'ญี่ปุ่น' พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ 'อัศวินสีส้ม' ห้ามประมาทเด็ดขาด

เข้าสู่วันที่ 4 ของการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ “เวิลด์ คัพ 2026” ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพ ค่ำคืนวันที่ 14 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 15 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมการแข่งขันถึง 4 คู่ 4 สนาม

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การแข่งขันในกลุ่ม เอฟ ขุนพล “อัศวินสีส้ม” ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ จะเล่นที่เอที แอนด์ ที สเตเดียม สังเวียนที่มีความจุมากท่ี่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้ เกือบ 1 แสนคน ปะทะ “ซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น อีกหนึ่งทีมขวัญใจมหาชนที่คนไทยหลายคนส่งใจไปเชียร์

ข่าวร้ายของ เนเธอร์แลนด์ คือ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ แนวรับจากอาร์เซน่อล ไม่หายจากการบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากทีมชาติชุดนี้ โดย โรนัลด์ คูมัน กุนซือใหญ่ ตัดสินใจเรียก ลุตชาเรล เกียร์ทรูดา แบ็คขวาจากซันเดอร์แลนด์ มาทดแทน โดยฟอร์มในเกมอุ่นเครื่องก่อนหน้านี้ 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 นัด ส่วนผลงานที่ดีที่สุดในเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย คือการคว้ารองแชมป์ 3 ครั้ง ในปี 1974, 1978 และ 2010

เกมนี้ คูมัน เตรียมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ไฟกระพริบไว้ต้อนรับตัวแทนจากเอเชีย มี เวอร์จิล ฟาน ไดค์ คุมแนวรับร่วมกับ พอล แยน ฟาน ฮัคเค ส่วนแดนกลางจะใช้ เฟรงกี เดอ ยอง ยืนคู่กับ ไรอัน กราเฟนแบร์ก โดยมี โคดี กักโป, เมมฟิส เดปาย, โนอา แลง และดอนแยลล์ มาเลน เป็นตัวเลือกในแนวรุก

ทางฝั่ง ญี่ปุ่น ภายใต้การคุมทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสึ ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นทีมระดับโลกแบบเต็มตัว ฟอร์มในเกมอุ่นเครื่อง 6 นัดหลังสุดชนะรวด และเป็นการปราบทีมใหญ่ ทั้ง อังกฤษ, บราซิล, สก็อตแลนด์ รวมไปถึงการเอาชนะ โบลีเวีย, กาน่า และไอซ์แลนด์ ในเกมล่าสุด แถมพวกเขาไม่เสียประตูมา 5 นัดติดต่อกันอีกด้วย

อย่างไรก็ดีขุมกำลังของพวกเขาจะไม่มี วาตารุ เอ็นโด กองกลางตัวรับ ที่ยังไม่หายเจ็บจนต้องถอนตัว และประกาศอำลาทีมชาติไปเรียบร้อย โดยทีมตัดสินใจเรียก ชูโตะ มาชิโนะ กองหน้าจากโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มาเสียบแทน แต่ขุมกำลังคนอื่นๆ ยังอยู่กันพร้อมหน้า นำทัพโดย ไดเซน มาเอดะ, อายาเสะ อูเอดะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ คุโบะ, ไดจิ คามาดะ ส่วนแนวรับยังมี โค อิตาคุระ, ฮิโรกิ อิโตะ, ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ

คาดว่าเกมนี้จะเป็นฝั่ง เนเธอร์แลนด์ ที่จะครองเกมบุกใส่เพื่อหวังปิดบัญชีญี่ปุ่นให้ได้ แต่ในช่วงหลังยอดทีมจากเอเชียรู้วิธีการในการรับมือเหล่ายักษ์ใหญ่ เห็นได้ชัดเจนจากฟอร์มการอุ่นเครื่อง รวมไปถึงผลงานในฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีก่อน ก็สามารถเอาชนะได้ทั้ง สเปน และเยอรมนี อีกด้วย ดูแล้วไม่ใช่งานง่ายของทีมดัตช์ ผลการแข่งขันมีสิทธิ์ออกมาเสมอกัน 1-1  หรือ ญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์ เฉือนหวิว 2-1

ส่วนอีกคู่ที่น่าสนใจในกลุ่ม อี ขุนพล “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติเยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย จะลงสนามพบกับ กือราเซา ที่ผ่านมาเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แข่งขันเวลา 00.00 น. แน่นอนว่าเกมนี้ เยอรมนี หวังประเดิมเวิลด์ คัพ 2026 ด้วยสามคะแนนแบบสวยงาม ซึ่งดูแล้วทีมเหนือกว่าคู่แข่งทุกด้าน น่าจะเก็บชัยไปได้ไม่ยากด้วยสกอร์ 4-0

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่น 2 โลก : OvertourismVSเมืองร้าง วิกฤตสองด้านของญี่ปุ่นยุคใหม่ในวันที่ความนิยม(กำลัง)สร้างปัญหา!?!?

ญี่ปุ่น ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละเมืองอย่างไม่ขาดสาย