
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ม.ค. 2569 ที่เดอะฮอล์ บางกอก วิภาวดี 64 มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กลุ่มไม้ขีดไฟ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดเสวนา “เด็กรักสนุก เล่นง่าย ได้เรียนรู้” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569
โดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบเยาวชน คนรุ่นใหม่ อายุ 15-24 ปี สูบบุหรี่ 11.15 % ลดจากปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 12.7 % ส่วนนักสูบหน้าใหม่ที่สูบบุหรี่ไม่เกิน 1 ปี มี 211,474 คน ในจำนวนนี้ 68.9% เริ่มสูบบุหรี่ช่วงอายุ 15-19 ปี ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกลุ่มเยาวชน 15-24 ปี มีแนวโน้มลดลงอยู่ที่ 24.8% ลดจากปี 2564 อยู่ที่ 34.7% ส่วนปัญหาดื่มแล้วขับพบ 33.06% ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน ในจำนวนนี้ 25.09% ทำให้ผู้ขับขี่และผู้ที่อยู่ในยานพาหนะบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ปัญหาการพนัน ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566 พบกลุ่มอายุ 15-25 ปี เล่นพนันออนไลน์ 32.3% หรือ 2.9 ล้านคน โดย 1 ใน 4 หรือประมาณ 739,000 คน เสี่ยงเป็นนักพนันหน้าใหม่

“เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ สสส. มุ่งสร้างความเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เน้นย้ำความสำคัญของการเล่นต่อพัฒนาการ การเสริมสร้างทักษะชีวิต และการสร้างภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยเสี่ยง โดยทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่าย วางยุทธศาสตร์ทั้งด้านวิชาการ รณรงค์ และทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดปัจจัยเสี่ยงทั้งบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด การพนัน และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพื่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชน พร้อมนำบทเรียนในชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นพลัง สร้างแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญช่วยกันปกป้องเยาวชนไทย ให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด และเสริมพลังสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชน” นายวิเชษฐ์ กล่าว
นายศรัทธา ปลื้มสูงเนิน ผู้จัดการกลุ่มไม้ขีดไฟ กล่าวว่า ปัจจุบันนักปั้นเด็กและนักจิตวิทยาให้ความสนใจกับการเล่นอย่างอิสระว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสมองและจิตใจ ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดกับเด็กได้อย่างดี โดยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และคนในชุมชน ต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัย ผ่านการปรับพฤติกรรม 4 ด้าน 1.ถอยเพื่อเพิ่มพื้นที่ เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้จินตนาการและร่างกายอย่างเต็มที่ในพื้นที่ที่เอื้ออำนวย 2.ถอยเพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจ ให้เด็กเป็นเจ้าของการเล่นด้วยตนเอง เลือกสิ่งที่จะเล่น วิธีการเล่น ระยะเวลาที่ต้องการ เพื่อฝึกทักษะการตัดสินใจ 3.ถอยเพื่อเป็นผู้สร้างบรรยากาศ เปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมมาเป็นผู้สนับสนุนบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเติบโตและเรียนรู้ 4.ถอยเพื่อประเมินความเสี่ยง เปิดใจให้เด็กได้เล่นเสี่ยง ได้เรียนรู้ขีดจำกัดของตนเอง รู้จักวิธีรับมือในช่วงวัยรุ่น แต่อยู่ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความคิดดี มั่นใจ และมีภูมิคุ้มกัน ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมเด็กได้อย่างยั่งยืน

นางปรัชทิพา หวังร่วมกลาง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า การสร้างเมืองให้เป็นมิตรกับเด็ก เอื้อต่อการเรียนรู้ การเติบโต ปลอดภัย ปลอดปัจจัยเสี่ยง มี 4 ปัจจัย 1.เด็กมีสิทธิได้รับโอกาสการเรียนรู้ โอกาสในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง เด็กทุกคนควรได้เล่นอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยอย่างปลอดภัย และได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่อย่างเต็มกำลัง 2.ผู้ใหญ่ต้องใจกว้างยอมรับการเล่นมีประโยชน์และคุณค่าต่อเด็ก และต้องช่วยสร้างโอกาสให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างหลากหลายรูปแบบ 3.ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการเล่นรอบตัวเด็ก ทั้งในโรงเรียน สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ชุมชน หรือที่อื่นๆ โดยการทำชั่วโมงเล่น ทำวันเล่น ทำพื้นที่เล่น 4.สนับสนุนให้เกิดผู้อำนวยการเล่น จัดหาสิ่งของรอบตัว เช่น ชิ้นส่วน ลูสพาร์ท ธรรมชาติ ภูมิปัญญา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เป็นเมืองที่คำนึงถึงเด็กทุกคน

นายอนุลักษณ์ เอี่ยมสี เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนเห็นความสำคัญของการเล่นว่าเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญ จึงควรสอดแทรกประเด็นปัจจัยเสี่ยงเข้าไปเพื่อให้เด็กๆ สามารถเล่นสนุกพร้อมกับการเรียนรู้ที่ถือเป็นประสบการณ์ตรง ช่วยให้ตระหนักถึงอันตรายของปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง กระตุ้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ จึงชักชวนแกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงมาร่วมกันออกแบบฐานการเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยง เช่น การเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยการนำถุงถ่วงน้ำหนักจำลองแทนอาการเมา โดยนำถุงถ่วงน้ำหนัก 3-5 กก. ใส่ไว้ที่ขา และแขน แล้วให้เดินซิกแซกหลบหลีกสิ่งกีดขวาง หยิบของใส่ตะกร้า หรือเขียนชื่อ/ต่อบล็อก จะทำให้เห็นปัญหาจากการเมา ทั้งการทรงตัวแย่ เหนื่อยง่าย ตอบสนองช้า เชื่อมโยงไปถึงเรื่องอุบัติเหตุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
CAR FREE DAY ประธาน กมธ.2 สภาฯ ชวนคนไทย “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดเสี่ยงโรค” ชู EV–โซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกพลังงานสะอาด
ที่อาคารรัฐสภา บริเวณลานยื่นหนังสือ ชั้น 1 (ศาลาแก้ว) - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการสื่อสารนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ
ดัน 16 องค์กรต้นแบบ ปั้น “พี่เลี้ยง HHA”ดูแลกาย-ใจ-เงิน รับมือภัยเงียบในโลกการทำงาน
คนวัยทำงานกำลังเผชิญ “ภัยเงียบ” ที่ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพกาย แต่ลุกลามไปถึงสุขภาพจิตและสถานะทางการเงิน ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ
เตือนภัยแก๊งค้ายาออนไลน์งัดกลยุทธ์เจาะนักเสพหน้าใหม่
เปิดผลวิจัย พบแก๊งค้ายาออนไลน์ ใช้โค๊ดลับ ขาย-ส่ง ยาเสพติดผ่านอีคอมเมิร์ซ ส่งผ่านไรเดอร์ เก็บเงินปลายทาง ห่วงเด็ก เยาวชน เป็นเหยื่อนักเสพหน้าใหม่
“รมว.พัฒนา” ยัน รัฐบาลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 100% มอบนโยบายจัดตั้งคณะทำงานกำหนด KPI ร่วม สสส. - สธ. เห็นชอบแผนเลิกยาสูบ-นิโคติน แบบไร้รอยต่อ
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2569
สสส. พร้อมร่วมงาน รพ.ชุมชน ตามนโนบาย รมว.สาธารณสุข ยึดเป้าหมายเดียวกัน สร้างเสริมสุขภาพ-ป่วย-เจ็บ น้อยลง อายุคาดเฉลี่ยเพิ่ม ลดงบรักษา
จากกรณีที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และระบบบริการปฐมภูมินั้น นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ยินดีทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน ได้หารือเบื้องต้นกับ
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

