
จอมพลังดาวรุ่งไทยออกสตาร์ทสวย นฤมล วงษ์หาจักร เค้นฟอร์มเก่ง กระชากเหรียญเงินท่าคลีนแอนด์เจิร์ก รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง ในศึกยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2569 ที่ประเทศอิยิปต์ ส่วน สุฑาสิณี แก้วสิงขรณ์ ได้เหรียญทองแดงในการแข่งขันรุ่นเดียวกัน
การแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2569 ที่เมืองอิสเมอิลีอา ประเทศอิยิปต์ ชิงชัยวันแรก วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ทีมไทยประเดิมได้ลุ้นเหรียญรางวัล รุ่น 48 กิโลกรัม หญิง จาก นางสาวสุฑาสิณี แก้วสิงขรณ์ และ นางสาวนฤมล วงษ์หาจักร
เริ่มต้นท่าสแนทช์ สุฑาสิณี ครั้งแรกยกผ่านที่ 77 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 เรียกเหล็ก 79 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน จากนั้นครั้งที่ 3 ขยับเหล็กไปที่ 81 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติอยู่ที่ 77 กิโลกรัม แต่เพียงพอจะคว้าเหรียญทองแดงไปครอง นับเป็นเหรียญรางวัลแรกของทัพจอมพลังไทยในรายการนี้ ด้าน นฤมล เรียกเหล็ก 72 กิโลกรัม ยกไม่ผ่านทั้ง 3 ครั้ง ไม่มีสถิติในท่านี้
ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก นฤมล ที่ออกสตาร์ทท่าสแนทช์ไม่สวย กลับมาเค้นฟอร์มเก่ง ครั้งแรกยกผ่านที่ 98 กิโลกรัม, ครั้งที่ 2 ยกผ่านที่ 101 กิโลกรัม, ครั้งที่ 3 เรียกเหล็ก 105 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติอยู่ที่ 101 กิโลกรัม กระชากเหรียญเงินมาครองสำเร็จ ด้าน สุฑาสิณี ครั้งแรกยกผ่านที่ 93 กิโลกรัม, ครั้งที่ 2 ยกผ่านที่ 96 กิโลกรัม, ครั้งที่ 3 เรียกเหล็ก 99 กิโลกรัม ยกไม่ผ่าน ทำให้สถิติอยู่ที่ 96 กิโลกรัม จบอันดับ 5 ส่งผลให้น้ำหนักรวม สุฑาสิณี สถิติอยู่ที่ 173 กิโลกรัม จบอันดับ 4 ส่วน นฤมล ไม่มีสถิติ เนื่องจากไม่มีสถิติในท่าสแนทช์
ขณะที่ เจิ้ง ไจ้เหลียน จากจีน เหมา 3 เหรียญทอง ท่าสแนทช์ 81 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 108 กิโลกรัม, น้ำหนักรวม 189 กิโลกรัม/ แองเจลีน โคโลเนีย จากฟิลิปปินส์ รับ 2 เหรียญเงิน ท่าสแนทช์ 80 กิโลกรัม, น้ำหนักรวม 177 กิโลกรัม/ รีเบคก้า โกรอูลซ์ จากแคนาดา รับ 2 เหรียญทองแดง ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 97 กิโลกรัม, น้ำหนักรวม 174 กิโลกรัม
ทั้งนี้ ช่วงดึกวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ยังมีนักกีฬาลงแข่งขันในรุ่นเยาวชนหญิง 53 กิโลกรัม กลุ่มเอ นางสาวณัฐชา แก้วน้อย จะแข่งขันเวลา 19.30 น.เวลาท้องถิ่น หรือ 23.30 น. เวลาประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฟผ.ร่วมยินดีนักกีฬา 'ยกน้ำหนัก-เรือพาย' คว้า21เหรียญทองซีเกมส์2025
ทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยมในศึกซีเกมส์ 2025 คว้า 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง จากกีฬายกน้ำหนัก และ 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง จากกีฬาเรือพาย สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ
'ฟุตบอล-ตะกร้อ'ล้มเหลว 'มวย-เทควันโด-ยกน้ำหนัก'โกยเกินเป้า ศึกซีเกมส์คร้ั้ง33
ปิดฉากอย่างเป็นทางการ มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทัพนักกีฬาไทย ครองเจ้าหรียญทองสมัยที่ 14 คว้าไป 233 เหรียญทอง ขาดเพียง 8 ทองจะเข้าเป้าตามโพลมีทเดอะเพรสซีเกมส์2025 ที่ปักธงไว้ 241 เหรียญทอง 8 สมาคมผลงานน่าผิดหวังต่ำกว่าเป้าสุดๆ "ฟุตบอล "ผลงานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ตั้งเป้าเหมา 4 ทอง วืดหมด "ตะกร้อ" เป้ากวาด 11 ทอง ได้แค่ 6 ทอง ขณะที่ 18 กีฬาผลงานทะลุเป้า "เทควันโด-มวยสากล -มวยไทย-ยูยิตสู-ยกน้ำหนัก-จักรยาน"กลายเป็นพระเอกโกยทองเป็นกอบเป็นกำ ช่วยทัพไทยเจ้าทองทิ้งห่างอันดับ 2 อินโดนีเซีย คว้าไป 91 ทอง ส่วนอันดับ 3 เวียดนาม 87 ทอง
ไทยเจ้าเหรียญทองซีเกมส์14สมัย มากสุดในอาเซียน ครั้งนี้'กรีฑา-ยกน้ำหนัก'เด่นทำลายสถิติเพียบ
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ชื่นชมทัพนักกีฬาไทยในภาพรวมสร้างผลงานสุดประทับใจ คว้า 233 เหรียญทอง ครองเจ้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาแหลมทองมาจนถึงซีเกมส์ รวม 14 สมัย โดยครั้งนี้ทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ ชี้เป็นผลมาจากการเก็บตัวต่อเนื่องและใช้วิทยาศาสตร์กีฬาเข้มข้น ขณะเดียวกันกลุ่มกีฬาโอลิมปิกสปอร์ต กรีฑาสุดโดดเด่น ส่วนยกน้ำหนักทำลายสถิติโลก
ยกน้ำหนักซีเกมส์33เข้มข้น แชมป์โลก-แชมป์โอลิมปิกครบ จอมพลังไทยไม่หวั่นอย่างน้อย4ทอง
ยกน้ำหนักซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สนุกแน่นอน เมื่อชาติอาเซียน ต่างระดมแชมป์โลก และแชมป์โอลิมปิก มาร่วมแข่งขันกันพร้อมหน้า ขณะที่จอมพลังไทย ซึ่งนำโดย วีรพล วิชุมา ดีกรีแชมป์โลก และเจ้าของสถิติโลกคนล่าสุด ซ้อมมาต่อเนื่องตลอดปี ร่างกายแข็งแกร่งทั้งหมด หวังคว้า 4 เหรียญทองให้ได้เป็นอย่างน้อย

