9 กรกฎาคม 2568 - ศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ราชบัณฑิต เปรียญธรรม 9 ประโยค โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า คำสอนใน ธรรมนาวา “วัง” สะท้อนความต้องการของชาติที่หวังพึ่ง พุทธปัญญา
ในวันและเวลาที่ทรงผ่านพระบรมราชาภิเษก ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ท่ามกลางมหาสันนิบาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกาศต่อที่ประชุมสงฆ์ว่า พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงถือพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า เป็นสรณะ-ที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด
พระองค์ทรงให้ความสำคัญพระสงฆ์มากในฐานะเป็นศาสนทายาทนอกจากทรงถวายการอุปถัมภ์ด้วยปัจจัย ๔ และลาภยศแล้ว ยังมีพระจริยาวัตรอีกหลายประการที่สะท้อนถึงความห่วงใยสถานะของพระพุทธศาสนา และยังมีพระราชปุจฉาอื่นๆอีกที่สะท้อนถึงว่าทรงมีพระราชประสงค์จะให้เกิดพัฒนาการในระบบการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม อย่างพระราชปุจฉาถามคณะสงฆ์ที่ว่า จะทำอย่างไรให้การเรียนภาษาบาลีสัมพันธ์กับพระไตรปิฎก?
พระราชปุจฉานี้สำคัญมาก สามารถอาศัยเป็นแนวทางปรับการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งระบบได้เลย แต่น่าเสียดายว่า…คณะสงฆ์เถรวาทบ้านเรา เป็น ‘ถิระหรือเถระ’ คือ มั่นคงในอาจริยตันติ-แบบแผนที่โบราณาจารย์วางไว้มากไป จนพลาดโอกาสสำคัญในการพัฒนา ทั้งๆที่โอกาสมาถึงแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวถึงจะยิ่งใหญ่เป็นสมมติเทพ แต่ในฐานะ ‘มนุสสเทวะ’ ก็ยังทรงต้องการครูบาอาจารย์สอนธรรม (ธัมมานุสาสก) จึงทรงใช้โอกาสที่มีแสวงหาพระสงฆ์รูปแล้วรูปเล่ามาเป็นพระอาจารย์
พระอาจารย์ต้น เป็นพระเถระรูปหนึ่งที่ได้รับโอกาสนั้นและได้ถวายองค์ความรู้พื้นฐานเพื่อให้เข้าใจชีวิต คือ ขันธ์ ๕ อริยสัจ ๔ และเน้นการใช้มรรคมีองค์ ๘ ข้อสัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำเข้าสู่ ‘ความรู้เพื่อการตื่นรู้’
ทรงต้องพระราชหฤทัยกับคำสอน และวิธีการสอนของพระอาจารย์ต้น จนถึงเคารพนับถือและยกย่องเป็นพระอาจารย์
ต่อมาก็ทรงทำอาจริยบูชา - บูชาพระอาจารย์ด้วยการถวายสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นราชในพระราชทินนามว่า “พระราชญาณวชิรชิโนภาส” และยังทรงทำอาจริยบูชาด้วยการสร้างอุทกุกเขปสีมา(โบสถ์กลางน้ำ)ถวาย ณ วัดเกาะแก้ว และยังพระราชทานการดูแลวัดป่านาโสกฮัง แหล่งกำเนิดของคำสอนแนวธรรมนาวา (ที่พัฒนามาเป็น ธรรมนาวา“วัง”)
พระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระองค์ เป็นพระธรรมราชา - พระราชาโดยธรรม และพระธรรมสามี - พระเจ้าของแห่งธรรม ทรงต้องการแจกจ่ายธรรมะที่ทรงมีทรงได้แก่พสกนิกรใต้พระบรมโพธิสมภาร ด้วยหวังจะให้ได้ลิ้มรสธรรมอย่างพระองค์
จึงเกิดเป็นธรรมนาวา “วัง” เรือหลวงแห่งธรรม พระราชทานหลักธรรมที่ทรงประทับพระราชหฤทัยมาจนทุกวันนี้
ธรรมนาวา“วัง” มีส่วนสำคัญช่วยปลุกกระแสความสนใจธรรมแก่คนทุกระดับชั้น
เสียงเปล่ง
พุทโธ เม นาโถ
ธัมโม เม นาโถ
สังโฆ เม นาโถ
จากปากของสาธุชนเหล่านั้นคือ พยานยืนยันผลแห่งความสำเร็จทั้งของผู้สอน ผู้ได้รับคำสอน
ที่เขียนมาทั้งหมดอยากสรุปว่า องค์ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมในธรรมนาวา“วัง” สะท้อนถึงความต้องการของชาติที่เป็นสังคมพุทธ ที่ถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมกันปลูกฝังคำสอนแนวนี้กันอย่างกว้างขวางจริงจังและไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสนองพระราโชบายที่ทรงหวังให้ชาวพุทธไทยเข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด
เพราะองค์ความรู้นี้เมื่อเข้าใจเข้าถึงตื่นรู้แล้ว ย่อมให้ผลย้อนกลับไปทำให้เข้าถึงคุณค่าของพระรัตนตรัยได้โดยปริยายแล ในฐานะเป็นแหล่งกำเนิดคำสอน
สาธุ สาธุ สาธุ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมช 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดป้ายชื่ออุโบสถกลางน้ำ "ทศมราชบพิตรปุณฑริกาคารสีมา" ณ วัดเกาะแก้ว และเสด็จพระราชดำเนินไปถวายพระพุทธนวราชบพิตร แด่พระราชญาณวัชรชิโนภาส (ทวีวัฒน์ จารุวณฺโณ) ณ วัดป่านาโสกฮัง ตำบลหนองสามสี อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล”
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569

