“สมศักดิ์” ติวเข้ม ผู้สมัครส.ส.เพื่อไทย ทั่วประเทศ 200 คน แนะ เทคนิคหาเสียง ชี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ฟันธงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น ทำชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์
10 เม.ย.2566 - ที่พรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้พบปะกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั่วประเทศ กว่า 200 คน เพื่อมอบแนวทางการสื่อสารนโยบายของพรรคกับพี่น้องประชาชน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนของแต่ละจังหวัด
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็น ส.ส.ครั้งแรก เมื่อปี 2526 ซึ่งในช่วงแรก เป็นคนที่พูดจาไม่เป็น แต่ก็ได้พยายามพัฒนา จนสามารถสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้ จึงทำให้ตนเป็น ส.ส.มาแล้ว 10 สมัย โดยไม่เคยแพ้การเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งสะท้อนว่า การสื่อสารนโยบายของพรรคนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ที่เราต้องนำเสนอนโยบายให้ประชาชนเข้าใจ และสามารถไปบอกต่อได้ โดยขณะนี้ พี่น้องประชาชน ได้ให้การสนับสนุนนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังไม่พบว่า มีการปฎิเสธนโยบายของเรา ดังนั้น จากนี้ ขอให้ผู้สมัครทุกคน ช่วยกันทำความเข้าใจนโยบายของพรรค ที่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการชนะเลือกตั้ง
“จากประสบการณ์ของผม คนที่จะเลือกเราแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ญาติพี่น้อง 2.เพื่อนสมัยเรียน รวมถึงครู 3.ผลงานการช่วยส่วนรวม 4.นโยบายพรรค ซึ่งขณะนี้ ผู้สมัครของเราทุกคนได้เปรียบ เพราะยังไม่มีพรรคใดมีนโยบายที่ดีกว่าเราแน่นอน ผมจึงเชื่อมั่นว่า นโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท จะทำให้ทุกคนชนะการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้กระแสแรงเหลือล้น ทุกฝ่ายจึงให้ความสนใจ ส่วนพรรคอื่น เขาคิดนโยบายไม่ทัน จึงอาจใช้ปัจจัยอื่นมาสู้กับนโยบายของเรา ดังนั้น เราต้องรักษาคะแนนไว้ให้ได้” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การรักษาคะแนนให้ถึงวันเลือกตั้ง ทุกคนต้องมีผู้ช่วยหาเสียง หรือ แกนนำในเขตเลือกตั้ง อย่างน้อยหน่วยละ 10 คน เพื่อให้แกนของเรา ไปช่วยสื่อสารนโยบายของพรรค สู้กับปัจจัยอื่นของพรรคต่างๆ ดังนั้น ถ้าเราสร้างแกนแบบนี้ได้ ก็จะทำให้สามารถรักษาคะแนนเสียงไว้ได้ จนทำให้เราชนะการเลือกตั้ง ซึ่งจากนี้ ขอให้ผู้สมัครทุกคน ทำงานอย่างหนัก จะได้ชนะการเลือกตั้ง มาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนนโยบายช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชน
“วันนี้เราต้องอธิบายให้พี่น้องประชาชน รับทราบด้วยว่า การที่จะให้พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้งคน และพรรค แบบแลนด์สไลด์ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 60 กำหนดให้ ส.ว.250 คน มาร่วมกับ ส.ส. 500 คน เลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาล เสียงต้องเกินครึ่งของ 750 เสียง คือ 376 เสียง ต่างจากกติกาปกติ ที่ใช้แค่เสียงของ ส.ส.เท่านั้น และเป็นที่ทราบกันดีว่า 250 ส.ว.นั้นมาจากใครเป็นผู้แต่งตั้ง เราจึงต้องเน้นย้ำให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า เราถูกเอาเปรียบ ที่อีกฝั่งมี 250 เสียงในมือเป็นทุน เขาหาเพิ่มอีกแค่ 126 เสียง ก็ตั้งรัฐบาลได้ ทำให้เราต้องเร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคน และพรรค เบอร์ 29 แบบแลนด์สไลด์ เพื่อให้เสียงของพี่น้องประชาชนโดยตรง ชนะเสียง 250 ส.ว. พรรคเพื่อไทย จะได้จัดตั้งรัฐบาล ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อพี่น้องประชาชน ให้อยู่ดีกินดีขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย แทน 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' ลาออก
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ของพรรคเพื่อไทย ลงวันที่ 1 พ.ค. 69
'อนุสรณ์' อวยหนัก 'ทักษิณ' พ้นคุก ฟื้นฟูจิตวิญญาณสมาชิกพรรคเพื่อไทย
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เปิดเผยมุมมองต่อกรณีการได้รับการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค. 69 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์
‘อิ๊งค์-เชน’ ที่ปรึกษาพท. ‘กกต.’ ยื่นพยาน 11 คนสู้
"เพื่อไทย" ดึง "แพทองธาร-ยศชนัน" นั่งที่ปรึกษา "จุลพันธ์" เมินคนนอกมองพรรควิกฤต "ภท." ประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. "กกต." เตรียมยื่นบัญชีพยาน
ชื่นมื่น 'แพทองธาร' นำสมาชิกเพื่อไทย รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะผู้บริหารพรรค นำผู้บริการ แกนนำพรรค สส. สมาชิกพรรค รดน้ำดำหัวผู้อาวุโสของพรรค
'เพื่อไทย' จัดทัพใหม่! ผุดคณะผู้บริหาร ดึง 'อิ๊งค์-ดร.เชน' ร่วมวง
'เพื่อไทย’ ตั้ง กก.บห. เพิ่มอีก 13 คน 'จุลพันธ์' ชูโครงสร้างใหม่ มีเจ้าภาพรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ เมินคนนอกมองพรรควิกฤต ผุดคณะผู้บริหารขับเคลื่อน ดึง ‘แพทองธาร-ยศชนัน’ นั่งกุนซือ
'ภูมิธรรม' เปิดภาพ 'ทีมเพื่อไทย' หลายรุ่นรวมเป็นปึกแผ่น ยังเชื่อมั่นเป็นที่พึ่งของประชาชน
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า เมื่อวานพวกเรา"ทีมเพื่อไทย" หลายรุ่นได้มีโอกาสพบปะพูดคุย ทานอาหารร่วมกัน

