
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” โดยก่อนการเปิดเวทีดีเบตฯ ได้มีการนำเสนอ “บทสรุปสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย ปี 2568” โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย(TEI)

ดร.วิจารย์ ได้นำเสนอว่า ตลอดปี 2568 โลกและประเทศไทยเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมสำคัญ 3 ด้านที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ได้แก่ 1.วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สะสมต่อเนื่องส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญทั้งอุทกภัยและภัยแล้งสลับรุนแรง 2.วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ จากการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กระทบระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารอย่างปลาหมอคางดำ และ 3.วิกฤตมลพิษ ทั้งปัญหา PM 2.5 หมอกควันในประเทศและข้ามพรมแดน และขยะจำนวนมหาศาล รวมถึงไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งล้วนสะท้อนว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง

ผอ.TEI กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ทำการสำรวจ “เสียงคนไทย 2568: วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้!” จำนวนมากกว่าหนึ่งพันคนทั่วประเทศ พบว่า กว่า 88% ของประชาชน ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลางถึงรุนแรง ทั้งต่อสุขภาพ รายได้ และทรัพย์สิน โดยปัญหาสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ ได้แก่ มลพิษทางอากาศ (PM2.5) 42% การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) 22% และมลพิษขยะและของเสีย 15% ขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่อยากให้พรรคการเมืองเร่งผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรก ได้แก่ กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) การจัดการน้ำทั้งระบบ (แก้ผังเมือง/ป้องกันน้ำท่วม-แล้ง) การจัดการขยะครบวงจร (Zero Waste)
“ผลสำรวจสะท้อนชัดว่า คนไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทำให้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ประเด็นรองของการเมืองอีกต่อไป แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของอนาคตประเทศและความอยู่รอด” ที่รัฐต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงของสังคม พร้อมกำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ผลสำรวจจะจัดทำเป็นข้อเสนอสู่รัฐบาลต่อไป” ดร.วิจารย์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สว.ชิบ' จี้ 'รัฐบาล' เร่งยกระดับแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษด่วน อย่าปล่อยให้คนไทยตายผ่อนส่ง
ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าวิกฤต PM2.5 ในขณะนี้ ควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้สังคมไทยเร่งยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
รัฐบาลเตือนฝุ่น PM2.5 พุ่งแนะ Work From Home
รัฐบาลเตือนฝุ่น PM2.5 พุ่งช่วง 14–16 ม.ค. ย้ำคุมเข้มแหล่งกำเนิด–งดเผา พิจารณาขยาย WFH
รองนายก ฯ สุชาติ สั่งการคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น ขยายเวลา WFH พร้อมประสานกรมฝนหลวง เจาะชั้นบรรยากาศ
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่
รัฐบาลเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวัง PM2.5
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง PM2.5 ย้ำเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยง เฝ้าสังเกตอาการ แนะใช้ Line OA แจ้งงสงสัย 'ป่วยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก' ติดตามข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai
เช็กเลย! ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม. เกินมาตรฐาน 4 พื้นที่
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 9 มกราคม 2568
รัฐบาลคุมเข้มเผาในพื้นที่เกษตร!
รัฐบาลคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM2.5 อย่างเป็นระบบ – มุ่งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15

