
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)ยอมรับได้ แม้เหรียญทองไม่ถึงเป้า ชี้ผลงานดีขึ้นกว่าครั้งก่อน เผยอีกจำนวนนักกีฬาเยอะเพราะให้โอกาสเป็นเอเชียนเกมส์หนแรกหลังผ่านวิกฤตโควิด-19 อีกทั้งหลายชนิดกีฬาใช้เป็นเวทีคัดเลือกไปโอลิมปิก 2024 หนหน้าเล็งคุมเข้ม เล็งคัดเข้มครั้ง เพื่อประหยัดงบต่อไป
ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาไทยในมหกรรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” ที่นครหางโจว ประเทศจีน ทัพนักกีฬาไทย จบผลงาน 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง จบอันดับที่ 8 ของตารางการแข่งขัน ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ 15 เหรียญทองนั้น
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าผลงานของเราต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้คือ 15 เหรียญทอง อย่างไรก็ตามหากเรามองจากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ผ่านมา ไทยได้ 11 เหรียญทอง ก็ถือว่าผลงานดีขึ้น อีกทั้งเอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ นับเป็นการแข่งขันกีฬาทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปครั้งแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้หลายชนิดกีฬาถือโอกาสใช้เวทีนี้เป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ “ปารีส 2024” ที่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปีหน้าด้วย และตามรายงานที่ได้รับ ไทยได้โควตาโอลิมปิกมาแล้วถึง 12 ใบ จากหลายชนิดกีฬานี่คือสิ่งสำคัญที่เราคาดหวังนอกจากจำนวนเหรียญรางวัล
“ส่วนเรื่องจำนวนนักกีฬาที่รอบนี้เราส่งเข้าร่วมการแข่งขันมากนั้น ก็อย่างที่บอกไปว่าเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปที่อั้นมาหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เราจึงให้โอกาสนักกีฬาได้เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งอาจจะมากเป็นกรณีพิเศษ ส่วนครั้งหน้า การพิจารณาคัดเลือกส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันก็จะมีความเข้มข้นขึ้นแน่นอน เพราะถ้าเราส่งจำนวนมากก็จะต้องใช้งบประมาณมากตามไปด้วย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ก้องศักด'ยันทุกสนามซีเกมส์ มาตรฐานพร้อมใช้แข่ง จับมือก.พาณิชย์จัด'ชิม-ช็อป -เชียร์'
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันทุกสนามซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มาตรฐาน พร้อมใช้แข่งขัน และต้อนรับแฟนกีฬา ขณะเดียวกัน กกท. ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ “ชิม ช็อป เชียร์” ในทุกสนาม นำอาหาร-ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้บริการประชาชนที่มาชมกีฬา พร้อมกับโชว์ให้ชาวอาเซียนได้เห็นของดีของไทย

