รองนายกฯ สุชาติ ขอบคุณและให้กำลังใจทีม ทส. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้​ พร้อมส่งกำลังใจพี่น้องประชาชน​ และเผยแผนกำลังพล​ ทส.​ รวม​ 910 เข้าสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูวันนี้​

1 ธันวาคม​ 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความขอบคุณและให้กำลังใจแก่ทีมงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
​รองนายกฯ สุชาติ กล่าวชื่นชมการทำงานอย่างทุ่มเทและรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ทส. ทุกหน่วยงาน ที่ได้เร่งรัดการบรรเทาทุกข์ การฟื้นฟู และการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

​"ผมขอขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ทส. ทุกท่านที่ได้เสียสละและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด"

​นอกจากนี้ รองนายกฯ สุชาติ ยังได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมทีมงานประชาสัมพันธ์ทุกหน่วยงานของ ทส. ที่ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่และรวดเร็ว ในการนำเสนอและสื่อสารภารกิจการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม​ การทำงานที่ทุ่มเทและทันท่วงทีของทุกคน ทำให้ภารกิจของ ทส. เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง และทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลและกำลังใจอย่างทันเวลา

​ทั้งนี้รองนายกฯสุชาติ​ ยังได้ส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมในภาคใต้ โดยขอให้ทุกท่านเข้มแข็ง​ ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน และให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ ทส. ทุกหน่วยงานจะอยู่ให้การสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือและฟื้นฟูในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและภารกิจทุกอย่างจะแล้วเสร็จ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด"

โดยในวันนี้​ กำลังพลจาก​ ทส.​จะเข้าสนับสนุนปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟู รวมทั้งสิ้น​ 910 นาย​ (กำลังพลหลัก​ 780 นาย​ และเสริมจากหน่วยงานของทส.ในพื้นที่อีก​ 130 นาย)​ ดังนี้​ กำลังพล​ 280 นาย​ เข้าร่วมภารกิจกับ มณฑลทหารบกที่ 42 พื้นที่ Zone 4, โดยในส่วนนี้จะเข้าปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชม. ใช้กำลังพลจากกรมอุทยานแห่งชาติ​ ฯ​ 200 นาย, กรมป่าไม้​ 50 นาย และกรมทรัพยากรทางทะเลฯ​ 30 นาย

กำลังพลเข้าฟื้นฟูทำความสะอาดที่มัสยิดสะพานดำ จำนวน 100 นาย จากกรมอุทยานฯ​ 50 กรมป่าไม้​ 50​ กำลังพลเข้าฟื้นฟูที่วัดคอหงส์ (ต่อเนื่อง) จากกรมอุทยาน​ฯ​ 30 นาย​ กำลังพลเข้าอีก​ 200 นาย​ ฟื้นฟูที่โรงเรียนวัดควนลัง ใช้กำลังพลจากกรมอุทยานฯ​ 100​ นาย​ กรมป่าไม้​ 100 นาย

และส่งกำพลกรมอุทยานฯ 40 นายในการช่วยเหลือ 4 ครัวเรือน กำลังพลเข้าทำความสะอาดในสถานศึกษา​ จากกรมทรัพยากรทางทะเลฯ 50 นาย​ และเตรียมกำลังพลพร้อมสนับสนุนเมื่อมีการร้องขอจากหน่วยงานหลัก​ จำนวน 130 นาย ประกอบด้วย กรมอุทยานฯ​ 80 นาย​ กรมป่าไม้​ 50 นาย​ และอำนวยการที่วิทยาลัยเทคนิค ใช้กำลังพลจากกรมอุทยานฯ​ 30 นาย​

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจ้าท่า'กางแผนปี69ฟื้นฟูล่องน้ำทุกภาคเพิ่มประสิทธิภาพจัดการ

'เจ้าท่า' เปิดแผนปฏิบัติการฟื้นฟูขุดล่องน้ำปี 2569 เร่งขุดร่องน้ำพื้นที่ภาคใต้ สงขลา – หาดใหญ่ หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายกว่า12,000 ล้านบาท ลุยขุดลอก 24 ร่องน้ำ ภายใต้งบปี 69 พร้อมเสนอของบกลางเพิ่ม 3 โครงการเร่งด่วน ปากคลองอู่ตะเภา - ปากคลอง ร.1 และปากคลอง ร.3 มูลค่าร 92.5 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายกลางปี 69

ปักหมุดจุดเช็กอิน5จังหวัดภาคใต้ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

ภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสงขลา เมือง

‘ธอส.’เข็นมาตรการฟื้นฟูน้ำท่วมใต้ ชูพักชำระเงินต้น-ดอกเบี้ย0%นาน1ปี

‘ธอส.’ เข็นมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ชูพักชำระเงินต้นและอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 1 ปี เพื่อบรรเทาภาระและช่วยให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ทส. สั่งเดินหน้าลุยตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบซุกไม้ท่อนและไม้แปรรูปเถื่อนกว่า 600 ลบ.ม. มูลค่ารวม 30 ล้านบาท

รองนายก ฯ สุชาติ สั่งการคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น ขยายเวลา WFH พร้อมประสานกรมฝนหลวง เจาะชั้นบรรยากาศ

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่