
เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมชาเทรียม สาทร กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนด้านสิทธิและสุขภาวะของกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (Strength) ร่วมกับ บริษัท เช้นจ์ แอนด์ เวล บีอิ้ง โซลูชั่นส์ มูลนิธิจิตอาสาจังหวัดเชียงราย มูลนิธิเอ็มเฟรนด์จังหวัดอุดรธานี มูลนิธิเอ็มพลัสจังหวัดนครราชสีมา สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยจังหวัดนครปฐม กลุ่มเพื่อครอบครัวและชุมชนจังหวัดตรัง กลุ่มแอคทีมจังหวัดขอนแก่น กลุ่มเอ็มโกศัยนครจังหวัดแพร่ กลุ่มสีสันเวียงเชียงรุ้งจังหวัดเชียงราย กลุ่มเครือข่ายสุขภาพและโอกาสจังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาองค์กรชุมชนที่ทำงานกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ให้มีความเข้มแข็งทั้งด้านการบริหารจัดการ การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการทำงานเชิงนโยบายอย่างยั่งยืน

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากผลการวิจัยการคาดประมาณประชากรหลากหลายทางเพศ และสถานการณ์ชีวิตและสุขภาพของ LGBTQIA+ ไทย ปี 2567 ที่ สสส. จัดทำร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบไทยมีประชากรหลากหลายทางเพศ ร้อยละ 2.37 และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งยุทธศาสตร์สุขภาวะ LGBTQIA+ ได้กำหนดทิศทางการสนับสนุนระบบบริการที่เป็นมิตร ปลอดการตีตรา เข้าถึงง่าย และยึดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นหลัก การส่งเสริมองค์กรชุมชนที่ทำงานกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งการให้คำปรึกษาด้านการใช้ฮอร์โมน การป้องกันและรักษาการติดเชื้อ HIV การประเมินก่อนผ่าตัดยืนยันเพศ สุขภาพจิต รวมถึงปัญหายาเสพติดในกลุ่ม LGBTQIA+ เพื่อรองรับการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ตอบโจทย์บนฐานความเท่าเทียม
“สสส. ยึดหลัก Ottawa Charter for Health Promotion ที่มองสุขภาพผ่านโครงสร้างสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเชื่อว่าทุกคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเยาวชน กลุ่มLGBTQIA+ กลุ่มผู้ใช้บริการ หรือกลุ่มอาสาสมัครในพื้นที่ คือผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดต่อชีวิตของตนเอง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงประกาศความตั้งใจ แต่คือการ “ยกระดับการทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะองค์กรชุมชน” ที่ให้องค์กรภาคประชาสังคมได้พัฒนาศักยภาพองค์กรอย่างเป็นระบบ ก้าวไปสู่การเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น (Other Health Facilities) ตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นหน่วยบริการสุขภาพนอกเหนือจากโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วไป ที่สามารถให้บริการกลุ่ม LGBTQIA+ ได้อย่างเฉพาะทาง มีมาตรฐาน และมีสถานะทางกฎหมายในการเชื่อมโยงกับระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ดร.นงค์ลักษณ์ ยอดมงคล ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิทธิประโยชน์ เรื่องการเข้าถึงบริการกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนการทำงานร่วมกับภาคียุทธศาสตร์ในการทำเรื่องของการขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพของกลุ่มเฉพาะ และสนับสนุนให้เกิดการจัดสรรงบประมาณต่างๆ ในพื้นที่ โดยมุ่งขับเคลื่อนหน่วยงานภาคประชาสังคมเพื่อเข้ามาหนุนเสริมการจัดบริการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ให้บริการทางเพศอย่างครบวงจร ซึ่งในปี 2569 จะมีการทำงานในลักษณะที่เชื่อมกับท้องถิ่นมากขึ้น ลงไปทำงานในระดับพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้บริการครบวงจร 7 ประเภท และขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้นโยบายภาคประชาชนไปให้สุดทางก้าวสู่คำว่ายั่งยืนต่อไป
น.ส.ชนิสรา โอสถาพันธุ์ กรรมการผู้บริหารบริษัท เช้นจ์ แอนด์ เวล บีอิ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า องค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ได้ขับเคลื่อนสิทธิ ความเท่าเทียม และการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่ม LGBTQIA+ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ศักยภาพในการบริหารองค์กร การบริหารโครงการ การจัดการทางการเงิน และการใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงวิชาการ โครงการนี้จึงมุ่งเสริมสร้างองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง โดยการพัฒนาทุนภายในองค์กร (Internal Capital) ทั้ง 4 ด้าน 1.ทุนมนุษย์ (Human Capital) เสริมทักษะและภาวะผู้นำของแกนนำและทีมงาน 2.ทุนสังคม (Social Capital) พัฒนาเครือข่ายและความสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆ 3.ทุนองค์ความรู้ (Knowledge Capital) ส่งเสริมให้เกิดการใช้ข้อมูล วิจัย และองค์ความรู้เชิงวิชาการ 4.ทุนจิตวิญญาณของชุมชน (Moral Capital) สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ความเป็นเจ้าของ และจิตอาสาในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ
“ความเท่าเทียมไม่ใช่มายาคติ แต่คือการสร้างระบบที่ให้ชุมชนลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองได้และโครงการ Strength คือความตั้งใจที่จะทำให้เป็นตัวอย่างของการสร้างสุขภาวะที่นำโดยชุมชน มีหลักฐานรองรับ และมีผลกระทบทางสังคมที่วัดได้จริง เพื่อวางรากฐานของความยั่งยืน ให้กับงานสิทธิและสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วประเทศ” น.ส.ชนิสรา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขับเคลื่อนพื้นที่ตัวอย่าง “ปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน” สร้างเกราะคุ้มกันเยาวชน...ด้วยพลังชุมชน
ปัญหายาเสพติดในไทยไม่ได้เริ่มที่ปลายทางของการปราบปราม แต่เริ่มตั้งแต่ต้นทางของ “ความเปราะบาง” ในครอบครัวและชุมชน ช่องว่างระหว่างวัย ความไม่เข้าใจกันของพ่อแม่ลูก ครูศิษย์
ผงะ! คนไทยเกือบ 2 ล้านติดบ่วงยาเสพติด หนุนรัฐผนึกชุมชนแก้ติดซ้ำ
6 อำเภอ จ.ขอนแก่น ผนึกกำลังสกัดยาเสพติด หลังพบถูกใช้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ รุกป้อง-ปราบ-บำบัด-ติดตาม ตัดวงจรเสพซ้ำ ด้าน สสส.เปิดข้อมูลสุดอึ้ง คนไทย 1.9 ล้านคนติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายั่งยืน ปักหมุด 5 จังหวัดไปต่อภายในปี 70
ตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569 18 องค์กรผนึกพลัง ช่วยเหยื่อตั้งสติก่อนสาย
ในยุคที่ข้อมูลไหลทะลักเหมือนน้ำท่วมทุกวินาที “ทุกคนคือแฟคเช็คเกอร์” ไม่ใช่คำพูดลอยๆ อีกต่อไป เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
Together We Can- “ThaiEconoMap” คืน “อำนาจข้อมูล” ให้คนตัวเล็ก สร้างสุขภาวะยั่งยืนจากฐานราก
ในโลกดิจิทัลที่ “คนรวยยิ่งรวย” อย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศกำลังกลืนกินเศรษฐกิจรายย่อยของไทย เรียกรถ สั่งอาหาร ซื้อขายออนไลน์ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของชีวิตเมือง
ปล่อยบุหรี่พรากอนาคตเด็กไทย เมื่อ “ชุมชน” คือคำตอบหยุดวงจรบุหรี่ในเยาวชน
ปัญหาบุหรี่ในเยาวชนไทยกำลังขยายตัวในรูปแบบที่ซับซ้อนและน่ากังวล โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้าถึงเด็กได้ง่าย รวดเร็ว และแนบเนียนกว่าที่ผ่านมา ภาพของเด็กนักเรียนที่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุยังน้อย
ทุกภาคส่วนผนึกกำลัง! “ประธานรัฐสภา” หนุน สสส.สร้างสงกรานต์ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ลดอุบัติเหตุ “สว.ชิบ” แนะขับรถมีวินัยช่วยเซฟชีวิตและน้ำมัน
รัฐสภา - นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูล์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะฯ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและรณรงค์ในโครงการ “สงกรานต์ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ต่อสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนัก ลดอุบัติเหตุ ตรวจสอบความพร้อมของตนเองและรถ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 100 %

