
‘พิพัฒน์’ รับกังวลโพลสงขลา ปชป.นำ แต่มั่นใจผลงาน-หัวหน้าพรรค ยังคงเป้ากวาดใต้ 31 ที่นั่ง จับตาไฮไลต์ ปราศัยใหญ่โค้งสุดท้าย ขน ‘อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี’ ขึ้นเวทีหาเสียง
5 ม.ค. 2569 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลระบุคนสงขลาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ มีความกังวลหรือไม่ว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในฐานะพรรคการเมือง และในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้ตนดูแลพื้นที่ภาคใต้ เราต้องเดินหน้าพยายามต่อไป เพื่อนำเสนอสิ่งต่างๆ ที่พรรคภูมิใจไทย ได้ทำลงไปในช่วงปี 2562 จนถึงขณะนี้
“ยอมรับว่ากังวล แต่ไม่ได้กังวลมาก เพราะเวลาเปลี่ยน ยุคสมัยเปลี่ยน แต่ผมก็มั่นใจในตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ได้เข้ามาบริหารประเทศและให้ความชัดเจนหลายๆ ด้าน ซึ่งมากกว่าทุกยุค” นายพิพัฒน์ ระบุ
เมื่อถามว่า ในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่พรรคภูมิใจไทย จะยังสามารถซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราไม่ได้ซื้อใจประชาชน แต่เราพยายามนำเสนอผลงาน ในช่วงที่ผ่านมาเพื่อให้ประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ได้ทราบว่าพรรคภูมิใจไทยได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และในอนาคตอันใกล้นี้ หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราจะทำอะไรต่อ ตนคิดว่าประชาชนในภาคใต้จะเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร ที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอ เมื่อนำเสนอก็ต้องทำให้เกิดขึ้นได้จริงไม่ใช่โครงการอยู่ในอากาศ ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง พรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอเฉพาะส่วนที่ทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะที่เป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ 31 ที่นั่ง และจะพยายามทำให้ได้มากกว่านี้ เพราะการช่วงชิงในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีประมาณ 3 พรรคการเมือง ดังนั้นยังมีความมั่นใจ เราจะได้พื้นที่ สส.เขตมากที่สุด
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ถูกมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนเองและเพื่อนๆ อีกหลายคน แน่นอนว่าการทำงานการเมืองไม่ง่าย เราตอบโจทย์ประชาชนให้ได้ในทุกมิติ แต่สิ่งที่สำคัญคือการพูดให้ประชาชนเชื่อว่าพูดแล้วทำได้
ส่วนไม้เด็ดในช่วงระยะเวลาที่เหลือนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม้เด็ดคงไม่มี พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอในสิ่งที่ทำได้ และจะไม่นำเสนอโครงการเพ้อฝัน อะไรที่ทำได้จะพยายามทำอะไรที่เป็นนโยบายของพรรคเช่นคนละครึ่งพลัสที่เราก็จะดำเนินการต่อ หากพรรคเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่พบกับแม่ค้าพ่อค้าในตลาด ได้รับเสียงตอบรับในโครงการคนละครึ่งพลัสดีมาก
ส่วนการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้นั้น จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2569 ซึ่งเวทีแรกที่จะเดินทางไปคือในจังหวัดระนอง และปิดท้ายที่จังหวัดพัทลุง ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตรงกับเวทีใหญ่ในพื้นที่ กทม.
นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์ที่ต้องจับตาในวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต และวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดสงขลา และวันที่ 5 กุมภาพันธุ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากนายอนุทิน พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะขึ้นเวทีหาเสียงในภาคใต้ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.
'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ
นายกฯ ห่วง ปชช. สั่งจังหวัดเสี่ยงท่วม ยกระดับรับมือดินถล่ม-น้ำป่า
นายกฯ ห่วงความปลอดภัย ปชช. กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก สำรองยาและเวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชม. ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางใกล้ชิด
'เด็ก ภท.' ฟาดเดือด! ป้องนายนุ่งขาสั้นหนักหัวคนอื่น ดีกว่าสวมชุดขรก.โกงสอบ
'สส.วัชรพงศ์' ฟาดเดือดโซเชียล! ป้อง 'ครูใหญ่' นุ่งขาสั้นหนักหัวคนอื่น ซัดแรง ดีกว่าสวมเครื่องแบบข้าราชการปล้นเงินลูกหลานชาวนาไปโกงสอบท้องถิ่น
รู้จัก 'สยาเหลือง' ยืนสง่าป่าดิบชื้นคาบสมุทรมลายู
“สยาเหลือง” ไม้ต้นใหญ่แห่งป่าดิบชื้นคาบสมุทรมลายู สุมาตรา บอร์เนียว และบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ทรงคุณค่าในตระกูลยาง
'จตุพร' ฟันฉับ! ปมเสี่ยงรบ.สีน้ำเงิน ไม่ใช่ 'ฮั้วสว.' คดีทุจริตสอบท้องถิ่นสาหัสกว่า หากสังคมคาใจ
‘จตุพร’ ชี้ปมเสี่ยงรัฐบาลสีน้ำเงิน ไม่ใช่ฮั้วสว.แต่คือทุจริตสอบท้องถิ่น หากปกป้องสาวไม่ถึงตัวการใหญ่ ถ้าสังคมคาใจจะเป็นไฟลามทุ่ง
'ไทยช่วยไทยพลัส' ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท
รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ 1.19 ล้านร้าน

