เจาะศึกเลือกตั้ง เขต 2 สงขลา 3 หนุ่ม 3 พรรค โอกาสเข้าวินสุดสูสี

6 มกราคม 2569 - ศึกเลือกตั้งสงขลา หัวเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองหลวงของภาคใต้ตอนล่าง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของการเลือกตั้ง สส. ที่ประชาชนให้ความสนใจในการติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและผู้สมัครทั้ง 9 เขต เพราะในอดีต สส. สงขลา ผูกขาดโดยพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด แต่เพิ่งจะมาเสียแชมป์ สส.เขต 2 ให้กับเด็กหนุ่มหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านการเมืองระดับท้องถิ่นที่ไหนมาก่อนอย่าง "ศาสตรา ศรีปาน" ซึ่งเป็น สส.รวมไทยสร้างชาติถึง 2 สมัย ด้วยกัน

พลันที่ กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งตามไทม์ไลน์แล้วนั้น  ศาสตรา ศรีปาน ประกาศย้ายค่ายจากรวมไทยสร้างชาติมาสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

ส่วนประชาธิปัตย์ ส่ง "จูรี นุ่มแก้ว" เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 ซึ่งมีพื้นที่ของเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งหมด และมีพื้นที่นอกเขตเทศบาลคือ "อบต.คลองอู่ตะเภา" อ.หาดใหญ่ ที่เป็นพื้นที่นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้ง “จูรี” ไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว "จูรี" ลงสมัครในนามพรรคกล้า ที่มี "กรณ์ จาติกวณิช" เป็นหัวหน้าพรรค มีคะแนนมาเป็นอันดับสาม เกือบ 15,000 คะแนน

ส่วน พรรคประชาชน ที่ในสมัยที่แล้วได้คะแนนอันดับ 2 ที่แพ้อันดับ 1 เพียง 100 กว่าคะแนน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร โดยส่ง "นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ" ซึ่งเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท และเป็นผอ.รพ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้ยื่นใบลาออกจากราชการเพื่อขึ้นเวทีเลือกตั้ง

"หมอจุ๊ด" แม้จะไม่เคยเล่นการเมือง แต่เป็นผู้ที่คนรู้จักในฐานะของหมอเอ็นจีโอเคลื่อนไหวในเรื่องสิ่งแวดล้อม การต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ การต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งพยายามปักธงในพื้นที่เขต 2 มาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ "ศาสตรา ศรีปาน" ซึ่งย้ายจากพรรครวมไทยสร้างมาอยู่กับภูมิใจไทย จึงกลายเป็นความหวังของ "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" หรือ "โกเกี๊ยะ" แม่ทัพภาคใต้ ในการที่จะคว้า สส. เขต 2 สงขลา ให้ได้ เพราะหาดใหญ่คือบ้านของ "พิพัฒน์" การมี สส.ของพรรคในพื้นที่ เขต 2 จึงถือเป็นหน้าตาของ "โกเก๊ยะ" ดังนั้นภูมิใจไทยจึงต้องทุ่มหมดหน้าตักในการสู้ศึกในเขตเลือกตั้งที่ 2

เทียบฟอร์มของผู้สมัครทั้งสามหนุ่ม จาก 3 พรรค จะเห็นว่าจุดโดดเด่นของ "ศาสตรา ศรีปาน" คือเป็นคนหนุ่มเป็นคนพื้นที่ เป็น สส. ติดต่อกัน 2 สมัย มีฐานเสียงที่ให้การสนับสนุนไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนน งานการเมืองไม่หวือหวา แต่เข้าถึงและดูแลฐานเสียงอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เมื่อบวกกับคะแนนเสียงของภูมิใจไทย และคะแนนเสียงของ "นิพนธ์ บุญญามณี" ที่เป็นอดีตแกนนำประชาธิปัตย์ และเป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งสงขลา และคะแนนเสียงจากการเมืองท้องถิ่น ทำให้ "ศาสตรา ศรีปาน" ยังได้เปรียบ ผู้สมัครของพรรคอื่นๆ

ส่วน "จูรี นุ่มแก้ว" ที่โด่งดังมาจากการเป็นดาวติ๊กต๊อก และสมัครครั้งแรกในนามพรรคกล้า อาศัยความเป็น "จูรี" เพียงอย่างเดียว ก็สามารถได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 ถือว่าไม่ธรรมดา ครั้งนี้ สวมเสื้อสีฟ้ายี่ห้อแม่ธรณีบีบมวยผม และมี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นหัวหน้าพรรค หากอภิสิทธิ์สามารถโยกคลอนให้ประชาชนที่เคยศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่ เขต 2 กลับมาได้สัก 30% โอกาสที่ประชาธิปัตย์จะทวงแชมป์เขต 2 คืน ก็เกิดขึ้นได้ แต่จุดอ่อนของ "จูรี" ที่ต่างกับ "ศาสตรา" และ "หมอสุภัทร" คือ "จูรี" ไม่ใช่คนหาดใหญ่ แต่พื้นที่มาจาก อ.ระโนด จ.สงขลา

บทสรุป การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 สงขลา ครั้งนี้จึงเป็นเขตเลือกตั้งที่เร่าร้อน เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีทั้งพื้นที่เศรษฐกิจที่คะแนนเสียงใช้เงินซื้อไม่ได้ และมีทั้งพื้นที่ ที่เรียกว่า ชุมชน 103 ชุมชน ที่เป็นพื้นที่ชี้นำ และเป็นตัวแปรที่อาศัยฐานการเมืองท้องถิ่น หากผู้สมัครพรรคใด ได้คะแนนจาก 103 ชุมชน เป็นกอบเป็นกำ โอกาสของชัยชนะก็เป็นของผู้นำ และยังมีเสียงจากประชาชน ใน อบต.คลองอู่ตะเภา ที่อยู่นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เป็นคะแนนหนุนเสริม

ดังนั้นเมื่อดูจากปัจจัยต่างๆของผู้สมัคร จะเห็นว่า ผู้สมัครทั้งสามคนสามพรรค มีโอกาสในการได้เป็น สส. ในครั้งนี้อย่างเท่าเทียม อยู่ที่ใครจะมีกลยุทธในการเข้าถึงประชาชนอย่างไร พรรคการเมืองที่สังกัด มีการสนับสนุนในเรื่องการเป็นท่อน้ำเลี้ยงอย่างไร และประชาชนในเขตเลือกตั้งที่เป็นเสียงส่วนใหญ่จะเลือกคนเก่ง คนดี หรือเลือกที่จะรับเงิน เพื่อแลกกับการลงคะแนน ทั้งหมดคือปัจจัยของการส่งผลให้ผู้สมัครของเขต 2ได้เป็น สส. ครั้งนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯหนู เปิดภาพ สยบปมร้าว 2 น. 1 พ.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์รูปภาพยืนข้างนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

'เอ็ดดี้ อัษฎางค์' วิเคราะห์ใครอันตรายกว่ากัน ส้มรื้อราก-น้ำเงินรวบอำนาจ

นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเรื่อง "ใครอันตรายกว่ากัน" ส้มรื้อราก น้ำเงินรวบอำนาจ มีเนื้อหาดังนี้การเมืองไทยในวันนี้ดูเหมือนกำลังบีบให้ประชาชนเลือกอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองแบบ

'เดชรัต' ผู้รับผิดชอบนโยบายปฏิรูป สปสช. พรรคส้ม แจง 3 ข้อ ยืนยันไม่คิดล้มบัตรทอง

นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่อง พรรคประชาชน จะล้ม บัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชน ขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่

'สุขสมรวย' โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน บอกฮั้วจริงน้องสะใภ้คงฉลุย

‘สุขสมรวย’ โต้ฝ่ายค้านปมฮั้ว สว. ย้ำคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่เกี่ยวเลือก สว. ชี้ กกต.ตรวจสอบจบแล้ว ซัดอย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน  ชี้ถ้าฮั้วจริง น้องสะใภ้ คงฉลุยแล้ว พร้อมสั่งฝ่ายกม. ถอดเทปรายการดัง หลังเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง โอดผิดหวังคนรุ่นใหม่ใช้วิธีนี้