
ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบและปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับโครงการ “AFC ‘B’ Coaching Certificate Course by BYD” หลักสูตรพัฒนาผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับ B License คอร์สพิเศษที่สร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการฟุตบอลไทย ด้วยการคัดเลือกตัวแทนจากสโมสรไทยลีก 3 เข้าอบรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัดพร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาผู้ฝึกสอนไทยอย่างเข้มข้นจนสำเร็จลุล่วงครบถ้วนทั้ง 3 ช่วงการอบรม (3 Modules) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โครงการนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่ฟุตบอลไทยระดับภูมิภาค โดยได้คัดเลือกผู้ฝึกสอนชาวไทยที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานขั้นสูงของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) จำนวน 24 คน จากสโมสรในศึกไทยลีก 3 ทั่วประเทศ แบ่งตามภูมิภาค 6 โซน โซนละ 4 คน มาร่วมพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และแท็กติกฟุตบอลสมัยใหม่ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในระดับสากล เพื่อนำไปต่อยอดและยกระดับศักยภาพบุคลากรในศึกไทยลีก 2, ไทยลีก 3 รวมถึงระบบฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศ
ในพิธีปิดโครงการและมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
โดยผู้ฝึกสอนทั้ง 24 คนที่ผ่านการอบรมจนจบหลักสูตร พร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่เป็น “เครือข่ายโค้ชคุณภาพ”
นำองค์ความรู้และศาสตร์ฟุตบอลที่ได้รับ กลับไปพัฒนาสโมสรต้นสังกัด และร่วมสร้างระบบนิเวศฟุตบอลไทยในระยะยาวตามเป้าหมายและปณิธานที่สมาคมฯ และ BYD ได้ตั้งเป้าร่วมกัน
ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
กล่าวว่า “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชื่อว่าการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาผู้ฝึกสอน ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างนักเตะคุณภาพในอนาคต โครงการ AFC ‘B’ Coaching Certificate Course by BYD จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานผู้ฝึกสอนไทย โดยเฉพาะในระดับภูมิภาค ที่จะช่วยกระจายองค์ความรู้และโอกาสในการพัฒนาไปยังสโมสรทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
สมาคมฯ ขอขอบคุณ BYD ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรฟุตบอลไทย และร่วมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เราเชื่อว่าผู้ฝึกสอนทั้ง 24 คนที่ผ่านการอบรมจะนำความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดฟุตบอลสมัยใหม่กลับไปต่อยอดสู่สโมสรและชุมชนของตนเอง เพื่อร่วมกันยกระดับระบบฟุตบอลไทยในระยะยาว”
ขณะที่ทางด้านมุมมองของวิทยากรประจำหลักสูตร โค้ชแดง ทรงยศ กลิ่นศรีสุข วิทยากรฝ่ายเทคนิคประจำหลักสูตร กล่าวว่า “สิ่งที่น่าประทับใจตลอดทั้ง 3 Modules คือความมุ่งมั่นและความตั้งใจเรียนรู้ของผู้เข้าอบรมทุกคน หลักสูตร AFC B License ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องแท็กติกในสนาม แต่ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการคิด การวางแผน และการบริหารจัดการทีมในระดับฟุตบอลอาชีพ ซึ่งผู้เข้าอบรมทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร
และต้องขอขอบคุณ BYD ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรฟุตบอลไทย และเข้ามาสนับสนุนให้เกิดโครงการดี ๆ เช่นนี้ เพราะถือเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ฝึกสอนได้เข้าถึงองค์ความรู้และมาตรฐานการฝึกสอนระดับสากล อันจะส่งผลดีต่อวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว”
เช่นเดียวกับ โค้ชใหม่ เจตนิพัทธ์ รชตเฉลิมโรจน์ วิทยากรฝ่ายเทคนิคประจำหลักสูตร กล่าวว่า “ฟุตบอลสมัยใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ฝึกสอนจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เราให้ความสำคัญในหลักสูตรนี้คือการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับผู้ฝึกสอน ทั้งในด้านเทคนิค แท็กติก การวิเคราะห์เกม และการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาในภาพรวม
สิ่งที่น่ายินดีคือผู้เข้าอบรมทุกคนพร้อมเปิดรับความรู้ใหม่และมีความตั้งใจที่จะนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาสโมสรและนักเตะในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาฟุตบอลไทยในระยะยาว และสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่ต้องการสร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพให้กระจายอยู่ทั่วประเทศ”
ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการตลอดทั้ง 3 Modules สะท้อนถึงความมุ่งมั่นภายใต้แนวคิด ชาร์จพลังฟุตบอลไทย เพราะ ‘พลัง’ ที่จะขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนนั้น เริ่มต้นจากจุดที่สำคัญที่สุดคือ ‘ผู้ฝึกสอน’ ซึ่งเป็นแม่พิมพ์สำคัญในการส่งต่อความรู้สู่นักเตะเยาวชน ความสำเร็จของตัวแทนผู้ฝึกสอนทั้ง 24 คนในวันนี้ จึงเปรียบเสมือนแรงขับเคลื่อนชุดใหม่ หรือ New Energy ที่พร้อมจะออกไปยกระดับฟุตบอลไทยในยุคใหม่ (New Era) อย่างแท้จริง
การสิ้นสุดของโครงการ AFC ‘B’ Coaching Certificate Course by BYD ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การสำเร็จการศึกษา แต่คือจุดเริ่มต้นก้าวสำคัญในการกระจายองค์ความรู้ฟุตบอลระดับสากลไปสู่ฐานรากทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน โดยความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ BYD
ในการร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว และหลังจากนี้ แฟนบอลชาวไทยยังสามารถรอติดตามโครงการและกิจกรรมดีๆ ในรูปแบบนี้จาก BYD ที่จะจับมือร่วมกับสมาคมฯ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของวงการฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและพัฒนาบุคลากรฟุตบอลไทยผ่านโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อร่วมสร้างโอกาสและยกระดับวงการฟุตบอลไทยในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแฟนบอลชาวไทยและผู้ที่สนใจ สามารถร่วมแสดงความยินดี และติดตามภาพสรุปบรรยากาศความสำเร็จตลอดทั้งโครงการ รวมถึงข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางช่องทางออนไลน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, เพจ Thai League 3 และเพจ BYD RÊVER Thailand
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม.เกษมบัณฑิตจับมือส.แบดฯ ดัน'Sport Analytics' ยกกีฬาไทยสู่ยุค'Data-Driven Sports'
วงการกีฬาไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “ข้อมูล” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันไม่ต่างจากทักษะของนักกีฬาและประสบการณ์ของผู้ฝึกสอน ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัย การเรียนการสอน และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและ Sport Analytics
'แอนโธนี ฮัดสัน'ปรับแผน เน้นดาวรุ่งเป็นแกนหลัก ลุย'ASEAN Hyundai Cup 2026'
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม อาคาร FA Thailand สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดประชุม เรื่องการวางแนวทางของ ทีมชาติไทย สำหรับการแข่งขันฟุตบอล อาเซียน คัพ 2026 (ASEAN Hyundai Cup 2026) ที่จะทำการแข่งขันในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รวมถึง FIFA Asean Cup 2026 ในช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม
'ช้าง'รับเทศกาลลูกหนังโลก เปิดแคมเปญ'ต่อเวลาความสนุก ต่อเวลาเพื่อน' ปลุกกระแสเชียร์บอล
น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เดินหน้าปลุกกระแสเชียร์บอลรับมหกรรมกีฬาฟุตบอลระดับโลก 2026 ตอกย้ำบทบาทแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างวงการฟุตบอลมาอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวแคมเปญ “ต่อเวลาความสนุก ต่อเวลาเพื่อน” ชวนแฟนบอลชาวไทยร่วมสัมผัสประสบการณ์เชียร์ฟุตบอลระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสร้างโมเมนต์แห่งความสนุก ความประทับใจ เติมเต็มมิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อน ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษที่ช้างตั้งใจออกแบบเพื่อเติมเต็มคำว่าเพื่อนและทุกช่วงเวลาในการเชียร์บอลร่วมกัน
'บิ๊กต้อม'ไม่หวั่น สหพันธ์ตะกร้อแบน5คน คุยจะกวาด4ทอง'เอเชี่ยนเกมส์'
จากกรณีที่ สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ ออกแถลงการณ์สั่งห้าม นักกีฬาตะกร้อไทยจำนวน 5 ราย และ โค้ชอีก 3 ราย ห้ามข้องเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทางสหพันธ์ฯ จัดการแข่งขันทุกรายการ จนกว่าจะได้ข้อสรุปผลการพิจารณาทางวินัย จากเหตุการณ์ที่ ทีมชาติไทย ตัดสินใจขอถอนตัวไม่แข่งต่อ ในการแข่งขัน เซปัคตะกร้อ รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชาย ในรายการชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทาง คณะกรรมการวินัยของ สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ มีคำสั่งเบื้องต้นให้ วิชาญ เต็มโคตร, จักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน, ภูตะวัน โสภา, สิทธิพงศ์ คำจันทร์ และ จตุพล ศิริอาจ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันที่ได้รับการรับรองจาก สหพันธ์เซปัคตะกร้อนานาชาติ พร้อมด้วย อวยชัย ศรีสุวรรณ (ผู้จัดการทีม), สหชาติ สาครเจริญ (ผู้ฝึกสอน) และ นฤชิต กาฬจันทร์ (ผู้ฝึกสอน) ห้ามข้องเกี่ยวกับกิจกรรมของทาง สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ ด้วยเช่นกัน
'WBCมวยไทย ผนึก'Cognition Alpha' เปิดตัว Fight IQ ยกระดับมวยไทยด้วย'ดาต้าประสาทวิทยา'
สภามวยโลก มวยไทย (WBC MuayThai) องค์กรกำกับดูแลและส่งเสริมกีฬามวยไทยระดับนานาชาติ ร่วมกับ Cognition Alpha กองทุนร่วมลงทุนและผู้พัฒนาเทคโนโลยีประสาทวิทยาและระบบวิเคราะห์ข้อมูลสมรรถนะขั้นสูง ประกาศเปิดตัวแบรนด์ "Fight IQ" แพลตฟอร์ม Sports Tech สำหรับมวยไทยและกีฬาต่อสู้ มุ่งยกระดับความปลอดภัยและปกป้องนักกีฬา ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มรูปแบบ สอดรับทิศทางของวงการกีฬายุคใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อยกระดับการฝึกซ้อม เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน และพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ Fight IQ มุ่งยกระดับมวยไทยจากเวทีกีฬาและศิลปะการต่อสู้ สู่แพลตฟอร์มข้อมูลสมรรถนะนักสู้ระดับสากล โดยเฉพาะในกีฬาต่อสู้ที่จำเป็นต้องฝึกฝนทั้งสมรรถนะทางร่างกายและความพร้อมด้านจิตใจไปพร้อมกัน การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพจัดงาน Amazing MuayThai World Festival 2026 ระหว่างวันที่ 25-29 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นมหกรรมการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นระดับนานาชาติ ที่รวบรวมทัพนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ที่หลงใหลในกีฬามวยไทยจากทั่วทุกมุมโลก
เชียร์10สาวไทยล่าแชมป์เมเจอร์ที่3 'วีเมนส์ PGAแชมเปียนชิพ' 'AIS PLAY'ยิงสดเต็มอิ่ม
เชียร์ 10 นักกอล์ฟสาวไทย นำโดย "จีโน่" อาฒยา ฐิติกุล มือ 2 ของโลก, "แพตตี้" ปภังกร ธวัชธนกิจ, "เม" เอรียา จุฑานุกาล, "เมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, "พราว" ชเนตตี วรรณแสน, "เปียโน" อาภิชญา ยุบล, จัสมิน สุวัณณะปุระ, "แหวน" พรอนงค์ เพชรล้ำ, "โม" โมรียา จุฑานุกาล และ "ฮัท" สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ร่วมประชันวงสวิงกอล์ฟเมเจอร์รายการที่ 3 แห่งปี “เคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ” ที่รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา พร้อมชิงเงินรางวัลรวมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์กอล์ฟหญิง โดยมี เนลลี คอร์ดา มือหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน นำทัพยอดโปรสาวระดับโลกเข้าร่วมแข่งขัน

