นักฟุตบอลหญิงอิหร่าน เจอผู้ประท้วงขวางรถ เผยไม่อยากกลับบ้านเพราะเสี่ยงเข้าคุก

ผู้ประท้วงประมาณ 200 คน ล้อมรถบัสของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน ที่โกลด์ โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย พร้อมเปล่งเสียงปล่อยพวกเขากลับบ้าน หลังนักเตะคนหนึ่งส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางความหวาดกลัวถูกจำคุก หรืออาจเสียชีวิตเมื่อกลับถึงบ้าน

ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน เดินทางมาประเทศออสเตรเลีย เข้าร่วมศึกเอเอฟซี วีเมนส์ เอเชียน คัพ 2026 และพ่ายแก่ ฟิลิปปินส์ 0-2 คืนวันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ควีนส์แลนด์ จอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่ม

หลังจบเกมผู้ประท้วง 200 คน ล้อมรถบัสประจำทีม แล้วตะโกนว่าปล่อยพวกเธอไป ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจผลักดันฝูงชนเพื่อเปิดทาง เนื่องจากกังวลว่าทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านอาจถูกจำคุกถ้าหากต้องเดินทางกลับบ้านเกิด เพราะพวกเธอเหล่านี้ประท้วงชาติตัวเองด้วยการไม่ยอมร้องเพลงชาติ

เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งถือธงที่มีรูปสิงโตและดวงอาทิตย์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติอิสลาม 1979 และยังใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านระบอบการปกครองปัจจุบัน

ระหว่างเหตุการณ์วุ่นวาย ผู้เล่นอิหร่าน อย่างน้อย 1 คน ส่งสัญญาณ SOS ด้วยมือแบบสากล จากภายในรถบัส โดยใช้นิ้วโป้งสอดเข้าไปในฝ่ามือ แล้วกำมือ โดยจุดเริ่มต้นเกิดจาก ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน ไม่ยอมร้องเพลงชาติก่อนคิกออฟแมตช์พบ เกาหลีใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน กล่าวหาว่า การประท้วงเงียบของพวกเธอถือเป็นความอัปยศ, น่าละอาย และทรยศขั้นสูงสุดต่อชาติบ้านเกิดของตัวเอง

โดย โมฮัมหมัด เรซา ชาห์บาซี ผู้ดำเนินรายการ กล่าวออกอากาศ “ยามสงคราม ผู้ทรยศต้องได้รับโทษขั้นรุนแรง ใครก็ตามที่แสดงพฤติกรรมต่อต้านประเทศระหว่างสงคราม ควรได้รับโทษอย่างสาสม”

การตอบสนองของผู้ดำเนินรายการเกิดขึ้นนับตั้งแต่ สหรัฐอเมริกา ร่วมมือ อิสราเอล สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของ อิหร่าน นำไปสู่สงครามยืดเยื้อ ทั้งนี้ผู้กระทำการทุจริต และทรยศหักหลัง มีโทษถึงประห่ารชีวิต ตามกฎหมายอิหร่าน

ทางด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อหน้าสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ออสเตรเลีย ควรช่วยทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน ด้วยการให้พวกเธอเป็นผู้ลี้ภัย อย่าเพิ่งส่งกลับบ้าน ซึ่งหาก ออสเตรเลีย ไม่พร้อม ทางสหรัฐอเมริกา ก็ขอยื่นมือเข้าไปช่วยด้วยการให้พวกเธอเหล่านี้เดินทางมาลี้ภัยที่สหรัฐฯ ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รัชดา' ยันไทยไม่นำความร่วมมือทางทหารแลกเงื่อนไขการค้าสหรัฐ

โฆษกรัฐบาลยันไทยไม่นำความร่วมมือทางทหารแลกเงื่อนไขการค้าสหรัฐ ย้ำทุกการเจรจายึดผลประโยชน์ประเทศ–ประชาชนเป็นหลัก

'เสธ.นิด' เปิดแผนยุทธศาสตร์ยิวยึดครองส่วนย่อยของไทย

พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความว่า ปัญหายิวอพยพไม่ใช่เรื่องเล็กๆปัญหาปาเลสไตน์

เนทันยาฮู ปฏิเสธแผน 15 ข้อสำหรับฉนวนกาซาที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูย้ำจุดยืน ปฏิเสธแผนการที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปลดอาวุธกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา

ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ

สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่

'อิหร่าน' เผยใกล้บรรลุข้อตกลงกับ' โอมาน' ในการเปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' แล้ว แต่การเปิดขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ

อิหร่านและโอมานได้ตกลงเส้นทางเดินเรือสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังดำเนินการขั้นสุดท้ายในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ร่วมกัน เตหะรานกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ว่าเหตุการณ์ด้านความมั่นคงล่าสุดจะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่สำหรับการขนส่งทางเรือในภูมิภาคก็ตาม

อิสราเอลยังไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซา แต่เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากกว่าสิบคนจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา ขณะนี้มีรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอลเริ่มเข้มงวดแนวทางปฏิบัติสำหรับการโจมตีลักษณะดังกล่าวแล้ว