ รถบรรทุก 4 ล้อ รถครัวสนาม รถบรรทุกน้ำ  และอุปกรณ์ทำความสะอาด มากกว่า 4,000 ชิ้น

ในการนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โทรศัพท์โฟน-อิน​ ร่วมปล่อยแถวและให้ขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย​ ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย​ เป็นที่พึ่งของประชาชน​ และร่วมกันปฏิบัติภารกิจให้ประสบความสำเร็จตามแผนต่อไป

​สำหรับภารกิจในครั้งนี้จะเป็นการทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ เก็บกวาดขยะและเศษวัสดุต่างๆ ในบริเวณสำคัญ ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 3 โสภณพิทยานุศรณ์ และ วัดหงส์ประดิษฐาราม (วัดคอหงส์) เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะให้กลับสู่สภาพปกติและสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน​ ทั้งนี้ภารกิจ "กระทรวงทรัพย์ Big Cleaning คืนความสุข แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานในสังกัด ทส. ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์​ และจะดำเนินไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สุชาติ” ดันไทยผนึกนิวซีแลนด์ ขับเคลื่อนตลาดคาร์บอนเอเชียแปซิฟิก มุ่งเชื่อมกลไกคาร์บอนเครดิต หนุนเป้าหมาย Net Zero

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศด้านตลาดคาร์บอน มอบหมายกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.)

“สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนสร้างวิลล่าบนเกาะพะงัน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารสิทธิและใบอนุญาตก่อสร้าง

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเข้าตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวและประเมินความเป็นไปได้ในการจำแนกว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์หรือร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ)

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้เข้มงวดตรวจสอบพื้นที่ป่าจังหวัดตาก หลังพบการปรับพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดรถแบคโฮ–ไม้ของกลาง เร่งรวบรวมหลักฐานขยายผลตามกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้

เร่งคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 120 ล้านปี!

รัฐบาลคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 120 ล้านปี จ.อุดรธานี ย้ำร่องรอยถือเป็นซากดึกดำบรรพ์ตามกฎหมาย เร่งป้องกันพื้นที่เสียหายก่อนพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้

“รมว.สุชาติ” เผย กรมธรณี รายงานเป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี จริง

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเข้าตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวและประเมินความเป็นไปได้ในการจำแนกว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์หรือร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ)