ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ และคืนความเป็นธรรมให้กับราษฎรโดยเร็ว ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ในท้องที่อำเภอท่าปลา และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยมีสาระสำคัญเพื่อยกเลิกแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่อำเภอท่าปลา และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2528 และให้ใช้แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้แทน ทำให้นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 184,826 ไร่ (เดิมมีเนื้อที่ประมาณ 160,540 ไร่) เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568


ดร.รวีวรรณ เน้นย้ำว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความเดือดร้อนเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ที่กลุ่มราษฎรราว 1,000 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อปี พ.ศ. 2511 ต้องประสบมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี เนื่องจากการทับซ้อนกันของที่ดินของนิคมฯ กับที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ ทั้ง เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตปฏิรูปที่ดิน ทำให้ไม่สามารถออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) ให้แก่ราษฎรเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงในการออกโฉนดที่ดินตามกฎหมายได้ ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ จะได้เร่งปรับแผนที่ท้ายกฎหมายของแนวเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านและวนอุทยานห้วยน้ำรี ตลอดจนป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลำน้ำน่าน ฝั่งขวาบางส่วน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อให้ราษฎรที่รอคอยเอกสารสิทธิ์มาอย่างยาวนานสามารถได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทำงานของกระทรวงทรัพยากรฯ ที่ยึดความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมในการดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่ประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.สุชาติ' มอบ 'อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี' สานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ด้านไดโนเสาร์และธรณีวิทยา ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ตนนำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าร่วมประชุมและหารือความร่วมมือด้านธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ มหาวิทยาลัยจังหวัดฟุกุอิ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569
"คนไทยเตรียมเฮ! 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร' จ่อนั่งแท่นมรดกโลก 'สุชาติ' ชูความสำเร็จนโยบายรัฐบาลยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก"
นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี
“รมว.สุชาติ” สั่งระดมเก็บขยะมรสุมเกาะพีพี เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนปกป้องทะเลไทย–รักษาภาพลักษณ์ท่องเที่ยวระดับโลก
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
“สุชาติ” นำไทยขึ้นเวที Coastal and Flood Resilience Leaders Summit ชูนโยบายรัฐบาลรับมือวิกฤตน้ำ–สภาพภูมิอากาศ
วันนี้ (๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของ ทส. เข้าร่วมงานสัปดาห์น้ำนานาชาติแห่งสิงคโปร์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (Singapore International Water Week 2026) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีนางชลธี จันทร์รัชช อุปทูตฯ ให้การต้อนรับ
รมว.ทส. “สุชาติ” ต้อนรับทูตญี่ปุ่น หารือยกระดับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและธรณีวิทยา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคณะ
รัฐบาลมอบ “สุชาติ” คลี่ปมทับลาน 50 ปี ย้ำให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ยึดข้อเท็จจริง–กฎหมาย ไม่ทิ้งทั้งผืนป่าและสิทธิประชาชน
วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) เวลา 11.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ กรณีการพิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานว่า

