ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะแห่งสุไหงโก-ลก Soloma Patek จ.นราธิวาส พระราชปณิธานแห่งการรักษาผืนผ้าไทย สู่การต่อยอดงานปาเต๊ะร่วมสมัย

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่า “ผืนผ้า” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น พร้อมทั้งทรงส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ

พระราชปณิธานดังกล่าวได้รับการสืบสานอย่างต่อเนื่องโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงนำองค์ความรู้ด้านแฟชั่น การออกแบบ สีสัน และแนวคิดร่วมสมัยมาประยุกต์ใช้กับผ้าไทย พร้อมทั้งพระราชทานคำแนะนำเรื่องการใช้โทนสี การจัดองค์ประกอบลวดลาย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผ้าพื้นถิ่นสามารถก้าวสู่ตลาดสมัยใหม่ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และแข่งขันได้ในระดับสากล โดยยังคงรักษารากเหง้า  ทางวัฒนธรรมไว้อย่างครบถ้วน

ผ้าปาเต๊ะ มรดกแห่งอัตลักษณ์ชายแดนใต้

 หนึ่งในผ้าไทยที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ “ผ้าปาเต๊ะ” งานหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาการพิมพ์ลวดลายบนผืนผ้ามาจากรุ่นสู่รุ่น ลวดลาย สีสัน และความประณีตของช่างฝีมือ ทำให้ผ้าปาเต๊ะเป็นเครื่องแต่งกายประจำถิ่น ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความหลากหลายของผู้คนในพื้นที่ผ่านผืนผ้า สำหรับจังหวัดนราธิวาส มีวิสาหกิจชุมชน ซาโลมา หรือแบรนด์ ซาโลมาปาเต๊ะ           (Soloma Patek) คือหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนผู้สืบทอดภูมิปัญญาดังกล่าว พร้อมทั้งต่อยอดให้ผ้าปาเต๊ะก้าวสู่แฟชั่นร่วมสมัย

จากโรงงานเบื้องหลัง สู่แบรนด์ที่มีตัวตน

สำหรับ นางสาวไบซูรา ยูโซะ ประธานวิสาหกิจชุมชนซาโลมา เล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กที่เต็มไปด้วยกลิ่นสี ควันเทียนขี้ผึ้ง เสียงคนงาน และกองผ้าปาเต๊ะที่พับเรียงรายอยู่ในโรงงานของครอบครัว เพราะบิดาประกอบอาชีพผลิตผ้าถุงและโสร่งปาเต๊ะมายาวนานกว่า 30 ปี แม้ครอบครัวจะทุ่มเทแรงกายเพียงใด แต่การรับจ้างผลิตให้พ่อค้าคนกลาง ราคาผ้าคงเดิมสวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทุกปี อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระสินค้าคงคลังเมื่อผู้รับซื้อชะลอการสั่งซื้อจนสุดท้ายต้องยุติกิจการ

ประสบการณ์เหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้นางสาวไบซูรา ตัดสินใจฟื้นฟูกิจการของครอบครัว พร้อมสร้างแบรนด์ “ซาโลมาปาเต๊ะ” ด้วยความรู้ด้านบัญชีและการบริหารธุรกิจ เธอปรับรูปแบบการดำเนินงานจากการผลิตส่งให้พ่อค้าคนกลาง มาเป็นการผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่า        

ของผลิตภัณฑ์ และเริ่มสร้างตัวตนของผ้าปาเต๊ะในตลาด จนในปี พ.ศ. 2568 ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาคใต้ในการประกวดแบรนด์นวัตกรรมไทย THAILAND INNO BIZ CHAMPION SEASON 3

พระดำริเปลี่ยนมุมมองการออกแบบ

การพัฒนาของซาโลมาปาเต๊ะก้าวกระโดดมากขึ้น เมื่อได้รับโอกาสน้อมรับพระดำริของสมเด็จพระเจ้า    ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นางสาวไบซูราเล่าว่า พระดำริของพระองค์ทำให้เธอเห็นแนวทางในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผ้าปาเต๊ะ พร้อมทั้งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของผ้าไทยทุกภูมิภาค พระองค์พระราชทานคำแนะนำเรื่องการใช้โทนสี ทั้งสีโทนร้อนและโทนเย็น รวมถึงการจับคู่สีให้เหมาะกับการใช้งานจริง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ตลาด และช่วยยกระดับการทำการตลาดได้อย่างชัดเจน

ที่ผ่านมา ด้วยลวดลายผ้าปาเต๊ะที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครของวิสาหกิจชุมชน ซาโลมา ได้สร้างชื่อเสียงและการยอมรับจนได้รับพระราชทานให้ออกแบบงานแบรนด์ SIRIVANNAVARI คอลเลกชันซัมเมอร์ 2022 ปัจจุบัน ซาโลมาปาเต๊ะกลายเป็นโรงงานผ้าปาเต๊ะรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดนราธิวาส ด้วยกำลังการผลิต 3,000 ชิ้นต่อเดือน ขณะเดียวกันยังสร้างเครือข่ายพันธมิตรอีก 3 กลุ่มในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเพิ่มกำลังผลิตเป็น 6,000 ชิ้นต่อเดือน รองรับคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นการพัฒนาวงการผ้าไทยในระยะยาว ก้าวข้ามจากงานหัตถกรรมโอท็อปเป็นแบรนด์ที่ทั่วโลกรู้จัก

ปาเต๊ะร่วมสมัย  ก้าวสู่เวทีโลก

สำหรับนางสาวไบซูรา สิ่งที่สร้างความประทับใจที่สุด คือการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี  นารีรัตนราชกัญญา ทรงไม่เคยหยุดพัฒนาผ้าไทย พระองค์ทรงมองเห็นศักยภาพของผ้าปาเต๊ะ และทรงผลักดันให้เกิดการออกแบบใหม่ ๆ จนผ้าที่เคยมีเฉพาะโทนสีเข้มแบบดั้งเดิมของผ้าปาเต๊ะ ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่สวมใส่ได้หลากหลายโอกาส และเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

จากผ้าปาเต๊ะที่เคยเป็นเพียงเครื่องแต่งกายประจำถิ่น วันนี้ “ซาโลมาปาเต๊ะ” ได้เป็นตัวแทนของการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับงานออกแบบสมัยใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ที่ยังรักษาของเดิมไว้และพัฒนาให้ก้าวทันโลก โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของผืนผ้าไทยเอาไว้อย่างงดงาม สมดังพระราชปณิธานที่มุ่งให้ผ้าไทยทุกผืนสามารถสร้างทั้งคุณค่าทางวัฒนธรรม คุณค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยบนเวทีนานาชาติ

ข้อมูล

1.วิสาหกิจชุมชนซาโลมา จ.นราธิวาส
2.https://www.brandage.com/article/44012

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สั่งทุกหน่วยรับมือฝนถล่มรอบใหม่ ศูนย์พักพิงต้องพร้อม ขอปชช.ฟังข้อมูลรัฐ

'อนุทิน' เตือนใต้ฝนเริ่ม 5 ต.ค. สั่งผวจ.ประจวบฯถึงนราธิวาสรับมือ เน้นศูนย์พักพิงต้องพร้อมไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน ย้ำเรียกประชุมทุกหน่วยให้เข้าใจทำงานร่วมกัน ขอปชช.เชื่อข้อมูลรัฐบาลเป็นหลัก

นราธิวาสระอุ! ลอบบึ้มหน้าปั๊มน้ำมัน PT ตากใบ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบภายในรถพ่วงจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ทหารพรานพลีชีพ 1 นาย โจรใต้ซุ่มยิงขณะลาดตระเวนระแงะ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 2569 กำลังพลชุดปฏิบัติการจรยุทธ์

สรุปเหตุปะทะเทือกเขาตะเว โจรใต้ดับ 2 คดีเพียบ บึ้ม-ยิงตร.และทหาร

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าเหตุปะทะเทือกเขาตะเว ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย พบ 9 หมายจับคดีมั่นคง ทั้งบึ้ม-ยิงตำรวจและทหาร ยึดปืนได้ 2 กระบอก ระเบิดขว้าง 2 ลูก

จนท.ยังตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ เหตุปะทะบนเทือกเขาตะเว หลังวิสามัญโจรใต้ดับ 1 ราย

จากกรณีหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาส เข้าบังคับใช้กฎหมายติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณเทือกเขาตะเว ในพื้นที่ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังและควบคุมพื้นที่โดยรอบบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง