'จตุพร' ฟันฉับ! ปมเสี่ยงรบ.สีน้ำเงิน ไม่ใช่ 'ฮั้วสว.' คดีทุจริตสอบท้องถิ่นสาหัสกว่า หากสังคมคาใจ

‘จตุพร’ ชี้ปมเสี่ยงรัฐบาลสีน้ำเงิน ไม่ใช่ฮั้วสว.แต่คือทุจริตสอบท้องถิ่น หากปกป้องสาวไม่ถึงตัวการใหญ่ ถ้าสังคมคาใจจะเป็นไฟลามทุ่ง

2 ส.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชนและอดีตประธานนปช. นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ประเมินเสถียรภาพรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล หลังถูกถามว่ารัฐบาลอนุทินจะอยู่อยู่ข้ามพ้นปี2569 หรือไม่ เพราะมีระเบิดหลายลูก ฝ่ายค้านก็มีเรื่องฮั้วสว. เรื่องโครงการTH-AI Passport เรื่องโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น และอีกหลายเรื่อง ดูแล้วเปิดสภาฯมาคงถูกยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องฮั้วสว. การจัดการก็คือ  กกต.ที่มีการขีดเส้นตายตัวเองไว้ แล้วก็มีการกล่าวหากันจากซีกฝ่ายไอลอว์ และฝั่งส้ม ก็กล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน ฝ่ายสีน้ำเงินก็กล่าวหาส้มเรื่องการจัดตั้ง มีการปิดห้องประชุม(เลือกสว.)เช่นกัน คือมีที่มาที่ไปเหมือนกัน กกต.ก็ขีดเส้นตายตัวเองโดยไม่มีใครร้องขอว่า เดือนสิงหาคมนี้จบ รู้เรื่อง    

อดีตประธานนปช.กล่าวว่า ยังเชื่อว่า หากกกต.ยืนในหลักคือ ยื่นเรื่องทุกราย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสีน้ำเงิน สีส้ม ก็ส่งไปศาลฎีกา รวมถึงสายสีแดง หากมีปัญหาก็ส่งไป เรื่องสว.200 คนถอยย้อนหลังไป เอานิยามคำว่าฮั้วยังไง มันจะไม่รอดเหลือสักคน เพราะกติกาที่มันบิดเบี้ยวกันมา มันนำพามาสู่วันนี้ เพราะฉะนั้นยังเชื่อว่า กกต. หากเขาต้องการรอดตายด้วย เขาต้องส่งทั้งสองทาง เพราะส่งทางใดทางหนึ่งก็เป็นปัญหากับเขา จะไม่ส่งเลยก็เป็นปัญหากับเขา เพราะก็เห็นกัน อดีตกกต. ชุดที่มีปัญหา ชุดนั้น ห้าคน ตายสอง ลาออกหนึ่งคน ติดคุกสองคนที่กกต.บอกจะสรุปภายในเดือนสิงหาคม กกต.เป็นคนประกาศเอง

“หากยืดเวลาออกไปก็จะเป็นปัญหากันต่อ แต่ว่า ณ ขณะนี้ หากนิยามคำว่าฮั้ว ผมว่าไม่เหลือสักคน คือสมยอม เพราะคำว่าผลประโยชน์อื่นใด มันไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน เพราะตอนที่ไปนัดประชุมบอกว่าไม่ต้องแอบฮั้ว ก็หมายความว่าโดยโจ่งแจ้ง แล้วแตกต่างกันอย่างไร แอบหรือไม่แอบ ก็มีค่าเท่ากัน”

อย่างไรก็ตาม เรื่องโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นคนรับไม่ได้ คือเส้นทางเรื่องฮั้วสว.เรื่องอยู่ที่กกต. ส่วนTH-AI Passport เป็นความรับผิดชอบของปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ปลัดกระทรวงต้องนั่งเฝ้านอนเฝ้าเพราะหัวตัวเองพาดเขียงไว้ และเป็นโครงการที่ไม่มีใครกล้าไปมีนอกมีในเด็ดขาดเพราะมันถูกเอ็กซ์เรย์แล้ว ส่วนเขากระโดงก็ยังเป็นเรื่องระยะเวลาของศาล เพราะที่ศาลพิพากษา35 แปลง ก็มีสภาพบังคับตามคำสั่งศาลก็เฉพาะ 35 แปลงไม่ได้ไปมีผลผูกพันกับ 900 กว่าแปลง ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลบุรีรัมย์ต้องพิจารณากันต่อไป แต่ว่าเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น หากยังไม่ปิดเกมแบบที่คนสบายใจด้วย หากเรื่องไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับไหนก็ตาม หรือไปถึงนักการเมืองระดับใดก็ตาม จะต้องไม่มีข้อยกเว้น เพราะเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบทั้ง ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง -สำนักงานป.ป.ช.และฝ่ายรัฐบาล แต่คนก็มีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกันว่าเรื่องนี้มีการเอาเปรียบ เป็นการปล้นชาติอย่างหนึ่ง จะละเว้นใครไม่ได้

“หากเรื่องนี้ไปไม่สุดทาง จะกลายเป็นปัญหา ที่จะกลายเป็นไฟลามทุ่ง แต่หากไปสุดทาง ในวิกฤตนี้ก็มีโอกาส คนก็จะยกย่องเหมือนกันว่าไม่มีการละเว้นใคร เพราะเรื่องนี้เกินกว่าที่จะละเว้นใครได้ หากจัดการไม่ดี ก็เป็นวิกฤต ถ้ามีหลักฐานถึงใคร มันช่วยกันไม่ได้ ช่วยก็พัง ผมจะบอกให้ ยิ่งกว่าเตี้ยอุ้มคร่อมอีก เรื่องนี้มันเปราะบางมาก”

นายจตุพร วิเคราะห์ด้วยว่า หลายเรื่องจะมารวมกันในเดือนนี้สิงหาคม เรื่องฮั้วสว.มีคำตอบ ส่วนเรื่องหมายเรียกหมายจับในคดีสอบท้องถิ่น สิ้นสิงหาคม ก็น่าจะรู้ความแล้วเหมือนกัน ส่วนสงครามสหรัฐฯกับอิหร่าน หากยังไม่จบ เราจะเจอกับวิกฤตน้ำมัน เพราะปริมาณน้ำมันสำรองก็เหลือเหมือนช่วงสงครามก่อนหน้านี้ ปัญหาก็คือ จะมีใครกำไรหลายร้อยเปอร์เซนต์อีกหรือไม่ และจะมีใครกักตุนอีกหรือไม่ หากทั้งหมดมาพร้อมๆกัน คนก็จะเริ่มรู้สึกว่า ชักมากไป หากทุกเรื่องไปผสม ไปเจอกัน แต่ว่ามันมาจากส่วนรากคือการโกงสอบท้องถิ่น มันจะลาม แล้วคำตอบเรื่องการฮั้วสว. ทางกกต.ก็ต้องตอบให้คนรับได้ เพราะมันอาจจะกลายเป็นปัญหาขึ้นมาแล้วไปบวกกับเรื่องอื่น เพราะเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น คนไทยรับไม่ได้

“เรื่องฮั้วสว.มันยังมีช่อง กกต.ส่งไปศาลฎีกา หากส่งไปเรื่องก็คาไว้ แล้วก็พิจารณาคดีกันไป แต่เรื่องการโกงสอบท้องถิ่น อย่างที่จับกันได้คือจ่ายเงินหลังสอบ แต่จ่ายเงินก่อนสอบยังจับไม่ได้ และแต่ละขบวนการทำกันแบบเป็นล่ำเป็นสัน และคนมีความรู้สึกว่ามันไม่ได้มีแค่เฉพาะครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีการทำ อารมณ์คนมันจึงเลยเถิดในเรื่องการโกงสอบท้องถิ่น โดยหากเรื่องนี้ไม่นิ่งเรื่องอื่นมันจะมาบวกรวมกัน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไทยช่วยไทยพลัส' ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ 1.19 ล้านร้าน

‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน

แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา

'ศรีสุวรรณ' บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร 'สว.สีส้ม' จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่าย 'ฮั้ว' ด้วยหรือไม่

"ศรีสุวรรณ" บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร "สว.สีส้ม" จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่ายฮั้วด้วยหรือไม่ ย้อนถามทำไมพฤติกรรมที่ดูคล้ายกัน พอเป็นคนที่ตัวเองเชียร์ถึงเรียกว่า "ทำงานร่วมกัน" หรือ "จัดตั้ง" แต่พอเป็นฝ่ายตรงข้ามกลับรีบใช้คำว่า "ฮั้ว" ยันต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย