'กกท.-กองทุน' เดินหน้ารู้เท่าทัน 'สารต้องห้ามกีฬา' สู่'โร้ดแมป'มวยไทย'ในอลป.

วงการกีฬาโลกกำลังให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้สารต้องห้ามของนักกีฬาทั่วโลก และมีมาตรการประกาศสงครามเด็ดขาดกับ "สารกระตุ้น" กันอย่างเป็นรูปธรรม องค์กรใหญ่อย่างคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ร่วมมือกับองค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ในการทำงานเชิงรุกป้องกัน และให้ความรู้กับทุกชาติสมาชิกเพื่อทำให้การแข่งขันกีฬาไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบกันจากการเพิ่มสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และขีดจำกัดของร่างกายด้วยการใช้ "ยาโด๊ป" เพื่อหวังผลความสำเร็จภายใต้เหตุผลหลักที่ว่า เพื่อสร้างความยุติธรรมของการแข่งขันกีฬาตลอดจนความเท่าเทียมกันทางด้านสิทธิมนุษยชนตามธรรมนูญของ IOC
 
ประกอบกับประเทศไทยกำลังผลักดันอย่างเต็มที่ให้กีฬา "มวยไทย" ได้รับการบรรจุเข้าแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา จึงต้องเร่งให้ความรู้บุคลากรทุกองคาพยพของวงการมวยไทยให้มีความรู้เกี่ยวกับสารต้องห้ามเพื่อทำให้มวยไทย ขาวสะอาดอันจะส่งผลดีต่อการพิจารณาบรรจุกีฬามวยไทยในโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อนระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคมที่ผ่านมา
 
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) และสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย จึงร่วมกันจัดการอบรมสัมมนาสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสารต้องห้าม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างการรับรู้ เรื่องสารต้องห้ามให้แก่นักกีฬา โค้ชและผู้ที่เกี่ยวข้องด้านกีฬา เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้เรื่องสารต้องห้ามให้แก่นักกีฬา โค้ช หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น
 
หากโดนสุ่มเก็บตัวอย่าง จะต้องเข้าใจกระบวนการ และขั้นตอนต่างๆ ให้ละเอียด สร้างความเข้าใจแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง หากพิสูจน์ความผิดพบว่าจริง ก็จะมีบทลงโทษคือห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการกีฬา ถือว่ารุนแรงมาก
 
กลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรมจากทั่วประเทศกว่า 200 คนจาก กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย, บุคลากรทางการกีฬา, บุคคลวงการกีฬามวย, สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) 25 จังหวัด, สมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬาคิกบ๊อกซิ่งแห่งประเทศไทย,สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย
 
ตลอด 3 วันผู้เข้ารับการอบรมได้รับทราบองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและต่อต้านและการหลีกเลี่ยงการใช้สารต้องห้าม ตลอดจนวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อหากเกิดกรณีนักกีฬาถูกตรวจพบว่าใช้สารต้องห้าม จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรระหว่างเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและหาข้อเท็จจริงจากทาง WADA
 
โดยมีวิทยากรที่มีความรู้ของเมืองไทย และต่างประเทศ นำโดย นพ.วารินทร์ ตัณฑ์ศุภศิริ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA), สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการ IFMA, นายธีรวัฒน์ ศิลปอาชา ผอ.กองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฯลฯ
 
เป้าหมายของไทยในการจัดอบรมสัมมนาสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสารต้องห้าม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 คือ กีฬามวยไทย เป็นหลักเพื่อขับเคลื่อนไปสู่โอลิมปิกเกมส์ มีการบรรยายหัวข้อ "Muaythai to Olympic" หรือ "มวยไทยไปสู่โอลิมปิก" ภายใต้ความร่วมมือกันของประเทศไทย และ IFMA โดยได้ดำเนินการในมิติด้านต่างๆ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของ IOC และในระดับนานาชาติ โดยสิ่งสำคัญคือ เน้นปราศจากการใช้สารต้องห้าม เพื่อให้กีฬามวยไทยมีความขาวสะอาด ปลอดภัย ปกป้องนักกีฬาให้ไม่มีสารต้องห้าม ต่อยอดมวยไทยเข้าไปสู่โอลิมปิกต่อไปในอนาคต
 
นพ.วารินทร์ ตัณฑ์ศุภศิริ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ บอกว่า เรื่องสารต้องห้ามเป็นประเด็นที่ใหญ่มาก เป็นเรื่องที่ IOC และ WADA ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 และจะไม่ยอมให้นักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปพัวพันกับการใช้สารต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ปัจจุบัน มีสารต้องห้ามชนิดใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นจะต้องศึกษาหาความรู้อย่างถ่องแท้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมา ซึ่งไม่ได้กระทบต่อตัวนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชื่อเสียงของประเทศชาติด้วย  
 
ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นฯ บอกว่า ทุกคนที่เข้ารับการอบรมจะนำความรู้ไปปฏิบัติ และทำความเข้าใจกระบวนการตรวจสารต้องห้ามนักกีฬา อีกทั้งจะได้ป้องกัน และหลีกเลี่ยงเรื่องสุ่มเสี่ยงที่นักกีฬาจะไปยุ่งเกี่ยวกับสารต้องห้าม เรากำลังขับเคลื่อนเรื่องมวยไทยไปสู่โอลิมปิกเกมส์ ดังนั้นเรื่องสารต้องห้ามเป็นวาระสำคัญอีกประการที่ IOC ให้ความสำเร็จ อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพราะความฝันของคนไทยใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีแล้วกับการได้เห็นมวยไทยบรรจุในโอลิมปิกเกมส์
 
นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพฯ กล่าวว่า สมาคมพร้อมสนับสนุน ให้ความร่วมมือ และช่วยเหลือทุกด้านเพื่อทำให้กีฬามวยไทยได้ไปเฉิดฉายในโอลิมปิกเกมส์ เรื่องสารต้องห้ามเรามองข้ามไม่ได้เด็ดขาด IOC เขามีมาตรการ มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกชนิดกีฬา ดังนั้นไทยเราก็ต้องทำให้เขาเห็นว่า เราร่วมมือและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ดังนั้นการอบรมครั้งนี้จึงมีประโยชน์กับคนวงการมวยไทย และชนิดกีฬาอื่นๆ อย่างมาก
 
ปัจจุบันการควบคุมการใช้สารต้องห้ามเป็นกติกาสากลของวงการกีฬาไปแล้ว ดังนั้นไทยเราเองก็ต้องขยับตาม เรียนรู้ และนำไปปฏิบัติเพื่อไม่ให้มีสารกระตุ้นในตัวนักกีฬาของไทยเรา
 
หากวงการกีฬาไทยปลอดสารต้องห้ามอย่างเด็ดขาดย่อมส่งผลดีหลายๆ ประการต่อชื่อเสียง และเกียรติภูมิของวงการกีฬาไทย...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกท.เปิดโครงการ 'สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล' ฤดูกาลที่4เริ่ม2มิย.

ที่ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่่ผ่านมา นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยไทยโครงการ"สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล" ซีซั่น ที่ 4 ประจำปี 2569 โดยมีนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นายณัฐพล  อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย และผู้บริหารแต่ละฝ่าย พร้อมตัวแทน กกท. ภาคต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการจากสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

กกท.เปิดศูนย์บ่มเพาะกอล์ฟเยาวชนชั้นเลิศ 'SATกอล์ฟ เอกเซลเลนท์ เซนเตอร์' ต่อยอดสู่มาตรฐานสากล

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินหน้าพัฒนาวงการกอล์ฟเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดโครงการ “SAT Golf Excellent Center 2026, High Performance Camp” หรือ “ศูนย์บ่มเพาะนักกีฬากอล์ฟเยาวชนชั้นเลิศ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง” เพื่อติวเข้มและพัฒนศักยภาพรอบด้านให้กับนักกอล์ฟเยาวชนไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2569 ณ เลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ

'AIS PLAY'จับมือกกท.' คว้าสิทธิ์ยิงสด'เอเชียนเกมส์-เอเชียนพาราฯ2026' อย่างเป็นทางการ

AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลคอนเทนต์และกีฬาในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของ AIS PLAY ในการได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 “Asian Games Aichi–Nagoya 2026” ครั้งที่ 20 และเอเชียนพาราเกมส์ 2026 “Asian Para Games Aichi–Nagoya 2026” ครั้งที่ 5 อย่างเป็นทางการ ในฐานะ Official Broadcaster บนแพลตฟอร์ม OTT Online และ IPTV พร้อมพาคนไทยร่วมเชียร์ทัพนักกีฬาไทยแบบติดขอบสนามส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น เตรียมเสิร์ฟครบทุกโมเมนต์สำคัญในคุณภาพ Full HD พร้อมพากย์ไทย ครอบคลุมทั้งการถ่ายทอดสด ไฮไลต์ และรีรัน ให้แฟนกีฬารับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา บนแอปเดียว รองรับทุกอุปกรณ์ ตอบโจทย์ผู้ชมยุคสตรีมมิ่ง สะท้อนศักยภาพแพลตฟอร์มสู่มาตรฐาน World Class และบทบาทการเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์กีฬาที่ครบวงจรของไทย

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ปรับโฉมระบบบริหารจัดการ ทุนกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เร่งยกระดับระบบบริหารจัดการทุนกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล เดินหน้าปฏิรูปสู่ “กลไกลงทุนเชิงยุทธศาสตร์กีฬาไทย” จัดอบรม Self-Assessment (เซลฟ์-อะเซสเมนท์) ครั้งที่ 2 คาดว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าผลักดัน ดัน Sport Economy (สปอร์ต อีโคโนมี) ไทย ปี 2570 แตะ 218,000 ล้านบาท และยกระดับศักยภาพกีฬาไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

กกท.ตั้งศูนย์ไทยเฮาส์ ดูแลทัพเอเชียนบีชเกมส์ที่จีน เตือนสภาพอากาศร้อน

กกท. ตั้งศูนย์ไทยเฮาส์ ดูแลทัพนักกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ที่จีน ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา และโภชนาการ โดยเตรียมอุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย และป้องกันอากาศร้อนไปพร้อม ขณะที่โปโลน้ำหญิง, ไตรกีฬา, แฮนด์บอลชายหาด และ ไคท์บอร์ด ออกเดินทางไปซานย่า แล้ว