
วันที่ 13 ม.ค. 2569 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ภายใต้งาน "Opening Day: Policy Watch Connect 2026" ว่า ปัญหาสังคมและคุณภาพชีวิตในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากเกินกว่าที่ภาคการเมือง หรือภาคราชการจะสามารถจัดการได้เพียงฝ่ายเดียว แม้ภาครัฐจะมีอำนาจและการจัดการตามระบบราชการ แต่การสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ซึ่งภาคประชาสังคมคือกลุ่มที่เติบโตมาจากภาคประชาชนที่มี จิตสาธารณะ และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง มีการรวมตัวกันอย่างเป็นระบบ (Organized) ใช้ข้อมูลทางวิชาการและการเชื่อมโยงเครือข่ายในการทำงาน ประยุกต์ใช้การบริหารจัดการแบบภาคเอกชนเข้ามาขับเคลื่อนงาน และมีความเข้าใจปัญหาเชิงลึกในระดับพื้นที่

“ที่ผ่านมา สสส. สนับสนุนภาคประชาสังคมที่ต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยยุทธศาสตร์หลัก คือ การสร้างโมเดลต้นแบบ เช่น โครงการ "บ้านเช่าคนละครึ่ง" เพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย และการขยายผลโดยภาครัฐ เมื่อได้โมเดลที่ใช้งานได้จริงแล้ว หน้าที่สำคัญคือการทำให้หน่วยงานรัฐ นำตัวอย่างต้นแบบเหล่านี้ไปขยายผลต่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเชิงนโยบาย ซึ่งการจะขยายผลงานต้นแบบไปสู่ระดับประเทศได้ รัฐต้องมีระบบการสั่งการ การจัดการ ระบบงบประมาณ และการติดตามผลที่ชัดเจน รวมถึงนโยบายสาธารณะในระยะยาว ควรสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทหลัก และไม่ควรวางยุทธศาสตร์โดยฝากความหวังไว้ที่ฝ่ายรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด" ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังติดอยู่ในสภาวะวิกฤตที่ซับซ้อนหลายด้าน ทั้งในมิติทางการเมืองที่ประชาธิปไตยอยู่ในสภาวะถดถอย รวมถึงมิติทางเศรษฐกิจ ปัญหารายได้ และการจัดรัฐสวัสดิการที่ยังไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร แต่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมได้ร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างบทเรียนผ่านการเสนอทางเลือกเชิงนโยบายและกฎหมายใหม่ๆ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของนโยบายที่มาจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง เพราะนโยบายทางสังคมจากเบื้องล่างเป็นนโยบายที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์และบทเรียนความยากลำบากของผู้คนในสังคม โจทย์สำคัญที่สุดจึงอยู่ที่การทำให้นโยบายที่มาจากข้างล่างเหล่านี้ไปอยู่ในมือของผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้

“เวทีนี้เป็นเหมือนเจ้าของแผงลอยในตลาดนัดนโยบาย ทำหน้าที่เปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ ได้นำนโยบายมาสื่อสารและนำเสนอต่อสาธารณะ เพื่อผลักดันให้กลายเป็นนโยบายสาธารณะและกฎหมายที่มีอำนาจรัฐรองรับ และสร้างกลไกติดตามผลว่านโยบายที่สร้างสรรค์จากข้างล่างเหล่านี้จะถูกนำไปผลักดันต่ออย่างไรโดยรัฐบาลชุดใหม่ หรือถูกบรรจุลงในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยจะเปลี่ยนเป็นอำนาจในการบริหารจัดการประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายประภาส กล่าว
นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญสภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต หรือ Poly-crisis ซึ่งมีความยากลำบากในการแก้ไขอย่างมาก หลายคนจึงคาดหวังกับการเลือกตั้งรอบนี้ที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งนโยบายสาธารณะเป็นทางเลือกที่สำคัญ โดย ศ.ประเวศ วะสี เคยย้ำไว้ว่า อุดมการณ์สำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ คือ การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม หากทำไม่ได้ก็จะเกิดปัญหากับมวลมนุษยชาติ ดังนั้นเวลาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต้องมีองค์ความรู้ ด้านสังคม การเมือง มาร่วมด้วย และเชื่อว่างาน Policy Watch Connect 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 ม.ค. 2569 จะเป็นโอกาสดีในการเชื่อมโยงกันทุกภาคส่วนระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง เป็นประชาธิปไตยที่มาจากฐานรากจริง ๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความหวังและการลงมือทำนำไปสู่ความสำเร็จต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง
สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม
คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ
'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.
'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง
'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.
“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว

