ทีมชาติไทยซ้อมต่อเนื่อง 'ปฏิวัติ-กฤษดา'เสียดาย ชวด3แต้มจากจีน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลา 17.00 น. ณ บีจี เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ 3 ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ลงทำการฝึกซ้อมหลังเดินทางกลับจากประเทศจีน เพื่อเตรียมทำศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มซี นัดสุดท้าย พบกับ ทีมชาติสิงคโปร์
 
โดยการฝึกซ้อมครั้งนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ เฮชโค้ชทีมช้างศึก ได้ให้นักเตะวอร์มอัพพร้อมกันทั้ง 27 คน ก่อนจะแบ่งนักเตะเป็น 2 ชุด ซึ่ง 11 ผู้เล่นตัวจริง แยกไปฝึกซ้อมเบาๆ ส่วนที่เหลือได้แบ่งทีมเล่นสมอลไซด์เพื่อรักษาระดับความฟิตของร่างกาย ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
 
ก่อนการฝึกซ้อม ปฏิวัติ คำไหม ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย กล่าวว่า "ยังไม่ได้รู้สึกเสียดายครับ เพราะครึ่งแรกเรามีโอกาสจะหนีไปเป็น 2-0 หรือ 3-0 แต่ทำไม่ได้ และกลับมาโดนตีเสมอ แต่การไปเยือนจีนก็ไม่ใช่เกมที่ง่ายอยู่แล้ว ได้แต้มกลับมาถือว่าโอเค จังหวะเสียประตู เป็นจังหวะที่เราเปลี่ยนตัวผู้เล่นพอดี เป็นจังหวะที่ยาก ทั้งประตู (สรานนท์) รวมถึงตัว สันติภาพ ด้วย เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากกว่า"
 
"หลังจบเกมได้พูดคุยกับ สรานนท์ อนุอินทร์ ก็บอกเขาไม่ได้มีอะไร เพราะตัวโอเองไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด เป็นจังหวะฟุตบอลมากกว่า โค้ชอิชิอิเน้นว่าเราต้องชนะสิงคโปร์ให้ได้ก่อน และลุ้นคู่จีนกับเกาหลีใต้ เกมกับ สิงคโปร์ ก็ต้องชนะสถานเดียวเราต้องชนะไว้ก่อน ส่วนสภาพร่างกายเจ็บนิดหน่อยแต่ก็ค่อยๆดีขึ้น เพราะตัวผมเองมีเวลาถึงวันที่ 11 มิถุนายน นี้ ก็ไม่ได้เจ็บหนัก"
 
ด้าน กฤษดา กาแมน นักเตะของทีมไทย กล่าวว่า "เกมกับจีน ก็เป็นเกมที่สนุก แล้วเราทำผลงานได้น่าพอใจ ยังมีข้อแก้ไขในเกมหน้าที่เราต้องเจอกับสิงคโปร์ เสียดายเหมือนกันที่แต้มต้องหลุดมือไป เพราะเราต้องการชัยชนะอยู่แล้ว แต่เราก็ทำหลุดมือไปสองคะแนน แต่ไม่เป็นไรครับ เราโฟกัสเกมหน้าใหม่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากชนะ"
 
"เกมกับสิงคโปร์ ต้องชนะให้ได้ ต้องยิงให้ได้เยอะๆด้วย ผมว่าน่าจะเป็นเกมที่ยาก มันเป็นเกมที่เราต้องชิงกันในช่วงโอกาสหนึ่ง ต้องทำผลงานของเราให้ดี และหาจังหวะจบสกอร์ให้ได้เยอะๆ สิงคโปร์ชุดนี้แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะทีมไหน สิงคโปร์ มีความมุ่งมั่นในการเจอกับเรา ตอนนี้ก็ฟื้นฟูร่างกาย น่าจะกลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว ฝากแฟนบอลเชียร์ทีมชาติไทยของเรา แมตช์หน้าเราต้องตั้งใจและเอาชนะให้ได้"
 
สำหรับ ทีมชาติไทย จะลงสนามทำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม ซี นัดที่ 6 พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ HD36

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แข้งทีมชาติได้'รพ.สมิติเวช'ดูแล3ปี ยกระดับสมรรถภาพ'ช้างศึก' สู่มาตรฐานสากล

ฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ "ช้างศึก" กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี ล่าสุดทีมชาติไทยไต่อันดับโลกฟีฟ่าขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 ของโลก ในการประกาศอันดับโลกเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในรอบกว่า 16 ปี และยังคงครองตำแหน่งทีมอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิในระหว่างการเดินทางอันน่าภาคภูมิใจนี้ "สมิติเวช" ยืนหยัดอยู่เคียงข้างทีมชาติไทยอย่างไม่เคยห่างหาย ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 3

23ช้างศึกรายงานตัวบู๊เติร์กฯ 'ฮัดสัน'หวังศักยภาพพร้อม 'นฤบดินทร์'ดีใจหวนคืนทีมชาติ

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ณ โรงแรม โนโวเทล ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต 23 แข้ง ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เดินทางมารายงานตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดที่ 6 ที่จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 

'ธีรศิลป์'เชื่อน้องๆทีมชาติไทย ทุกคนสู้เต็มร้อย พาทีมเข้ารอบสุดท้ายเอเชียนคัพ

ธีรศิลป์ แดงดา เชื่อมั่นว่านักเตะทีมชาติไทย ทุกคนพร้อมที่จะทำเต็มที่เพื่อเอาชนะ เติร์กเมนิสถาน ในเกมชี้ชะตา ศึกเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก นัดที่ 6 และคว้าตั๋วไปรอบสุดท้ายของชิงแชมป์เอเชีย

'เจ-อุ้ม-ตัง'อยู่ครบ เปิด23ช้างศึกชุดชี้ชะตา'เอเชียนคัพ' รอบคัดเลือกพบ'เติร์กเมนิสถาน'

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดทำการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดที่ 6  พบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ โดยแฟนบอลที่สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่ >>> https://bit.ly/3Zs3vDG และจุดจำหน่ายไทยทิคเก็ตเมเจอร์ สาขาหลัก 11 สาขา หรือ ทุกช่องทางจำหน่าย 

ไทยรัฐเซ็น4ปีส.ฟุตบอล ยิงสด'ช้างศึก'ทั้งทีวี–ออนไลน์ เปิดแคมเปญเชียร์

ไทยรัฐทีวี ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการ เซ็นสัญญาถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2569–2572 ภายใต้แคมเปญ “ไทยรัฐเชียร์ไทยแลนด์ NEW ERA” โดยแฟนบอลไทยสามารถรับชมการแข่งขันของทัพ “ช้างศึก” ได้ครบในที่เดียว ทั้งทางหน้าจอ ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และแพลตฟอร์มออนไลน์ Thairath Sport บน YouTube และ Facebook