ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อย เปรียบเหมือนดั่งละครที่เขียนขึ้นมาเพื่อสดุดีชายที่ชื่อ "ลิโอเนล เมสซี" กับความยิ่งใหญ่ในบั้นปลายอาชีพนักฟุตบอลของเขา กับการชูถ้วยที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดตั้งแต่เด็ก อย่าง "ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ" กับทีมชาติอาร์เจนติน่า
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 7 สมัย ระเบิดฟอร์มอันสุดยอดในทัวร์นาเมนต์นี้ตั้งแต่นัดแรกจนถึงนัดชิงชนะเลิศ เป็นคีย์แมนสำคัญที่ทำให้ "ฟ้าขาว" เถลิงบัลลังก์แชมป์โลกมาครอบครองเป็นสมัยที่ 3 สิ้นสุดการรอคอยความสำเร็จ 36 ปีเต็ม หลังจากหนสุดท้ายพวกเขาได้เฉลิมฉลองคือเมื่อปี 1986 สมัย ดิเอโก มาราโดนา
ก่อนหน้านี้เขาคว้ามาแล้วแทบทุกแชมป์บนโลกใบนี้ โดยเฉพาะรายการใหญ่ๆ เขาได้มันมาครอบครองหมด ขาดแต่เพียงถ้วย "ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ" ใบเดียวเท่านั้นที่เขายังไม่เคยได้ แต่ท้ายที่สุดซูเปอร์สตาร์จากทีม ปารีส แซงต์ แชร์แม็ง ก็ทำสำเร็จในวัย 35 ปี หลังจากต้องผิดหวังมาในฟุตบอลโลก 2014 หรือเมื่อ 8 ปีก่อน เรียกได้ว่าไม่มีความสำเร็จใดๆแล้วที่เขาจะต้องไขว่คว้าอีกในอาชีพพ่อค้าแข้ง
ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นการแข่งขัน "เวิลด์ คัพ" ที่เข้มข้น และดีที่สุดตลอดกาลตั้งแต่เคยจัดการแข่งขันมาทั้งหมด 92 ปี โดยเฉพาะเกมในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง อาร์เจนตินา พบ ฝรั่งเศส ที่มีดราม่าพลิกไปพลิกมาอยู่ตลอดจนกระทั่งถึงการดวลจุดโทษ
จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ออกมาให้สัมภาษณ์ล่าสุดต่อหน้าสื่อมวลชนก่อนที่รอบชิงฯ จะลงสนามฟาดแข้งเพียงไม่กี่วัน ยกย่องการจัดการทุกอย่างของเจ้าภาพกาตาร์ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับยกให้ "ฟุตบอลโลก 2022" เป็น "เวิลด์ คัพ" รอบสุดท้าย ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยประโยคการันตีที่ว่า "Best World Cup ever"
สำหรับบทสรุปของศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ แชมป์ตกเป็นของ อาร์เจนตินา ที่ยุติการรอคอย 36 ปี ครองความยิ่งใหญ่คว้าแชมป์โลกเพิ่มดาวดวงที่ 3 บนหน้าอกเสื้อของพวกเขาได้สำเร็จ จาการเอาชนะจุดโทษ ฝรั่งเศส 4-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที แบบสุดมัน 3-3
ทั้งนี้ ลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์จากทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ หรือลูกบอลทองคำ ไปครอง จารึกประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่คว้า “โกลเดน บอล” ได้ถึง 2 สมัย
ขณะที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ซัดแฮตทริกในเกมนี้ ทำให้เขาทำไป 8 ประตูในทัวร์นาเมนต์ คว้ารางวัลดาวซัลโวไปครอง พร้อมจารึกสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไปแล้ว 12 ลูก
ส่วน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่โชว์ฟอร์มเซฟได้อย่างโดดเด่น ผงาดคว้ารางวัลถุงมือทองคำไปครอบครอง ถ้วยผลงานการเซฟจุดโทษทั้งในรอบชิงชนะเลิศ และรอบ 8 ทีมสุดท้าย รวมไปถึงการเก็บคลีนชีตไป 3 นัด
ด้าน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มิดฟิลด์ตัวเก่งทีมชาติอาร์เจนติน่า จากทีมเบนฟิก้า คว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้ไปครอง หลังทำผลงานได้คงเส้นคงวากับทัพ “ฟ้าขาว”
ปิดท้ายที่ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ได้รับรางวัล “ฟีฟ่า แฟร์เพลย์ โทรฟี” ไปครอง หลังนักเตะในทีมได้ใบเหลืองไปแค่ 1 ใบตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์จนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และไม่โดนใบแดงเลยแม้แต่ใบเดียว
นอกจากนี้ ฟุตบอลโลก 2022 ยังเป็นเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย ที่ยิงประตูกันเยอะที่สุดตลอดกาลด้วยจำนวน 172 ประตู จากทั้งหมด 64 นัด เฉลี่ยนัดละ 2.68 ประตู แซงหน้าบอลโลกในปี 1998 ที่ฝรั่งเศส และปี 2014 ที่บราซิล ซึ่ง 2 ครั้งนั้นมีประตูเกิดขึ้น 171 ลูก
และทั้งหมดทั้งมวลก็คือบทสรุปของทัวร์นาเมนต์ลูกหนังระดับโลก "เวิลด์ คัพ 2022" ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งปิดฉากลงไปอย่างสวยสดงดงามเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการจารึกประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ให้แก่ชายที่ชื่อ "ลิโอเนล เมสซี" อย่างเต็มภาคภูมิ
แล้วพบกันในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 23 "ฟีฟ่า เวิล์ด คัพ 2026" ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก,แคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยเป็นครั้งแรกที่ฟีฟ่า เพิ่มทีมเข้าแข่งขันรอบสุดท้ายจาก 32 ทีม เป็น 48 ที่ม .....ที่จะมีเรื่องราว ความวุ่นวายมากกว่าการเตะ 32 ทีมอีกหลายเท่า คอยดูก็แล้วกัน