รองนายกฯ สุชาติ สั่งกรมทะเล ผนึกกำลังผู้ประกอบการและชุมชน เร่งขจัดคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ หลังเหตุเรืออับปาง ย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่องป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ

วันที่ 1 มีนาคม 2569 จากกรณีเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคราบน้ำมันบางส่วนถูกกระแสลมและคลื่นพัดเข้าสู่ชายฝั่งเกาะราชาใหญ่อย่างต่อเนื่อง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ จึงสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งตรวจสอบ ดำเนินมาตรการป้องกันพร้อมติดตามประเมินผลกระทบต่อแนวปะการัง หญ้าทะเล และสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายระยะยาวต่อทรัพยากรและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สั่งการให้กองป้องกัน ปราบปราม และบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง ปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยบริเวณอ่าวปะตก (อ่าวพลับพลา) พบก้อนน้ำมันกระจายตัวเป็นระยะทางประมาณ 195 เมตร (ความกว้าง 2 เมตร) และบริเวณอ่าวสยาม พบก้อนน้ำมันกระจายตัวเป็นระยะทางประมาณ 40 เมตร (ความกว้าง 5 เมตร) ซึ่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้เร่งเก็บก้อนน้ำมันตามแนวหาดทรายทั้งหมดแล้ว ส่วนคราบน้ำมันที่ติดอยู่ตามบริเวณโขดหิน ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าจัดเก็บร่วมกัน เพื่อรักษาทัศนียภาพและลดผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวต่อไป

"เป้าหมายเร่งด่วนของเราคือการกำจัดก้อนน้ำมันออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้สารเคมีตกค้างในระบบนิเวศแนวปะการัง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะราชา" อธิบดี ทช. กล่าว

แม้จะดำเนินการจัดเก็บในพื้นที่หาดทรายเรียบร้อยแล้ว แต่จากการสำรวจยังพบคราบน้ำมันลอยอยู่ในบางจุดรอบเกาะราชาใหญ่ เจ้าหน้าที่กรมทะเลจึงยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอุปกรณ์จัดเก็บเพิ่มเติมทันทีหากมีการพัดเข้าหาฝั่งอีกครั้ง ซึ่งก้อนน้ำมันที่จัดเก็บได้ทั้งหมด จะถูกลำเลียงขนย้ายกลับเข้าสู่ฝั่งจังหวัดภูเก็ต เพื่อนำไปกำจัดตามขั้นตอนมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สุชาติ” สรุปผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจไทย สู่ความถูกต้องตามกฎหมาย ยั่งยืน และเชื่อมโยงตลาดโลก

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ระหว่างวันที่ 22–23 กันยายน 2569 ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า

'สุชาติ' เผยผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล ดันไม้เศรษฐกิจถูกกฎหมาย–ยั่งยืน เชื่อมตลาดโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางด้านกฎหมาย การค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนกับนานาประเทศ

คพ. ผนึกกำลัง SCG ศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินปนเปื้อนสารหนู ในพื้นที่แม่น้ำกก

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประชุมหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด (SCG) เร่งศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินลำน้ำ และดินแปลงเกษตรที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงน้ำผิวดิน และตะกอนจากกระบวนการผลิตน้ำประปา ในพื้นที่แม่น้ำกก เพื่อศึกษาแนวทางจัดการที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อประชาชน

“สุชาติ” โชว์วิสัยทัศน์ไทยเวทีโลก ดันไม้ถูกกฎหมาย–ยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจสีเขียว

วันนี้ (22 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วยนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ

“สุชาติ” สั่ง คพ. ตรวจเข้มโรงงานปล่อยน้ำเสีย อำเภอพนัสนิคม พบไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง เตรียมดำเนินคดี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามตรวจสอบสถานประกอบการที่อาจปล่อยน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน

“สุชาติ” ดัน “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลถึงท้องถิ่น ชู ทสม.แม่ฮ่องสอน ลดขยะกว่า 66%

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงตั้งแต่ระดับพื้นที่