
ในหลวงโปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2565 มอบแก่จนท.ปฏิบัติหน้าที่กองกำลังชายแดนสระแก้ว
20 ธ.ค. 2564 – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2565 จำนวน 200 ชุด ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กองกำลังชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ กองบังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1304 อำเภออรัญประเทศ เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2565 จำนวน 200 ชุด ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กองกำลังชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ณ กองบังคับการกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4 อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่กองกำลังชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ประเทศชาติมีความมั่นคง และปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติ โดยพื้นที่ชายแดนจังหวัดภาคตะวันออกอยู่ในความรับผิดชอบของกองกำลังบูรพา ประกอบด้วย กำลังพลกองทัพภาคที่ 1 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ กองบังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1304 กรมทหารพรานที่ 13 และกองบังคับการกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 รับผิดชอบพื้นที่ของจังหวัดสระแก้ว 7 อำเภอ จาก 9 อำเภอ แบ่งออกเป็นอำเภอตามแนวชายแดน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ และอำเภอคลองหาด และอำเภอในพื้นที่ตอนใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น ซึ่งมีความยาวตลอดแนวชายแดน ในพื้นที่รับผิดชอบ 165 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ราบประมาณ 95 กิโลเมตร และลำน้ำประมาณ 70 กิโลเมตร โดยมีภารกิจสำคัญ 3 ประการ คือ การป้องกันชายแดน การรักษาความมั่นคงภายใน และการพัฒนาเพื่อความมั่นคง
ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่กองกำลังชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับทราบ ยังความปลื้มปีติให้แก่เจ้าหน้าที่และต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวด พระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
ในหลวง พระราชทานเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ เรื่อง สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่า
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมขบวนเชิญพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปในการพระราชทานน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา
ในหลวง พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนประสบอัคคีภัยชุมชนริมคลองนางหงส์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปภัมภ์
สนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก เพิ่มประสิทธิภาพสนามบินและการผลิตน้ำแข็งแห้ง
เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพสนามบินฝนหลวง สร้างถนนแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชน พร้อมก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งแห้งสำหรับปฏิบัติการฝนหลวง เผยภารกิจกว้างไกล ทั้งสร้างฝนเพื่อพื้นที่การเกษตรและลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

