
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า ปี 2567 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาสูงถึง 13,631 คน และในจำนวนนี้มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดถึง 8,971 คน หรือคิดเป็น 65% โดยส่วนใหญ่ยังคงศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น รองลงมาคือประถมศึกษา ปวช. และมัธยมปลาย สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออายุของผู้เสพที่น้อยลงเรื่อยๆ โดยพบเด็กอายุน้อยที่สุดเพียง 11 ปี ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ยาเสพติดได้กลายเป็นภัยคุกคามที่เข้าถึงตัวเยาวชนตั้งแต่อยู่ในระบบการศึกษารวมถึงการมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงสารเสพติดมากขึ้น

“สสส. จึงร่วมกับ บริษัท ร็อกเกต มีเดีย แล็บ จำกัด (Rocket Media Lab) จัดทำรายงานสถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ประจำไตรมาส 4 ปี 2568 ตอน ‘ยาบ้า กัญชา กระท่อม วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด’ เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกี่ยวข้องหลังพบสถิติที่น่ากังวลจากจำนวนคดียาเสพติดที่แม้ภาพรวมระหว่างปี 2565-2566 จะลดลงแต่สัดส่วนคดีที่เกิดจากการเสพกลับพุ่งสูง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีครอบครองหรืออื่นๆ ซึ่ง สสส. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาสารเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง และเป็น 1 ใน 16 หน่วยงานภาคีที่ร่วมผลักดันพื้นที่ต้นแบบ โดยเฉพาะการขยายผลโมเดล ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงการบำบัดรักษาในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสู่การเป็นชุมชนสุขภาวะ โดยปัจจุบันมีพื้นที่ต้นแบบที่ปลอดภัยจากยาเสพติดแล้ว 29 พื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครองที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลและดาวน์โหลดชุดความรู้ได้ที่ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

นายสันติชัย อาภรณ์ศรี บรรณาธิการบริหาร Rocket Media Lab กล่าวว่า จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พบพฤติกรรมและปัจจัยการเข้าถึงยาเสพติดของเยาวชนใน 3 มิติ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดหลังการปลดล็อกพืชเสพติด ที่ยาบ้ายังเป็นสารหลักที่มีผู้ใช้สูงสุด แต่เยาวชนที่ใช้กัญชาและกระท่อมก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปี 2567 พบเยาวชนใช้กัญชาเพิ่มขึ้น 3,240 คน และใช้น้ำต้มใบกระท่อม 1,579 คน อีกทั้งยังผสมสารเคมีอันตรายตามความเชื่อผิดๆ เพื่อเพิ่มฤทธิ์มึนเมา 2.นวัตกรรมการซื้อขายและสถานที่มั่วสุม ตลาดออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลัก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X ที่พบการประกาศขายมากที่สุด 68% มีการใช้สัญลักษณ์อิโมจิแทนชื่อยาเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบ ขณะที่พฤติกรรมการมั่วสุมเปลี่ยนจากพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องพัก พูลวิลล่าหรือรีสอร์ต เพื่อเลี่ยงการจับกุม 3.วิกฤตขีดความสามารถด้านการบำบัด ที่พบว่ายอดผู้เข้าบำบัดปี 2568 คาดว่าจะสูงถึง 260,000 คน ซึ่งเกินศักยภาพที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ ยิ่งไปกว่านั้นไทยยังขาดแคลนบุคลากรจิตแพทย์เฉพาะทางด้านการเสพติด นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อคืนเยาวชนให้กลับสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระบะขนปาล์มตกคลอง คนขับรีบหนี บอกพลเมืองดีไม่ต้องแจ้งตำรวจ สุดท้ายกู้ภัยพบยาบ้า
กระบะขนปาล์มวูบตกคลอง คนขับรีบชิ่งหนีพร้อมบอกพลเมืองดีไม่ต้องแจ้งตำรวจ สุดท้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบยาบ้า 9 เม็ด ถูกทิ้งใกล้รถยนต์ ตร.เตรียมสืบหาคนขับ
เด็กในสถานพินิจ25%ไม่เคยเข้าโรงเรียนเจาะลึกแรงจูงใจเด็กทำผิด
เด็กยุคดิจิทัลมีโอกาสเดินหลงทาง ก้าวพลาดเข้าไปอยู่ในวังวนอบายมุขสิ่งเสพติดหลายรูปแบบ บุหรี่ไฟฟ้า เหล้า ยาเสพติด การพนันออนไลน์ เล่นเกม ทำสื่อออนไลน์ Liveขายสินค้า
สสส. เสิร์ฟหนัก! เฟสติวัลเด็ก-เยาวชน สุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ปิดเทอมสร้างสรรค์ ปี 69” สานพลังภาคี 45 องค์กร “ปักหมุดพื้นที่เรียนรู้-เล่นอิสระใกล้บ้าน 15 นาที 1,300 กิจกรรม”
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และภาคีเครือข่ายปิดเทอมสร้างสรรค์ 45 องค์กร จัดงาน Kick Off ปิดเทอมสร้างสรรค์ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ความฉ่ำ Comeback” ณ NSM Science Square ศูนย์การ
ท่องเที่ยวปลอดภัย! เชียงใหม่มัดรวมพลังชุมชนเชื่อมนโยบายแอ๋วเหนือม่วนใจ๋
สสส. สานพลัง ‘ทีมเชียงใหม่’ ดันเป็นพื้นที่ต้นแบบจังหวัด CBTx แก้ปัญหายาเสพติดด้วยพลังชุมชน เชื่อมนโยบายแอ๋วเหนือม่วนใจ๋ท่องเที่ยวปลอดภัย
สภานโยบายอาหารปลอดภัยที่แรกของไทยที่นนทบุรี
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) “ร่วมขับเคลื่อนสภานโยบายอาหารนนทบุรี
โจทย์ใหญ่ความเหลื่อมล้ำที่ท้าทายอนาคต “แรงงานทุกคนในไทยต้องได้รับการคุ้มครอง”
ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างด้านแรงงานอย่างรอบด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ความไม่มั่นคงในการจ้างงาน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจ

