
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วันนี้ได้สั่งการให้เครื่องบินเล็ก ของ ทส. รับมอบไก่สดจาก CP จำนวน 1 ตัน มูลค่ากว่า 1 แสนบาท ไปส่งให้มูลนิธิเพชรเกษม เพื่อใช้ประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจะมีนายศราวุธ ชาติโยธิน ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการบิน ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการรับมอบจากคุณอัศวิน จิตต์จำนงค์ ผู้อำนวยการด้านส่งเสริมความผูกพันองค์กรและสื่อสารภายในองค์กร และคุณภูมิใจ พันธ์ปัญญา รองผู้อำนวยการด้านการผลิตโรงงานชำแหละ ผู้แทนจาก CP และจิตอาสา โดยบินออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงเวลา 09.30 น. ของวันนี้ ไปส่งยังกองบิน 56 เพื่อส่งมอบให้กับมูลนิธิเพชรเกษม

“เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมสูงในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ต่อเนื่องยาวนานมากว่า 1 สัปดาห์ ทำให้การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความยากลำบากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มขาดแคลนทรัพยากร เมื่อวานผมได้รับการประสานจากมูลนิธิเพชรเกษมขอรับการสนับสนุนอาหารสด เพื่อนำไปประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ยังไม่สามารถกลับเข้าสู่บ้านเรือนได้ และยังไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงได้ประสานกับทาง CP ที่ยินดีให้การสนับสนุนไก่สด CP ถึง 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม ในการส่งต่อไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นับเป็นการผนึกกำลังความร่วมมือจากภาคเอกชน สู่ภาคประชาสังคม ผ่านภาครัฐ ในการส่งต่อน้ำใจและความช่วยเหลือไปให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ให้ผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ผมต้องขอขอบคุณทั้ง CP และมูลนิธิเพชรเกษม ที่ร่วมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วยครับ” นายสุชาติ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมต สุชาติ เฉียบสั่ง กรมอุทยานฯ ลุย! ติดป้าย ริ้อ โรงแรมดังภูเก็ต
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้า “ ภูเก็ตโมเดล ”เร่งบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่มีข้อยกเว้น ล่าสุด “รมว.สุชาติ ชมกลิ่น” สั่งเปิดปฏิบัติการบังคับคดีรื้อถอนโรงแรมและวิลล่าหรูในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต หลังคดีถึงที่สุด ทวงคืนพื้นที่ป่ารวมกว่า 25 ไร่ กลับคืนเป็นสมบัติของแผ่นดิน
กวาดล้างขบวนการค้าไม้เถื่อน! 'รมว.สุชาติ' สั่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เดินหน้าขยายผลจับกุมกลุ่มนายทุนข้ามชาติ ย้ำ! ปราบปรามผู้กระทำผิดเด็ดขาดตามนโยบายรัฐบาล
จากการติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบข้อมูลแน่ชัดว่ากลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมลักลอบเข้าไปตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ป่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ก่อนจะทำการแปรรูปและใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงไม้เถื่อนเหล่านั้นออกจากพื้นที่ป่าเพื่อส่งขายต่อ
”สุชาติ“ มั่นใจทำงานเต็มที่ เดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทับลานค้างคามา50 ปี - เร่งสร่างปมภูเก็ตโมเดล ยึดหาดคืนชาวบ้าน ลั่นยังแข็งแรงขึ้นเหนือล่องใต้ได้ มั่นใจไม่ได้อยู่ในกลุ่มรัฐมนตรีโลกลืมอย่างแน่นอน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวหลังจากมีกระแสข่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีใน ครม. ชุดนี้ ว่า การแต่งตั้งหรือปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของตนยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
รัฐบาลเอาจริง! “สุชาติ” เชือดหาดฟรีด้อม ปิดประกาศ ม.25 สั่งรื้อ 22 สิ่งปลูกสร้าง ขานรับนโยบาย “อนุทิน” ปราบผู้รุกที่ดิน
รัฐบาลเดินหน้าเอาจริงกับการทวงคืนที่ดินของรัฐ ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับทุกหน่วยงานเร่งปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ของรัฐและการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือผู้ใดก็ตาม พร้อมเร่งคืนพื้นที่สาธารณะกลับสู่ประชาชน
'รมว.สุชาติ' สั่งหยุดทันที! หลังพบปล่อยตะกอนไหลลงทะเล เสี่ยงกระทบระบบนิเวศชายฝั่ง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีตะกอนจากพื้นที่เอกชนไหลลงสู่ทะเลบริเวณเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมสั่งให้ระงับการปล่อยตะกอนลงทะเลโดยทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
'รมว.สุชาติ' เดินหน้ารับรองสิทธิประชาชน เร่งปลดล็อกที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาล มอบ อส.12 กว่า 1,500 ครัวเรือน ขับเคลื่อนนโยบาย 'คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน'
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า ให้เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” โดยการมอบหนังสือรับรอง อส.12 ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกิน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีรายได้ที่มั่นคง และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

