จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส

พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะแนวพระดำริด้านแฟชั่นที่ยั่งยืน Sustainable Fashion ที่มุ่งส่งเสริมการใช้วัสดุธรรมชาติ การออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับงานหัตถศิลป์ไทย

หนึ่งในชุมชนที่น้อมนำแนวพระดำริดังกล่าวมาปรับใช้ได้อย่างโดดเด่น คือ กลุ่มบ้านบาติก จังหวัดนราธิวาส วิสาหกิจชุมชนที่นำภูมิปัญญาบาติกพื้นถิ่นของชายแดนใต้มาพัฒนาสู่ผลงานร่วมสมัย จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่รู้จักกันในชื่อ “บาติกลายฉลุแห่งแดนใต้” งานหัตถศิลป์ที่ผสานการลงเทียนแบบดั้งเดิม ลวดลายฉลุ อันละเอียดประณีต และเทคนิคเส้นทองเส้นเงินอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากผืนผ้าบาติกที่เคยผลิตด้วยกระบวนการแบบดั้งเดิม วันนี้กลุ่มบ้านบาติกได้ยกระดับงานหัตถกรรมท้องถิ่นให้ก้าวไกลสู่โลกแฟชั่น โดยยังคงรักษารากเหง้าแห่งภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของนราธิวาสไว้อย่างครบถ้วน

บนผืนผ้าสีสันสดใสที่เต็มไปด้วยลวดลายอันประณีต “กลุ่มบ้านบาติก” จังหวัดนราธิวาส กำลังบอกเล่าเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการสืบสานและต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยอย่างงดงาม วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้นำโดย คุณรอกีเยาะห์ บาราเฮง ผู้พัฒนางานบาติกทำมือ 100 เปอร์เซ็นต์ จนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของชายแดนใต้

จุดเด่นของบ้านบาติกคือการสร้างสรรค์ “บาติกลายฉลุแห่งแดนใต้” ที่ผสานศิลปะการลงเทียนแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการเจาะลวดลายอย่างประณีต รวมถึงการใช้ เส้นทองและเส้นเงิน เพิ่มมิติให้กับผืนผ้า จนเกิดเป็นผลงานที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร “เดิมทีการผลิตเป็นเพียงขั้นตอนเดียว แต่รุ่นหลังได้ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นผ้าบาติกที่มีกระบวนการตั้งแต่ 2 ชั้นถึง 4 ชั้น” สัลมี บาราเฮง ผู้ประกอบการ กลุ่มบ้านบาติก ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่สองบอกเล่าถึงเทคนิคการทำผ้าบาติก จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แรงบันดาลใจระดับประเทศ

นอกจากการพัฒนาด้านเทคนิคแล้ว บ้านบาติกยังได้รับโอกาสสำคัญจากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระราชทานแนวพระดำริด้าน Sustainable Fashion ให้แก่ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศ

คุณสัลมี เล่าถึงช่วงเวลาที่น่าประทับใจว่า การได้เข้าเฝ้าฯ และรับพระราชทานลวดลายผ้าเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด โดยพระองค์ตรัสชื่นชมการนำเทคนิคผ้าฉลุมาผสมผสานกับงานบาติก จนเกิดเป็นผลงานที่ “เกินกว่าคำว่าบาติก” คำชื่นชมดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ชุมชนเดินหน้าพัฒนางานหัตถศิลป์อย่างต่อเนื่อง

ผ้าไทยรักษ์โลกตามแนวพระดำริ

กลุ่มบ้านบาติก จังหวัดนราธิวาส ได้น้อมนำแนวพระดำริด้านความยั่งยืนมาปรับใช้ในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าลินิน การสกัดสีจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ครามปัตตานี ใบยูคาลิปตัส กาบมะพร้าว และใบหูกวาง รวมถึงการนำเทียนและขี้ผึ้งกลับมาใช้ซ้ำเพื่อลดของเสีย ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติในพื้นที่ สะท้อนแนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ”

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบ้านบาติกคือการนำลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ” มาสร้างสรรค์บนผืนผ้า ลวดลายดังกล่าว ทรงต่อยอดจากดอกไม้พระนามาภิไธยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกอบด้วยลายดอนญ่าควีนสิริกิติ์ ลายบัวควีนสิริกิติ์ ลายกุหลาบควีนสิริกิติ์ ลายกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ และลายขอสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ ซึ่งล้วนสื่อถึงการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

สืบสานทุนวัฒนธรรมไทยสู่อนาคต

จากงานหัตถกรรมพื้นถิ่นของจังหวัดนราธิวาส “กลุ่มบ้านบาติก” จังหวัดนราธิวาส ได้พัฒนาสู่แบรนด์ผ้าไทยร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านศิลปะ เทคนิค และแนวคิดความยั่งยืน เรื่องราวของบาติกลายฉลุแห่งแดนใต้ นับเป็นความสำเร็จของชุมชนในการเป็นตัวอย่างของการนำทุนวัฒนธรรมไทยมาต่อยอดให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่ โดยยังคงรักษารากเหง้าและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าไว้ได้อย่างงดงาม

ข้อมูล

  1. กลุ่มบ้านบาติก จังหวัดนราธิวาส

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สั่งทุกหน่วยรับมือฝนถล่มรอบใหม่ ศูนย์พักพิงต้องพร้อม ขอปชช.ฟังข้อมูลรัฐ

'อนุทิน' เตือนใต้ฝนเริ่ม 5 ต.ค. สั่งผวจ.ประจวบฯถึงนราธิวาสรับมือ เน้นศูนย์พักพิงต้องพร้อมไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน ย้ำเรียกประชุมทุกหน่วยให้เข้าใจทำงานร่วมกัน ขอปชช.เชื่อข้อมูลรัฐบาลเป็นหลัก

นราธิวาสระอุ! ลอบบึ้มหน้าปั๊มน้ำมัน PT ตากใบ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบภายในรถพ่วงจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ทหารพรานพลีชีพ 1 นาย โจรใต้ซุ่มยิงขณะลาดตระเวนระแงะ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 2569 กำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์

สรุปเหตุปะทะเทือกเขาตะเว โจรใต้ดับ 2 คดีเพียบ บึ้ม-ยิงตร.และทหาร

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าเหตุปะทะเทือกเขาตะเว ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย พบ 9 หมายจับคดีมั่นคง ทั้งบึ้ม-ยิงตำรวจและทหาร ยึดปืนได้ 2 กระบอก ระเบิดขว้าง 2 ลูก

จนท.ยังตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ เหตุปะทะบนเทือกเขาตะเว หลังวิสามัญโจรใต้ดับ 1 ราย

จากกรณีหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาส เข้าบังคับใช้กฎหมายติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณเทือกเขาตะเว ในพื้นที่ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังและควบคุมพื้นที่โดยรอบบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง