เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมไดมอนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิซคอนเวนชัน โฮเทล จังหวัดนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิด "การประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อส่งมอบผลงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศ" โดยจัดขึ้นร่วมกันระหว่างสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การศึกษา เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจาก 6 กระทรวงหลักและการทำงานเชิงบูรณาการในระดับพื้นที่ ผ่านคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด โดยกรมอนามัยในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ยินดีสนับสนุนการนำผลสำเร็จของโครงการไปขยายผลเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่วัยรุ่นและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 สนับสนุนการพัฒนานโยบาย กลไก และรูปแบบการทำงานเชิงบูรณาการในหลายพื้นที่ ส่งผลให้อัตราการคลอดในวัยรุ่นของประเทศลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ15-19 ปี ไม่เกิน 15 ต่อพันประชากร ภายในปี 2570 จึงได้สนับสนุนสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ ดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศใน 10 จังหวัดที่มีอัตราการคลอดสูงสุด เพื่อยกระดับกลไกการทำงานของจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
แพทย์หญิงมยุรา กุสุมภ์ นายกสมาคมแพย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า สมาคมฯ มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสตรี เด็ก และเยาวชน และได้ดำเนินงานด้านเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นต้นแบบการทำงานร่วมกับจังหวัดและภาคีเครือข่ายซึ่งนำไปสู่การขยายผลโครงการใน 10 จังหวัดเป้าหมาย เพื่อช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เยาวชน
แพทย์หญิงสมสิริ สกลสัตยาทร ประธานโครงการฯ กล่าวว่า โครงการได้ต่อยอดจากบทเรียนความสำเร็จ จัดทำเครื่องมือสำคัญ ได้แก่ คู่มือปฏิบัติงานสำหรับหน่วยงานด่านหน้า ระบบรายงานผลการเฝ้าระวังรายเดือนและกลไกคณะทำงานบูรณาการ Strategic and Technical Advisory Group (STAG) เพื่อเสริมพลังให้จังหวัดขับเคลื่อนงานด้วยตนเองอย่างยั่งยืน ผลการดำเนินงานในช่วง 30 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ลดลงในทุกจังหวัดเป้าหมาย โดยมี 4 จังหวัดหลุดออกจากการเป็น top ten และลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน
รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'
รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ปลื้ม! นวัตกรรมไทย 'ฮีมาเดิร์ม' รักษาโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา
รัฐบาลชื่นชมนวัตกรรมไทยสร้างชื่อเสียง คว้ารางวัลบนเวทีนานาชาติ เพิ่มทางเลือกใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา

