นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์โคนมแม่ออน จำกัด และติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำนมดิบในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นางสาวอภิวันท์ ธะนะสิทธิศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกรม นายพิษณุ พินรอด ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ ณ สหกรณ์โคนมแม่ออน จำกัด ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
สหกรณ์โคนมแม่ออน จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2542 เป็นองค์กรของเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำนมดิบ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกในท้องที่อำเภอแม่ออนและใกล้เคียง ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 134 ราย มีสมาชิกที่ส่งน้ำนมจำนวน 94 ราย มีปริมาณน้ำนมดิบเฉลี่ยกว่า 24 ตันต่อวัน และมีทุนดำเนินงานกว่า 117 ล้านบาท สหกรณ์ดำเนินธุรกิจ 4 ด้าน ประกอบด้วย ธุรกิจรวบรวมน้ำนมดิบ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจแปรรูปอาหารสัตว์ ในด้านการรวบรวมน้ำนมดิบของสหกรณ์ จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการอาหารสัตว์ และการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับอาชีพการเลี้ยงโคนมต่อไป
ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะสมาชิกสหกรณ์ ประชาชนในพื้นที่ที่มารอต้อนรับ พร้อมรับฟังปัญหา ความต้องการด้านต่าง ๆ ของผู้นำสหกรณ์ และมอบนโยบายการดำเนินงานต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเปิดเผยว่า สหกรณ์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและบริหารจัดการน้ำนมดิบของสมาชิก ซึ่งมีปริมาณรวบรวมน้ำนมดิบเฉลี่ยกว่า 24 ตันต่อวัน ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนอาหารสัตว์และพลังงาน การแข่งขันด้านตลาดผลิตภัณฑ์นม รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำนมดิบ และสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยในระยะยาว
“ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้นำนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเน้นย้ำกับพี่น้องทุกท่าน ภายใต้แนวทาง เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรทั้งระบบ โดยเฉพาะสินค้าน้ำนมดิบที่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมดิบ ทั้งในระดับฟาร์มและศูนย์รวบรวมน้ำนม โดยสนับสนุนการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่มาใช้ในระบบบริหารจัดการฟาร์ม การพัฒนาอาหารสัตว์ การลดต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการสุขภาพโคนม ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานคุณภาพของน้ำนมดิบ เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนมไทย โดยเฉพาะในด้านของสหกรณ์ จึงต้องมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ แต่ต้องพัฒนาไปสู่การบริหารจัดการด้านตลาด การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์นมของตนเองให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบอุปกรณ์การตลาดให้แก่สถาบันเกษตรกร จำนวน 4 แห่ง ในโครงการยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ปี 2568 โครงการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกร งบประมาณปี 2569 (เพิ่มเติม) โครงการยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร งบประมาณปี 2569 (เพิ่มเติม) และสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์โคนมในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 8 แห่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 108,660,000 บาท
จากนั้น ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบูธสินค้าสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟอาราบิก้า จากสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด หมอนใบชา/ของที่ระลึก จากสหกรณ์ไฟฟ้าโครงการหลวงแม่กำปอง จำกัด ผลิตภัณฑ์นมแปรรูป จากสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด และสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ จำกัด ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับขบวนการสหกรณ์ เพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจโคนมทั้งสิ้น 101 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย สหกรณ์โคนม 92 แห่ง ชุมนุมสหกรณ์โคนม 8 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร 1 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มีปริมาณน้ำนมดิบกว่า 3,000 ตันต่อวัน สหกรณ์โคนมไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรับซื้อน้ำนมดิบ แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยงเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนคุณภาพน้ำนมไทยให้เป็นที่ยอมรับ สำหรับจังหวัดเชียงใหม่นั้น ถือเป็นแหล่งผลิตน้ำนมดิบคุณภาพสูงของภาคเหนือ มีสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจโคนมจำนวน 9 แห่ง และมีปริมาณน้ำนมเฉลี่ย 211 ตัน/วัน
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้สนับสนุนแหล่งเงินทุนผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด เครื่องจักร และสิ่งก่อสร้างที่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่การผลิตน้ำนมดิบ ตั้งแต่การรวบรวม การเก็บรักษา การขนส่ง ไปจนถึงการแปรรูปและการตลาด ในด้านการบริหารจัดการน้ำนมดิบ โดยการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมให้สหกรณ์ประยุกต์ใช้นวัตกรรมในการบริหารจัดการฟาร์มและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบให้มีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบันมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและแก้ไขปัญหาน้ำนมล้นตลาดอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรมให้แก่สมาชิก แต่ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของสหกรณ์ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด ผ่านการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและการบริหารจัดการการตลาดเชิงรุก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด
เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หนุนผู้ประกอบการไทยสร้างนวัตกรรมอาหารสู่ตลาดโลก ร่วมยินดีผลงานบริษัทไทยนิจิคว้ารางวัล 7Innovation Awards 2026
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอกย้ำบทบาทการนำองค์ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมไปสร้างประโยชน์แก่ ภาคอุตสาหกรรม หลัง บริษัท ไทยนิจิ อินดัสทรี จำกัด
รมว.สุชาติ สั่งด่วน เร่งหามือทิ้งขยะมลพิษในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดปราจีนบุรี ย้ำ!! พบผู้กระทำผิดดำเนินการทางกฎหมายถึงที่สุด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมป่าไม้เร่งดำเนินการ เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีการนำขยะมลพิษมาทิ้งในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยไคร้ ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง
"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม
ทีทีบี ตอกย้ำบทบาท “Growth Navigator” จัดงาน Networking Day สำหรับ SME เชื่อมองค์ความรู้ ผนึกพันธมิตร สร้างโอกาสธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโต
ทีทีบี เดินหน้ายกระดับบทบาทสู่ “Growth Navigator” จัดงาน SME Growth Navigator powered by ttb LEAN : Networking Day
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือฯ และพนักงาน แสดงจุดยืนคัดค้านคำสั่งปิดท่าเรือกรุงเทพ
วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) เวลา 12.00 น. สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย

