
กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยควบคู่กันไป
หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนพระราชปณิธานดังกล่าวได้อย่างชัดเจน คือ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้เรียนรู้การทอผ้าไหมและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน จนกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้และความมั่นคงให้ครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน

สมาชิกของศูนย์หลายคนเล่าว่า การได้ทำงานถวายเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปาชีพนับเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด เพราะไม่เพียงทำให้มีรายได้ แต่ยังทำให้ภูมิปัญญาการทอผ้าที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนยังคงได้รับการรักษาไว้ และส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่
พระราชดำริที่สร้างอาชีพ สร้างความหวังให้ชุมชนชายแดนใต้
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง กลุ่มทอผ้าที่เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้หญิงและครอบครัวในชุมชนที่ร่วมกันสร้างอาชีพจากงานหัตถกรรม ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากเดิมที่หลายครอบครัวมีรายได้ไม่แน่นอน การเข้าร่วมโครงการศิลปาชีพทำให้สมาชิกมีอาชีพเสริมที่มั่นคง สามารถสร้างรายได้ควบคู่กับอาชีพหลัก พร้อมทั้งเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสืบสานงานศิลป์พระราชทานให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย
"ไหมอีรี่" หนึ่งเดียวในภาคใต้ เส้นใยแห่งอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จุดเด่นสำคัญของศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง คือการพัฒนาและทอ "ไหมอีรี่" (Eri Silk) ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตไหมอีรี่ที่โดดเด่นแห่งเดียวในภาคใต้ ไหมอีรี่แตกต่างจากไหมหม่อนทั่วไป เพราะตัวหนอนกินใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร สามารถเลี้ยงได้ภายในเวลาประมาณ 21 วัน ก่อนเข้าระยะดักแด้และใช้เวลารวมเพียงประมาณ 30 วันก็สามารถนำเส้นใยมาปั่นและทอเป็นผืนผ้าได้

ความพิเศษของไหมอีรี่คือเป็น "Peace Silk" หรือ "Vegan Silk" เนื่องจากสามารถรอให้ผีเสื้อเจาะรังออกมาก่อน จึงนำรังไหมมาปั่นเส้นใยได้โดยไม่ต้องทำลายวงจรชีวิตของตัวไหม แตกต่างจากไหมหม่อนทั่วไป ทำให้เป็นเส้นใยธรรมชาติที่ได้รับความสนใจจากนักออกแบบและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทั่วโลก
เนื้อผ้าไหมอีรี่มีลักษณะหนานุ่ม ฟู เบา ระบายอากาศได้ดี ซึมซับความชื้นได้ดี ให้สัมผัสคล้ายผ้าฝ้ายแต่มีความทนทานกว่า อีกทั้งยังย้อมติดสีธรรมชาติได้อย่างสวยงาม จึงเหมาะกับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยหลากหลายรูปแบบ
เสน่ห์ของสีธรรมชาติ ภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
นอกจากการเลี้ยงไหมอีรี่แล้ว ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติที่มีชื่อเสียง โดยใช้พืชท้องถิ่นสร้างเฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ ดอกดาวเรือง ให้สีเหลืองทอง และเมื่อนำไปย้อมครามต่อจะได้สีเขียวธรรมชาติ มะฮอกกานี ให้สีน้ำตาล ขมิ้นเครือ ให้สีเหลือง เปลือกโกงกาง ให้สีน้ำตาลเข้ม ครั่ง ให้สีแดง และเมื่อนำมาย้อมตามกรรมวิธีเฉพาะสามารถให้เฉดสีชมพูอ่อนที่สวยงาม สีทุกเฉดสะท้อนภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน พร้อมทั้งตอบโจทย์กระแสการผลิตสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

พระราชปณิธานที่ได้รับการสืบสาน สู่ผ้าไทยร่วมสมัย
ปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ ผ่านการพระราชทานลวดลายผ้า แนวคิดด้านการออกแบบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับผ้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
สมาชิกศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทองได้รับโอกาสเข้าเฝ้าฯ และรับพระราชทานลวดลายผ้าจากพระองค์ เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน ซึ่งนอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทอทุกคนมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานให้มีคุณภาพสมพระเกียรติ ลวดลายพระราชทานยังเป็นสะพานเชื่อมภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ทำให้ผ้าไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ นักออกแบบ และตลาดต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

ผ้าไทย...มรดกที่ยังเติบโตไม่หยุด
เรื่องราวของศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทองสะท้อนให้เห็นว่า ผ้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นทุนทางเศรษฐกิจที่สามารถต่อยอดได้อย่างไม่สิ้นสุด เมื่อองค์ความรู้ดั้งเดิมได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการตามยุคสมัย จากพระราชดำริในการสร้างอาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่การสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทำให้ "ไหมอีรี่" และผ้าไหมจากศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างคน สร้างอาชีพ สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรม และสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนชายแดนใต้ได้อย่างแท้จริง
ทุกเส้นใยที่ถักทอจึงบอกเล่าเพียงเรื่องราวของผืนผ้า และยังถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณ พระราชปณิธาน และหัวใจของช่างทอที่ร่วมกันสืบสานมรดกภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไป
ข้อมูล
1.ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส
2.https://www.tcdcmaterial.com/th/article/materials-application/24139
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิด้าโพล' ชี้คน 3 จังหวัดมองนโยบายรัฐมาผิดทาง ทำให้แก้ไฟใต้ไม่ได้
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร”
อึ้ง! 5 จังหวัดใต้ชง 199 โครงการวงเงิน 5.7 หมื่นล้านให้ ครม.สัญจรเคาะ
ครม.สัญจรสงขลาเตรียมถกข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท 'พิพัฒน์' ย้ำกลั่นกรอง เลือกโครงการที่มีความพร้อม คุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่
ซองแรกยังไม่มา…ผู้ตรวจการกองทัพมาก่อน
ผ่านไปหนึ่งวัน ซองแรกยังเดินทางมาไม่ถึง ไม่รู้หลงทางอยู่ไหน หรือคนอ่านกำลังดูเชิงว่า “เปิดซองออนไลน์” นี่มันจะเปิดอะไรของมัน
ยิงจาก ฮ. 'ความจริงสองชุด' อคติและความมักง่ายของรอมฎอน-พรรคส้ม
คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ชายแดนใต้กลับมาระอุหนักอีกครั้ง เหตุรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกันในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งเผายาง วางเพลิง วางระเบิด ทำลายทรัพ
'บิ๊กปู' สั่งขันน็อตการข่าว โฆษกปัดล้มเหลว ชี้ไม่ได้เกิดในพื้นที่เพ่งเล็ง
'ผบ.ทบ.' สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าว หลังป่วนใต้หนัก ด้านโฆษกยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว แค่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เหตุไม่ได้ก่อเหตุในพื้นที่ชุมชุน-เพ่งเล็ง เผยทุกเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้อง BRN
'สมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม บวกภัยแทรกซ้อน ไม่กังวล 'ครม.สัญจร' สงขลาปลายเดือน
'เลขาฯสมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม ไม่ฟันธง 'BRNใหม่' เอี่ยว มีปัจจัยแทรกซ้อน-เรื่องท้องถิ่นผสม มั่นใจพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม 'ครม.สัญจร' สงขลา ปลายเดือนนี้

