
14 ก.ย.2566 – นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้ารับมอบรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ปี 2566 จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการ และประธานคณะทำงานจัดงานมอบรางวัลฯ ผู้แทนหน่วยงานที่ได้รับรางวัล เข้าร่วม ณ ห้องประชุม อาคาร 2 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวานนี้
ภายในงานมีการฉายวีดิทัศน์แนะนำโครงการฯ การบรรยายพิเศษ เรื่อง “Digital Disruption : ทิศทางการปรับตัวของภาครัฐกับการให้บริหารภาคธุรกิจและประชาชน” โดย ดร.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ กพร. และพิธีมอบรางวัลเพื่อเป็นเกียรติแก่หน่วยงานที่ได้รับรางวัลทุกหน่วยงาน

ปลัด วธ. กล่าวว่า ตามที่หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความทุ่มเทการทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจได้มีความสะดวกรวดเร็ว ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและลดต้นทุนและเวลาในการติดต่อขออนุญาต และในปี 2564 กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจหรือ Regulatory Guillotine มีการปลดล็อกไปแล้วกว่า 938 กระบวนงานจาก 1,094 กระบวนงาน และมีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดทำรางวัลสุดยอดหน่วยงานรัฐด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ รางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2566 ทั้งสิ้น 40 รางวัล ประกอบด้วยระดับกระทรวง ระดับกรม ระดับกระบวนการ (กอง/สำนัก) และระดับภูมิภาค เพื่อเป็นการให้กำลังใจ และเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่ปรับปรุงกระบวนงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างเห็นผล
นางยุพา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรม มีรายชื่อเป็น 1 ใน 40 หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง และ 1 ใน 6 ระดับกระทรวง ที่ได้รับมอบรางวัล “สำเภาทอง-นาวาทอง” ปี 2566 ระดับกระทรวง เป็นหน่วยงานที่สามารถดำเนินการการทำงานเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านประสิทธิภาพกระบวนงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล และการปรับปรุงการให้บริการ อีกทั้งรางวัลดังกล่าวยังได้รับรองอีกว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีความโดดเด่นตามเกณฑ์และมาตรฐานในการประเมินการตัดสินจากภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นผลสะท้อนจากการใช้บริการ และมีทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำหน้าที่ประเมินวิเคราะห์ ใน 3 มิติสำคัญประกอบด้วย ประสิทธิภาพของกระบวนงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล และสุดท้ายผลสัมฤทธิ์ด้านการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล การอำนวยความสะดวกและการปรับปรุงการให้บริการ ตลอดจนส่งเสริม e-Government ตามนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศไว้
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ปรับบทบาทเป็น “กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ” มุ่งขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม หนุนนำวัฒนธรรมมาสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับ Soft Power ไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 ด้าน ( 5 F ) ได้แก่ 1. อาหาร (Food) 2.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3.ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) 4.มวยไทย (Fighting) และ 5.การอนุรักษ์และขับเคลื่อน เทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก (Festival) รวมถึงด้านอื่นๆ ที่กำลังเป็นที่สนใจในกระแสโลก เช่น สมุนไพร ดนตรี การแสดง ทัศนศิลป์ ฯลฯ และส่งเสริมให้วัฒนธรรมสามารถสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ ตลอดจนชุมชนเจ้าของทุนทางวัฒนธรรม ให้เกิดงานด้านวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยตระหนักว่าในปัจจุบันและอนาคตประเทศจะต้องขับเคลื่อนไปด้วย “เศรษฐกิจดิจิทัล” หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อเพิ่ม ช่องทางในการขยายธุรกิจรวมถึงการให้บริการประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล สินค้าและบริการได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ประเทศพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างคล่องตัวและทันกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
” กระทรวงวัฒนธรรมจึงเน้นด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ การสร้างสรรค์และการจัดการองค์ความรู้ด้านศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรม ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน รวมถึงผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าได้จากทั่วโลก อาทิ สารสนเทศด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ระบบคลังข้อมูลดิจิทัล ที่เกี่ยวกับด้านวัฒนธรรม ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการนำข้อมูลต่างๆไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ด้วย นำไปสู่การขับเคลื่อน Soft Power วัฒนธรรมสร้างรายได้ อย่างแท้จริง” นางยุพา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วธ.ปลื้มสงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย ดึง นทท. อินฟลูฯ ทั่วโลกร่วมงาน
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงภาพรวมของการจัดงานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime: Experience Songkran in Thailand”

