8 สิงหาคม 2569 - เวลา 17.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยากรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2476 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 10 คนของ นายทองอยู่ และนางบุญรอด ปราสาททองโอสถ จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำอีกหลายแห่ง
ชีวิตการทำงาน นายแพทย์ปราเสริฐ เริ่มต้นเป็นแพทย์ประจำบ้าน และอาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ ที่โรงพยาบาลศิริราช ก่อนลาออกจากราชการมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ทั้งด้านการก่อสร้าง การขุดเจาะน้ำมัน ด้านการแพทย์ ก่อตั้ง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ด้านธุรกิจการบิน ก่อตั้งและเป็นเจ้าของบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส รวมถึงธุรกิจสื่อโทรทัศน์ดิจิทัล
เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น สมาชิกวุฒิสภา 2 วาระ , สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับรางวัลจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ หลายแห่ง เช่น ได้รับพระราชทานรางวัลชัยนาทนเรนทร นักการสาธารณสุขดีเด่น ประเภทบริหาร ประจำปีพุทธศักราช 2561 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ,ได้รับพระราชทานเกียรติบัตร "จริยธรรมสรรเสริญ" จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ,ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับรางวัล "แพทย์เกียรติยศ แพทยสภา" จากผลงานด้านการบริหารและการประพฤติปฏิบัติอันเป็นแบบอย่างที่ดีแก่แพทย์และสังคม, รางวัลนักเวชศาสตร์ป้องกันดีเด่นระดับชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2562 จากสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย และรางวัล "มหิดลทยากร" รางวัลเชิดชูเกียรติสูงสุดที่มอบแก่ศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อยกย่องบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรมในวิชาชีพ และสร้างผลงานดีเด่นจนเป็นประโยชน์แก่สังคม ประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น เป็นต้น
ด้วยคุณูปการต่างๆ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญรัตนาภรณ์อันเป็นเกียรติยศยิ่ง ได้แก่
ประถมาภรณ์มงกุฎไทย , ประถมาภรณ์ช้างเผือก ,ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ , มหาวชิรมงกุฎ และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 4 นอกจากนั้นยังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ จากประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัก แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับนางวัลลีย์ ปราสาททองโอสถ มีบุตรและธิดารวม 5 คน นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2569 สิริอายุ 93 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระองค์ภา
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” คณะทูตานุทูต 45 ประเทศ ร่วมในพระราชพิธี
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569
ทรงวางพวงมาลาสุสานโฮจิมินห์จารึกสัมพันธ์50ปี
"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์

