'ฟ้าขาว' ชน 'ออสเตรีย' ไม่ง่าย 'ฝรั่งเศส' รอทุบ 'อิรัก' เพื่อเข้ารอบ

ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากอเมริกาเหนือ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ยังอยู่ในการแข่งขันแมตช์ที่ 2 ของรอบแบ่งกลุ่ม คืนวันที่ 22 มิถุนายน หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่ วันที่ 23 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย เกมที่น่าสนใจในกลุ่ม เจ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ต้องพบกับศึกหนัก อย่าง ออสเตรีย ยอดทีมตัวแทนจากทวีปยุโรป ฟาดแข้งกันในเวลา 00.00น.

อาร์เจนตินา เปิดหัวเวิลด์ คัพ 2026 ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะลิโอเนล เมสซี ที่ซัดแฮตทริก เหมาคนเดียวสามประตู พาบ้านเกิดของตัวเองเอาชนะ แอลจีเรีย 3-0 ส่วน ออสเตรีย ก็มีผลงานที่ดีไม่แพ้กัน เมื่อเอาชนะ จอร์แดน ตัวแทนจากทวีปเอเชีย ด้วยสกอร์ 3-1

สำหรับทัพ “ฟ้าขาว” ภายใต้การคุมทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี ชนะรวดมาก 8 นัดติดต่อกัน เกมนี้พวกเขาไม่สามารถใช้งาน 2 นักเตะ อย่าง ลิโอนาร์โด บาแลร์ดี กับ กอนซาโล มอนเทียล และต้องรอเช็กฟิตของ นิโคลัส ทาเกลียฟิโก แบ็คซ้ายตัวเก๋า แต่แข้งคนอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้า ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีม จะยังได้ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก ทำเกมรุกร่วมกับ เลาตาโร มาร์ติเนซ โดยมี อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ และโรดริโก เดอ ปอล คุมแดนกลาง

ทางฝั่ง ออสเตรีย ของกุนซือ ราล์ฟ รังนิค ในรอบ 12 เกมหลังสุด แพ้เพียงแค่นัดเดียว เสมออีก 1 นัด ชนะถึง 10 นัด เกมนี้จะไม่สามารถใช้งาน คริสตอฟ บวมการ์ตเนอร์ จอมทัพตัวเก่งที่บาดเจ็บ และต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ สเตฟาน พอร์ช ส่วนนักเตะคนอื่นๆ อยู่กันครบ นำทัพโดย 3 ผู้เล่นแนวรุก อย่าง มาร์เซล ซาบิตเซอร์, คอนราด ไลเมอร์ และโรมาโน ชมิด ส่วนกองหน้าตัวเป้าอาจใช้งาน มาร์โก อเนาโตวิช หัวหอกจอมเก๋า ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก

เกมนี้ดูผิวเผินอาจมองว่า อาร์เจนตินา เหนือกว่า เพราะมีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์โลกเมื่อครั้งก่อน แถมฟอร์มช่วงหลังก็ยอดเยี่ยม แต่ทีมอย่างออสเตรีย เมื่อลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และเจอทีมที่แกร่งกว่า มักจะทำได้ดีเสมอ แน่นอนว่าไม่ใช่งานง่ายของทัพ “ฟ้าขาว” ผลการแข่งขันอาจออกมาเสมอ 1-1 แบ่งแต้มกันไป

อีกคู่ที่น่าสนใจในกลุ่ม ไอ ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลกเมื่อปี 2018 จะลงสนามพบกับ อิรัก ตัวแทนจากทวีปเอเชีย โดยทัพ “ตราไก่” เอาชนะ เซเนกัล 3-1 มาในเกมที่แล้ว ส่วน อิรัก พ่ายยับให้กับ นอร์เวย์ 1-4 ซึ่งหาก ฝรั่งเศส เก็บชัยชนะไปได้ ก็จะการันตีเข้ารอบทันที แข่งขันในเวลา 04.00น.

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือฝรั่งเศส สามารถจัดทัพได้ตามใจ เพราะไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน นำทัพโดย คีเลียน เอ็มบัปเป ที่เกมที่แล้วเหมาคนเดียวสองประตู โดยมี ไมเคิล โอลิเซ, อุสมาน เด็มเบเล่ คอยสนับสนุนเกมรุกอยู่ด้านหลัง ส่วน อิรัก ของเฮดโค้ชแกรห์ม อาร์โนลด์ หากอยากหวังเข้ารอบต่อไป จะต้องพยายามเก็บชัยชนะในแมตช์นี้ หรืออย่างน้อยเก็บผลเสมอให้ได้ แต่ดูแล้วเป็นงานที่ค่อนข้างยาก

คู่นี้คงเป็นเกมหน้าเดียว คือ ฝรั่งเศส จะอาศัยชื่อชั้นของนักเตะที่เหนือกว่า ครองเกมบุกเข้าใส่ อิรัก อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเกม อยู่ที่ว่าจะหาจังหวะเจาะแนวรับคู่แข่ง และจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคมหรือไม่ ฝรั่งเศส น่าจะเชือดนิ่มเอาชนะไปได้ 3-0

ส่วนโปรแกรมการแข่งขันอีก 2 คู่ ในวันเดียวกัน กลุ่ม ไอ นอร์เวย์ พบ เซเนกัล ในเวลา 07.00น. และกลุ่ม เจ จอร์แดน ปะทะ แอลจีเรีย แข่งขันในเวลา 10.00น. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง