
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งเพิ่มน้ำกิน น้ำใช้ สนับสนุนระบบประปาหมู่บ้าน สำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง และกระจายน้ำช่วยเหลือภาคการเกษตร เพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนผันผวน
นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ(กวป.) รวบรวม วิเคราะห์ และติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำ พร้อมกำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่(สทน.) 1–11 ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง และเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรอย่างทั่วถึง
ปัจจุบันแหล่งน้ำผิวดิน จำนวน 294 แห่ง มีความจุรวม 564.13 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำกักเก็บ 332.71 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 58.98 เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชน

ทั้งนี้ กวป. รายงานผลการช่วยเหลือประชาชนในภาวะน้ำแล้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – ปัจจุบัน และ สทน. 1–11 ได้ดำเนินการช่วยเหลือสะสมในพื้นที่ 31 จังหวัด สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 115 เครื่อง มีปริมาณการสูบน้ำรวม 16.68 ล้านลูกบาศก์เมตร และแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภครวม 3,945,714 ลิตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์ 96,048 ครัวเรือน จำนวน 333,487 คน รวมถึงพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 168,271 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ไม้ผล 145,838 ไร่ และพื้นที่นาข้าว 22,433 ไร่
กรมทรัพยากรน้ำยังติดตามแนวโน้มสภาพภูมิอากาศโลก โดยข้อมูลจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ(National Oceanic and Atmospheric Administration :NOAA) คาดการณ์ว่า ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จะได้รับอิทธิพลจากภาวะ ENSO-Neutral ในช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน 2569 ซึ่งอาจทำให้ฝนต้นฤดูมีความผันผวน เกิดฝนทิ้งช่วง หรือมีฝนตกกระจุกตัวในบางพื้นที่ ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มความเสี่ยงด้านภัยแล้งเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำต้นทุนและความชื้นในดินที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงยังอาจเกิดฝนตกหนักระยะสั้น ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เชิงเขาต้องเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน
กรมทรัพยากรน้ำ ได้เตรียมความพร้อมเชิงรุก ทั้งการกักเก็บน้ำในแหล่งน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ำ การติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ การเตรียมเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่เสี่ยง พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ลดผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมทรัพยากรน้ำเดินหน้าเพิ่มน้ำต้นทุน ตามข้อสั่งการ “สุชาติ” รับมือแล้ง–ฝนผันผวน
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งเพิ่มน้ำกิน น้ำใช้ สนับสนุนระบบประปาหมู่บ้าน
“สุชาติ” แจงสภาชัด รัฐบาลเดินหน้ารับมือสารปนเปื้อนแม่น้ำกก ควบคู่เร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกิน–ป่าชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) สุชาติ ชมกลิ่น ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่า
สุชาติ ชื่นชมชาวไร่อ้อย–โรงงานน้ำตาล ร่วมลดฝุ่น PM2.5 อ้อยไฟไหม้เหลือ 3.80% ต่ำกว่าเกณฑ์
(พ.ค. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการดำเนินงานของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)
ทส. เดินหน้าขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ ชู “ดอยอินทนนท์” สู่มรดกอาเซียนแห่งที่ 11 พร้อมหนุนเศรษฐกิจฐานชีวภาพไทย
วันนี้ (6 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวง
'รมว.สุชาติ' เปิดเวทีความร่วมมืออนาคตคาร์บอนต่ำ หนุนภาคเอกชนยกระดับธุรกิจไทยสู่มาตรฐานโลก
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานความร่วมมือ “อนาคตคาร์บอนต่ำ”
กรมลดโลกร้อน รับนโยบาย รมว.ทส. เร่งผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .... รับมือโลกร้อน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .... ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยเป็นผู้นำเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีศักยภาพจัดการภัยพิบัติด้านสภาพอากาศในระยะยาว

