
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนาวิชาการเพื่อพัฒนาความรู้ทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้ทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ โดยมี รศ. ดร. ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย รศ.ดร. หทัยรัตน์ มาประณีต หัวหน้าโครงการ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ และมีนายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นางมณฑิรา สวัสดิรักษา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนา คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม บุคลากรกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วม ณ หอดนตรีและการแสดงอโศกมนตรี 1 หอประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคารนวัตกรรม :ศาสตราจารย์ ดร. สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งงานช่างฝีมือ ศิลปะการแสดง และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ และพัฒนาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น เป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน อย่างไรก็ดี ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญที่อาจจะทำให้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลายรายการมีโอกาสที่จะสูญหายไป ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและรักษามรดกทางวัฒนธรรม จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนิน “โครงการพัฒนาความรู้ทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” โดยมีหัวใจสำคัญ คือ การใช้แนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นฐานขององค์ความรู้และการสร้างสรรค์ เชื่อมโยงรากเหง้าและทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศให้ตอบโจทย์โลกปัจจุบัน
อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า การจัดงานทำให้เห็นถึงการพัฒนาผลงานต้นแบบจาก 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหนังใหญ่ วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรีซึ่งเป็น 1 ใน 3 คณะหนังใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ในประเทศไทย โดย “หนังใหญ่” ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2552 สาขาศิลปะการแสดง ได้มีความตั้งใจในการอนุรักษ์ สร้างสรรค์ และต่อยอด โดยการนำลวดลายตัวละครหนังใหญ่ ‘‘ลวดลายหนุมาน’’ มาประยุกต์ใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกหรือของใช้ที่สามารถนำไปประดับตกแต่งได้ ทำให้หนังใหญ่ไม่เป็นเพียงแค่ศิลปะการแสดง แต่ยังสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและผู้คนสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง
ส่วนกลุ่มจักสานปลาตะเพียนใบลาน ชุมชนภูเขาทอง จ.พระนครศรีอยุธยา (ซึ่งปลาตะเพียนใบลานเป็นรายที่ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2566 สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม ประเภทเครื่องจักสานได้มีความมุ่งมั่นในการยกระดับงานจักสานปลาตะเพียนให้มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีสันที่สดใส รวมถึงการออกแบบที่ทันสมัย มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ที่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของงานจักสานแบบดั้งเดิม แต่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น นับเป็นการผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของชุมชน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้นอีกด้วย

“ การพัฒนาผลงานต้นแบบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์หรือสินค้า แต่เป็นการสร้างเรื่องราว สร้างคุณค่า และสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนในการนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ ออกแบบให้โดดเด่น ทันสมัย รังสรรค์ให้เกิดเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและมูลค่าสูงกว่าเดิม แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อนึ่ง การเสวนาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชน วิทยากรและผู้เข้าร่วมงานจากทุกภาคส่วนจะนำไปสู่แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน พร้อมทั้งรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาให้คงอยู่สืบไป ” นางยุถิกา กล่าว
ด้าน รศ. ดร. หทัยรัตน์ มาประณีต หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า งานเสวนาเกิดขึ้นจากการส่งเสริมและสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกัมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้ “โครงการพัฒนาความรู้ทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ทักษะงานฝีมือ และการออกแบบสร้างสรรค์ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางวัฒนธรรม โดยคณะทำงานได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่การสำรวจและบันทึกข้อมูลความรู้ทางวัฒนธรรม ไปจนถึงการพัฒนาและออกแบบสร้างสรรค์ จนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และได้จัดทำแบบจำลองธุรกิจ (business model) เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปต่อยอด สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่าง

ภายในงานจัดเสวนาการพัฒนาความรู้ทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ ประกอบด้วย
ช่วงที่ 1 “เล่าเรื่องราวชุมชน” โดยผู้แทนชุมชนหนังใหญ่ วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ นายวีระพงษ์ เอี่ยมลออ ประธานคณะกรรมการบริหารหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ และนายธนะวัตติ์ รุ่งสิทธิ์ศุภรัฐ รองประธานฝ่ายงานพิพิธภัณฑ์ และผู้แทนจากกลุ่มจักสานปลาตะเพียนใบลาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ นางพีรยา เรืองกิจ ประธานกลุ่มจักสานปลาตะเพียนใบลาน และนายสมบัติ เจตนี รองประธานกลุ่มจักสานปลาตะเพียนใบลาน
ช่วงที่2 “จากไอเดีย สู่การพัฒนาสร้างสรรค์” โดยผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร. ศิวลาภ สุขไพบูลย์วัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รศ. ดร. ชวัลลักษณ์ คุณาธิกรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบบจาลองธุรกิจ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาจารย์ ดร.พรนารี ชัยดิเรก ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นางวาสนา จันสถาพร กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ชุมชนหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และนายสมบัติ เจตนี รองประธานกลุ่มจักสานปลาตะเพียนใบลาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ช่วงที่ 3 “สร้างแบรนด์และยกระดับมาตรฐาน” โดย (๑) ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร. ศิวลาภ สุขไพบูลย์วัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาและวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รศ.ดร. ชวัลลักษณ์ คุณาธิกรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบบจาลองธุรกิจ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาจารย์ ดร. พรนารี ชัยดิเรก ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้แทนชุมชนหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และผู้แทนจากกลุ่มจักสานปลาตะเพียนใบลาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ก่อนปิดการเสวนาโดยรศ.ดร. กัมปนาท บริบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา และกรรมการสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วธ.ต่อยอด The Lost Taste ยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่สากล
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” (TBLF) ภายใต้แนวคิด “The Lost Taste : The Living Heritage”
สวธ.เปิดนิทรรศการหุ่นละครเล็กเฉลิมพระเกียรติ 'สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี'
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา74 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท โจหลุยส์ ไทย อาร์ต จำกัด ดำเนินโครงการ “สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี” ขึ้น เพื่อนำเสนอคุณค่าของศิลปกรรมไทยและนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย สร้างการรับรู้และเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้าถึงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และเอกลักษณ์ของช่างศิลป์ไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
สวธ.เปิดแสดงละครหุ่นไทยเฉลิมพระเกียรติ 'พระราชินี' พร้อมสัญจร 4 ภาค
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวและการแสดงรอบปฐมทัศน์ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สวธ.โชว์มรดกภูมิปัญญา‘ชุดไทย’ จากครูช่างท้องถิ่นกลางกรุง หนุนขึ้นยูเนสโก
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมมอบหมายให้ นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานจากท้องถิ่นสู่ราชสำนักภายใต้โครงการจัดเก็บคลังข้อมูลช่างท้องถิ่น รายการ "ชุดไทย" โดยมี รศ.ดร.จุฬณี ตันติกุลานันท์
สวธ.มอบรางวัลประกวด ‘หมอลำ’ชิงถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

