
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ แถลงข่าวครบรอบ 53 ปี การเคหะแห่งชาติ มีผลการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยไปแล้วกว่า 7.5 แสนหน่วย และในปี 2568 ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้เกือบ 7,000 หน่วย พร้อมเดินหน้ามอบบ้านให้คนไทยทุกครอบครัวด้วยการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนและพัฒนานวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย และก้าวเข้าสู่ปีที่ 54 ด้วยการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อคนไทยอีก 91 โครงการ จำนวนกว่า 25,000 หน่วย
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า 53 ปีบนเส้นทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้พัฒนาที่อยู่อาศัยแล้วรวมทั้งสิ้น 755,833 หน่วย ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มเป้าหมาย สะท้อนบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนวางกรอบทิศทางการพัฒนาองค์กรภายใต้แผนวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ปี 2569–2575 มุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต และบรรลุวิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”
ในปี 2568 การเคหะแห่งชาติได้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องการมีบ้านคุณภาพเป็นของตนเองในราคาที่จับต้องได้ด้วยการส่งมอบที่อยู่อาศัยกว่า 6,980 หน่วย และในไตรมาสแรกของปี 2569 สามารถส่งมอบบ้านให้ประชาชนได้ถึง 2,334 หน่วย ซึ่งการเคหะแห่งชาติจะดำเนินการเร่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ทันต่อความต้องการของประชาชนต่อไป

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้ขับเคลื่อนความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในหลายมิติที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน การตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างและอาคารร่วมกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ความร่วมมือด้านวิชาการและนวัตกรรมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน รวมถึงการลงนามร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินหน้าจัดสร้างที่พักอาศัยสำหรับบุคลากรทางการศึกษา รวมจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ โดยปรับปรุงอาคารเดิมจำนวน 4 แห่ง และก่อสร้างใหม่จำนวน 6 แห่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชนอย่างยั่งยืนกับบรรษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จำกัด แห่งราชอาณาจักรภูฏานด้านการพัฒนาชุมชน การเคหะแห่งชาติได้ขับเคลื่อนโครงการยกระดับชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Smart Sustainable Community : SSC) โดยส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการนำร่องการประเมินดัชนีความสุขในชุมชนจำนวน 4 ชุมชน ซึ่งทุกชุมชนผ่านเกณฑ์การประเมิน สะท้อนถึงความอยู่ดีมีสุข ความเข้มแข็งของชุมชน และศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง พร้อมขยายการดำเนินงานในปี 2569 เพิ่มอีก 35 ชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งทั่วประเทศ
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ การเคหะแห่งชาติตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตอุทกภัย จึงได้มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบ โดยการพักชำระค่าเช่าซื้อและปลอดค่าเช่าเป็นระยะเวลา 3–12 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568–พฤศจิกายน 2569 และลดค่าปรับ 100% สำหรับลูกหนี้ค้างชำระ และสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย–กัมพูชา บริเวณริมชายแดน จะได้รับการพักชำระค่าเช่าซื้อและปลอดค่าเช่าเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม–31 ตุลาคม 2568 และลดค่าปรับ 100% สำหรับลูกหนี้ค้างชำระ นอกจากนี้การเคหะแห่งชาติร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการฟื้นฟูและตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและระบบสาธารณูปโภค จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือในพื้นที่ จัดคาราวานและมอบถุงยังชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่ติดตามความเป็นอยู่และให้กำลังใจผู้อยู่อาศัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าครองชีพ และเสริมสร้างความมั่นด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต

การเคหะแห่งชาติต้อนรับปีม้าในปี 2569 ด้วยการมอบ “ของขวัญปีใหม่ 2569” ให้แก่ประชาชน ประกอบด้วย ของขวัญชิ้นที่ 1 โปรโมชันมอบส่วนลดที่อยู่อาศัย ส่วนลดราคาขายพิเศษตั้งแต่ 5–20% เริ่มต้น 250,000 บาท และ 390,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อพิเศษร้อยละ 2.5 ต่อปี จองเริ่มต้น 1,000 บาท ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ของขวัญชิ้นที่ 2 โปรโมชันลดค่าเช่าโครงการที่พักอาศัยทั่วประเทศ รวม 24 โครงการ โดยลดค่าเช่า 300–500 บาทต่อเดือน จากอัตราค่าเช่าเดิมประมาณ 1,260–2,500 บาทต่อเดือน โดยต้องทำสัญญาเช่ากับการเคหะแห่งชาติตั้งแต่เดือนมกราคม–31 ธันวาคม 2569 และของขวัญชิ้นที่ 3 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อโดยตรงกับการเคหะแห่งชาติ สำหรับลูกค้าเช่าซื้อที่ยังไม่เคยเข้ามาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งรายที่มีหนี้ค้างชำระและไม่มีหนี้ค้างชำระ ลดค่าปรับลงร้อยละ 85 ปรับลดดอกเบี้ยเช่าซื้อคงเหลือร้อยละ 6.70 และขยายเวลาสัญญาเช่าซื้อไม่เกิน 40 ปี เมื่อรวมกับอายุผู้เช่าซื้อแล้วต้องไม่เกิน 75 ปี
การเคหะแห่งชาติเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อยกระดับให้การเคหะแห่งชาติสามารถดำเนินการเชิงรุก รองรับโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสังคมอย่างรวดเร็ว การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนแผนวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ปี 2569–2575 มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถองค์กรให้มีความคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร การพัฒนาบุคลากร และการดำเนินงาน ผ่านการกระชับโครงสร้างและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ระบบ BIM ในงานก่อสร้าง เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 การเคหะแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยอยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งสิ้น 91 โครงการ จำนวน 25,987 หน่วย แบ่งเป็นโครงการที่จัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติ จำนวน 17 โครงการ รวม 6,943 หน่วย และโครงการที่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอขออนุมัติ จำนวน 74 โครงการ รวม 19,044 หน่วย ครอบคลุมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนทุกช่วงวัย โครงการบ้านพักข้าราชการและโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย บนพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
“ตลอดระยะเวลา 53 ปีที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยให้ความสำคัญกับการออกแบบที่อยู่อาศัยตามหลักความยั่งยืนและอารยสถาปัตย์เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจองค์กรอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวย้ำ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนเช่าที่ดินฉะเชิงเทรา 3 ไร่ ดันธุรกิจที่จอดรถและกิจการต่อเนื่อง
นางกนกภรณ์ เศาจพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอราคาการได้สิทธิเช่าที่ดิน เพื่อประกอบกิจการที่จอดรถและธุรกิจต่อเนื่อง ภายในโครงการเคหะชุมชนฉะเชิงเทรา โฉนดเลขที่ 9606 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณถนน 314 (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) ตำบลลาดขวาง อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์กรอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง
กคช. จับมือ มรภ.เพชรบุรี พัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างชุมชนเข้มแข็ง
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จับมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (มรภ.พบ.) ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อบูรณาการการดำเนินงานด้านที่อยู่อาศัย งานวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนาชุมชน
การเคหะฯ จัด 'NHA HOMES & ENABLERS DAY 2026' ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ภายใต้แนวคิด 'Happiness for all'
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “NHA HOMES & ENABLERS DAY 2026 : Happiness for all” พร้อมมอบรางวัลและประกาศนียบัตรแก่บุคลากรและหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่น
กคช. เปิดพื้นที่ทองพัทยา ดึงเอกชนลงทุนสปอร์ตคลับ – คอมเมอร์เชียล 15 ปี
การเคหะแห่งชาติเปิดโอกาสนักลงทุนยื่นข้อเสนอสิทธิเช่าพื้นที่สปอร์ตคลับ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และที่จอดรถ ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะ 2 เนื้อที่กว่า 5 ไร่

