'อนุวัฒน์' เผยเต็มใจแบ่งเงินให้ทีมงานตะกร้อ ใครคิดว่าไม่เป็นธรรมให้ออกไปพูดได้เลย

อนุวัฒน์ ชัยชนะ หรือ "คิลเลอร์บี" อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทยในตำแหน่งตัวฟาด โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาปกป้องโค้ชและผู้จัดการทีม หลังถูกกล่าวหาว่าหักหัวคิวเงินอัดฉีดของนักกีฬา พร้อมกับย้ำว่ายินดีแบ่งให้ด้วยความเต็มใจ

สืบเนื่องจาก "สารวัตรโจ้" พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทย พร้อมกับอดีตนักกีฬารายอื่นๆ ทั้ง สุริยัน เป๊ะชาญ, พูลศักดิ์ เพิ่มทรัพย์ และ สมพร ใจสิงหล ยื่นหนังสือร้องเรียนการทำหน้าที่ของผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอนทีมชาติ ที่มีการเรียกรับเงินอัดฉีดของนักกีฬามาโดยตลอด พร้อมกับแฉว่าเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุด ทีมชาติโดนหักเงินอัดฉีด 3.3 ล้านบาท ส่วนทีมหญิงโดน 6.75 ล้านบาท

ล่าสุด อนุวัฒน์ ชัยชนะ อดีตนักตะกร้อทีมชาติไทยในตำแหน่งตัวฟาด ก็ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยเป็นการปกป้องทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย และยังยอมรับว่าตนยินดีแบ่งเงินให้อย่างเต็มใจทุกบาท

“ผมเห็นข่าวในสื่อวงการตะกร้อบ้านเราเรื่องเงินอัดฉีด ส่วนตัวผมที่เล่นให้ทีมชาติมาตลอด และผมก็เป็น 1 ในนั้นมา 10 กว่าปีที่มีข่าวนั้น ผมไม่เคยติดใจหรือคิดว่าผมโดนเอารัดเอาเปรียบอะไร ส่วนที่ผมเคยแบ่งให้ ผมให้ด้วยความเต็มใจนะ และผมไม่คิดมากด้วยว่าผมจะต้องได้มากกว่านี้ ผมเห็นพี่ เพื่อน น้องหรือโค้ชในทีม ซ้อมด้วยกันมาผ่านโปรมแกรม ฝึกซ้อมต่างๆมา กินนอนอยู่ด้วยกันมาผมรักและเคารพทุกท่าน ให้เกียรติทุกท่าน เมื่อผมได้รับมาผมก็อยากให้ทุกทุกคนได้รับ ทั้งคนที่ได้เหรียญเดียว หรือไม่ติดไปแข่งเลย” อนุวัฒน์ เริ่มกล่าว

“ผมก็ขอแสดงจุดยืนของผม ตรงนี้ 10 กว่าปีที่ผ่านมาผมก็ให้ มาตลอด บางคนที่ตอนนี้ติดก็เคยเป็นผู้รับมาก่อน ได้รับทั้งโอกาสได้รับทั้งเงิน ใครมาอยู่จุดนี้ผมคิดว่ามีแต่เรื่องดีไม่มีเรื่องให้ต้องเสียหายอะไร รู้จักให้รู้จักรับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นสังคมที่มันดีมากนะดูแลกันไป ส่วนคนที่ยังติดทีมชาติอยู่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ก็ออกไปพูดได้เลยครับ เพื่อความสบายใจของท่านเอง เพราะนโยบายก่อนทำก็ได้มีการประชุมกันอยู่แล้วมีการโหวตกันกันงานแข่งเริ่มกันซะอีก ในช่วงที่ผมอยู่ ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงมีปัญหาแบบนี้ออกมา”

“ผมคิดว่าใครรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ออกไปพูดเลยครับ แต่ผมสบายใจที่ได้ให้ครับผมไม่คิดจะทำร้ายใครหรือให้ร้ายใครครับ ถ้าใครถามผม ผมก็พูดแบบนี้แหละคับ ผมอยากให้ ใครได้มากได้น้อยก็แล้วแต่งานแล้วแต่จำนวนคน ผมมาอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะทีมครับทั้งโค้ช ทั้งเพื่อนร่วมทีมหรือคู่ซ้อมทั้งพี่น้องทุกท่านที่อยู่ในทีม ขอบคุณทุกท่านมากๆครับที่ให้การช่วยเหลือเรื่องการบาดเจ็บการกายภาพ นักกีฬาพอเจ็บมามันไม่มีใครมาให้ค่าหรอกคับ หมาล่าเนื้อตัวนึง มีแต่โค้ชและทีมตะกร้อทีมชาตินี่แหละครับที่ดูแลและช่วยเหลือ รักและเคารพทุกท่านเหมือนเดิมครับ” อดีตนักกีฬาทีมชาติไทย กล่าวทิ้งท้าย

เพิ่มเพื่อน