เสน่ห์งานศิลป์แห่งทักษิณราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะเป็นดินแดนที่มีความลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรผ่าน “ศิลปาชีพ” เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และทอดพระเนตรเห็นทั้งปัญหาความยากจน และศักยภาพอันโดดเด่นของชาวบ้านที่มีฝีมือด้านงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน

พระเมตตาครั้งนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพระราชทาน “โครงการศิลปาชีพ” ให้เป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการทำเกษตรและประมงที่เป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ครอบครัว และหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ซึ่งทรงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2528 ภายในเขตพระราชฐานชั้นนอกของพระตำหนัก พร้อมพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างและดำเนินงาน

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเล็งเห็นว่า จังหวัดนราธิวาสอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีทั้งดินขาวและดินดำที่เหมาะสำหรับการนำไปผลิตเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีคุณภาพ จึงพระราชทานแนวพระราชดำริให้จัดตั้งโรงฝึกงาน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเซรามิกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมดิน การขึ้นรูป การเผา ไปจนถึงการตกแต่งลวดลาย ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนต้องอาศัยความละเอียด ประณีต และความอดทนกว่าจะได้ผลงานแต่ละชิ้น

สิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา แต่เป็น “โรงเรียนชีวิต” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมที่ขาดโอกาส ได้เข้ามาเรียนรู้วิชาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาตนเองผ่านงานศิลปหัตถกรรม จนเกิดเป็นช่างฝีมือที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง

ทุกคำชม คือกำลังใจจากพระแม่ของแผ่นดิน

ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานของศูนย์ศิลปาชีพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรผลงานของสมาชิกทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินมายังพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  นายศรีโพธิ์ กลิ่นมาลี  ครูศูนย์ศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา ผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ เล่าย้อนถึงความประทับใจว่า ทุกครั้งที่ถวายงาน พระองค์จะทรงแย้มพระสรวล ตรัสชื่นชมผลงาน และพระราชทานกำลังใจแก่ช่างทุกคน ไม่เคยทรงตำหนิให้เสียกำลังใจ แต่พระราชดำรัสทุกคำกลับเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ทุกคนมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดถวายพระองค์

กำลังใจจากพระองค์ ยังเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้หญิงในพื้นที่จำนวนมาก จากเดิมที่ทำหน้าที่แม่บ้านเพียงอย่างเดียว เมื่อมีศูนย์ศิลปาชีพ พวกเธอสามารถใช้เวลาว่างจากภารกิจครอบครัวมาฝึกฝนอาชีพ มีรายได้เสริม และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว

ถ่ายทอดอัตลักษณ์ชายแดนใต้ ผ่านเครื่องปั้นดินเผา

อีกหนึ่งเสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผาทักษิณราชนิเวศน์ คือการนำอัตลักษณ์ของจังหวัดชายแดนใต้มาเล่าเรื่องผ่านลวดลายบนเซรามิก  ลายนกเงือก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนป่าฮาลา–บาลา ลายเรือกอและอันงดงามของชาวประมงภาคใต้ รวมถึงลวดลายจากผ้าบาติกและผ้าโสร่งพื้นเมือง ล้วนถูกถ่ายทอดลงบนเครื่องปั้นดินเผาอย่างประณีต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้พบเห็นสามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นผลงานจากศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้

ปัจจุบัน ผลงานของศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ ส่งไปยังกองศิลปาชีพ สวนจิตรลดา เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้มาเยือนจังหวัดนราธิวาสยังสามารถแวะชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพได้โดยตรง ซึ่งนอกจากจะได้ครอบครองงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ยังเป็นการสนับสนุนรายได้ของชุมชนอีกด้วย

พระราชปณิธานที่ได้รับการสืบสาน

จากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันนี้ได้รับการสืบสานและต่อยอดโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนางานหัตถศิลป์ไทยให้ก้าวทันยุคสมัย โดยยังคงรักษารากเหง้าภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน พระองค์พระราชทานลวดลายใหม่ ๆ อาทิ ลาย “สิริราชพัสตราภรณ์” ลาย “ขอเจ้าฟ้า” ลาย “พุดตาน” และลายพระราชทานอื่น ๆ เพื่อให้ช่างศิลปาชีพนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นผ้า เครื่องจักสาน หรือเครื่องปั้นดินเผา ทำให้ผลงานร่วมสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ภูมิปัญญา ที่ยังสานต่อ

ปัจจุบัน ศูนย์ศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผาทักษิณราชนิเวศน์ มีช่างฝีมือชาวไทยมุสลิมกว่า 40 คน ร่วมกัน   สืบสานงานเซรามิกพระราชทาน พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาและฝึกฝนงานหัตถกรรม เพื่อส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น

จากพระเมตตาที่ทรงมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นเมื่อกว่า 40 ปีก่อน วันนี้ เครื่องปั้นดินเผาแห่งทักษิณราชนิเวศน์ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างอาชีพ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และความภาคภูมิใจของคนในจังหวัดชายแดนใต้

นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของพระราชปณิธานแห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงใช้ “ศิลปาชีพ” เป็นเครื่องมือสร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชน และได้รับการสืบสานต่อยอดโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงนำภูมิปัญญาไทยก้าวสู่เวทีโลก พร้อมรักษาคุณค่าแห่งหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป

ข้อมูล

ศูนย์ศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผาทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไหมอีรี่ หนึ่งเดียวในภาคใต้ จากพระราชดำริสู่พระราชปณิธานที่สืบสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส

กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส

พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุค

แพรวาราชินีแห่งไหม

จากพระเมตตาสู่ราชินีแห่งผ้าไหมไทย “แพรวาบ้านโพน” มรดกภูมิปัญญาที่งอกงามจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

เบญจรงค์ร่วมสมัย จากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก

งานหัตถศิลป์ไทยได้ก้าวสู่เวทีนานาชาติอีกครั้ง ในงาน London Craft Week 2025 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12-18 พฤษภาคม 2568

ผ้ายกเมืองนคร ลวดลายเล่าเรื่อง

ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของ “พระเมตตาที่เปลี่ยนชีวิตวิถีประชาชนในพื้นที่”

"พลิกฟื้น 'โขน' ด้วยพระบารมี"

“การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้แสดงและจัดการแสดง ต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจอย่างสุดกำลัง