
ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกที่มีความผันผวนสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภารกิจสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของ “กลุ่ม ปตท.” คือการขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการดูแลสังคม ประชาชน และการบริหารงานอย่างมืออาชีพเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ทุกภาคส่วน
ความมั่นคงทางพลังงาน
ในฐานะที่ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 90% การเผชิญกับวิกฤตพลังงานจึงเป็นบททดสอบสำคัญ ซึ่งกลุ่ม ปตท. ได้วางกลยุทธ์โดยยึดหลักความมั่นคงเป็นที่ตั้ง หัวใจสำคัญคือ “ต้องมีพลังงานให้ประชาชนใช้ไม่ขาดแคลน” แม้ในสภาวะที่ต้นทุนการจัดหาและค่าประกันภัยขนส่งพุ่งสูงขึ้นจากการสู้รบในต่างแดน
กลุ่ม ปตท. ยังคงเดินเครื่องโรงกลั่นในเครืออย่างเต็มกำลัง (กว่า 100%) และเตรียมสภาพคล่อง เพื่อสำรองน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของคนไทย นี่คือการสะท้อนความรับผิดชอบในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติที่ให้ความสำคัญกับความอยู่รอดของประเทศเป็นลำดับแรก
กลยุทธ์การปรับตัวและศักยภาพบนเวทีโลก
เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากพื้นที่ขัดแย้ง กลุ่ม ปตท. ได้ใช้ศักยภาพของเครือข่ายการค้า (Trading) ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก เพื่อขยายแหล่งจัดหาน้ำมัน ทำให้เรามีแหล่งพลังงานที่หลากหลายและยืดหยุ่น นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดตามเป้าหมาย Net Zero 2050
OR กับบทบาทในระบบความมั่นคงทางพลังงาน
ในส่วนของธุรกิจปลายน้ำ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) มีบทบาทหลักในการเชื่อมต่อระบบพลังงานจากระดับการจัดหาและการกลั่น มาสู่การเข้าถึงของผู้ใช้ปลายทาง
หน้าที่สำคัญของ OR คือการบริหารจัดการเครือข่ายการกระจายพลังงานให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรองรับความต้องการใช้น้ำมันในภาคขนส่ง เศรษฐกิจ และการดำรงชีวิตประจำวัน
ภายใต้ภาวะที่ตลาดพลังงานมีความผันผวน OR มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงพลังงาน ดังนี้
- รักษาความต่อเนื่องของการจัดจำหน่ายพลังงาน ในทุกภูมิภาค
- บริหารสต๊อกและกระจายสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
- สนับสนุนการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในระดับประเทศ ผ่านช่องทางปลายทางที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด
บทบาทดังกล่าวทำให้ OR เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างระบบพลังงานในระดับปลายน้ำ ที่ช่วยให้การจัดหาพลังงานของประเทศสามารถส่งต่อไปยังผู้ใช้งานได้โดยไม่สะดุด และลดผลกระทบให้ได้มากที่สุดในช่วงที่มีข้อจำกัดด้านอุปทานหรือความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก

ความยั่งยืนและความร่วมมือเพื่ออนาคต
หัวใจของการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. และ OR คือการเติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับสังคมไทย การปรับพอร์ตธุรกิจมุ่งเน้นในสิ่งที่ถนัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด (Energy & Synergy) พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบอย่างตรงจุด เพื่อวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง
พร้อมที่จะยืนหยัดเป็นองค์กรพลังงานที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีการบริหารความเสี่ยง การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีพลังงานที่เพียงพอ มีบริการที่เป็นเลิศ และมีการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืน และผ่านพ้นช่วงเวลาความผันผวนของโลกไปได้อย่างมั่นคง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกา โกลบอล’จ่อปรับราคาสินค้าเพิ่มหลังสงครามทำต้นทุนพุ่ง10-15%
เอกา โกลบอล โอดความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 – 15% คาดครึ่งปีหลังบริษัทฯ อาจปรับขึ้นราคา เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
BCPG โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 722.3 ล้านบาท
BCPG โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 722.3 ล้านบาท เติบโต 373.5% รับแรงหนุนพอร์ตลงทุนต่างประเทศ-โครงการใหม่

