'นาดาล-สเวียเทค' นำทัพ ร่วมเทนนิสการกุศล หาเงินช่วยเหยื่อสงครามยูเครน

เหล่านักกีฬาเทนนิสชื่อดังหลายราย นำโดย ราฟาเอล นาดาล อดีตมือ 1 ของโลกชาวสแปนิช และอิกา สเวียเทค หญิงเดี่ยวมือ 1 ของโลกคนปัจจุบันชาวโปแลนด์ รวมตัวลงแข่งขันเทนนิสรายการพิเศษ “เทนนิส เพลย์ ฟอร์ พีซ” เพื่อระดมทุนช่วยเหยื่อสงครามยูเครน-รัสเซีย

อีเวนต์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการจัดขึ้นเพื่อหารายได้พิเศษส่งไปให้เหยื่อสงครามในประเทศยูเครน โดยใช้ชื่อรายการว่า “เทนนิส เพลย์ ฟอร์ พีซ” หรือ “เทนนิสเพื่อสันติภาพ”

การแข่งขันแมตช์ดังกล่าวมีแฟนๆ เข้ามาชมกันแน่นสนามที่หลุยส์ อาร์มสตรอง สเตเดียม ในบิลลี ยีน คิง เนชันแนล เทนนิส เซ็นเตอร์ สังเวียนเดียวกับที่จะใช้จัดเทนนิสแกรนด์สแลมสุดท้ายของปี อย่าง “ยูเอส โอเพน” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง 29 สิงหาคม ถึง 11 กันยายนนี้

จุดประสงค์ในการจัดงานเป็นการหารายได้สมทบทุนในการบริจาคเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงครามในประเทศยูเครน และประเทศใกล้เคียงซึ่งเป็นที่พักพิงให้กับผู้อพยพจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน

ทั้งนี้มีนักเทนนิสชื่อดังระดับโลกหลายคนตอบรับเข้าร่วมการแข่งขัน ฝ่ายชาย นำโดย ราฟาเอล นาดาล อดีตมือหนึ่งของโลกจากประเทศสเปน, จอห์น แม็คเอนโร อดีตนักหวดระดับตำนาน เจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 7 สมัย, สเตฟานอส ซิตซิปาส จากกรีซ, มัตเตโอ แบร์เรตตินี จากอิตาลี

ขณะที่ฝ่ายหญิง ก็มีนักหวดชื่อดังเข้าร่วมแข่งขันหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อิกา สเวียเทค มือ 1 ของโลกคนปัจจุบันชาวโปแลนด์, โคโค กอฟฟ์ นักเทนนิสดาวรุ่งขวัญใจเจ้าถิ่น, มาเรีย ซัคคารี จากกรีซ รวมไปถึงเลย์ลาห์ เฟร์นานเดซ รองแชมป์ยูเอส โอเพน เมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ 2 นักเทนนิสสาวชาวยูเครน ทั้ง แคทารินา ซาวาตสกา กับ ดายานา ยาสเตรมสกา ก็เข้ามามีส่วนร่วมในงานนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน แฟนๆ ได้ชมนักเทนนิสระดับโลกโชว์สกิลที่หลากหลายและแพรวพราย

โดย สเตซีย์ อัลลาสเตอร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันเทนนิส ยูเอส โอเพน เผยว่า ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ในศึกแกรนด์สแลมสุดท้ายของปี น่าจะสามารถระดมทุนช่วยเหลือเหยื่อจากสงครามยูเครนได้มากถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 43 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นหลักในการอภิปรายทั่วไปของสหประชาชาติ

สงครามในอิหร่านและยูเครน รวมถึงความเสี่ยงของปัญญาประดิษฐ์ เป็นหลักในประเด็นมากมายให้ผู้นำประเทศและรัฐบาลของ 193 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้หารือกันในการประชุมที่นครนิวยอร์ก