
การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” ที่หางโจว ยิมเนเซียม ในช่วงบ่าย ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด กำปั้นหนุ่มชาวไทย ชึ้นชกในรุ่น 51 กิโลกรัม ชาย รอบ 8 คนสุดท้าย ปะทะ จาง เจี้ยะเหมา นักชกเจ้าภาพจีน ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนหมัดมวยเจ้าถิ่น
ตลอด 3 ยก ธิติสรรณ์ พยายามเดินหน้าสาดอาวุธเข้าใส่นักชกเจ้าภาพไม่หยุด ทั้งหน้า และลำตัว ขณะที่จีนก็ยืนแลกสู้กับนักชกไทยอย่างสนุก ครบ 3 ยก กรรมการชูมือให้ ธิติสรรณ์ ชนะคะแนนไป 5-0 เสียงผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ การันตีเหรียญทองแดงแน่นอนแล้ว โดยจะผ่านเข้าไปพบกับ โซ ชอน-รยอง กำปั้นจากเกาหลีเหนือ
หลังการชก ธิติสรรณ์ เผยว่า “ถือว่ายังทำตามเกมที่วางไว้อยู่ แต่ก็มีหลุดยกแรก เพราะคะแนนมันไม่เป็นเรา ทำให้ต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ยอมรับว่าตกใจ เพราะน่าจะมีหมัดนับด้วยตอนต่อยแล้วเขาเซเข้ามุมซ้ายมุมขวา แต่สุดท้ายเราพลิกชนะมาได้ก็โอเคอยู่”
“ช่วงยกสามคิดว่าต้องเอาให้ขาด อย่างว่าบ้านเขาถ้าไม่ห่างชั้นเราแพ้แน่ๆ จากนี้ต้องวางเกมรอบต่อไปให้ดีกว่านี้ จะไม่ประมาทคู่ต่อสู้คนไหนแม้จะผ่านเจ้าภาพมาแล้ว เพราะกว่าเขาจะมาได้เขาก็คงซ้อมมาเยอะเหมือนกัน” นักชกหนุ่มจากไทย ทิ้งท้าย
ส่วนนักชกไทยอีกหนึ่งคนที่ขึ้นชกในช่วงบ่าย ได้แก่ ใบสน มณีก้อน ในรุ่น 75 กิโลกรัม หญิง พบ ลอฟลินา บอร์โกเฮน จากอินเดีย แชมป์โลกคนล่าสุด แะก็เป็น ลอฟลินา จากอินเดีย อาศัยชั้นเชิงที่เหนือกว่าทั้ง 3 ยก ก่อนเอาชนะคะแนนกำปั้นสาวไทย 5-0 เสียง ทำให้ ใบสน ได้เพียงเหรียญทองแดง และชวดตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 อย่างน่าเสียดาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเจอกันในเรือนจำ ‘สมจิตร’ เข้าเยี่ยม ‘มนัส’
“สมจิตร จงจอหอ” ถ่ายทอดเรื่องราวเข้าเยี่ยม “มนัส บุญจำนงค์” ถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สองนักชกผู้สร้างประวัติศาสตร์เหรียญทองโอลิมปิกให้ไทยได้พบกันอีกครั้ง ก่อนฝากบทเรียนชีวิต “คนเราสามารถล้มได้ แต่ก็สามารถลุกขึ้นมาเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้”

