ท่านเปาก็มา! พีระพันธุ์โชว์จับมีดประหารพยัคฆ์พิฆาตคนชั่ว

'พีระพันธุ์' โชว์จับมีด 'ประหารพยัคฆ์' พิฆาตคนชั่ว ลั่น 'รทสช.' ไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ชงแก้กฎหมายเอาผิดสแกมเมอร์ให้ทันสมัย เร่งกระบวนการให้เด็ดขาดรวดเร็ว

08 ม.ค.2569 - ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดยุทธศาสตร์และแสดงจุดยืนนโยบาย “พิฆาตคนชั่ว” ให้มีคุกกลางทะเล เพิ่มโทษสูงสุดกระบวนการค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ และปราบปรามการทุจริต

โดยช่วงหนึ่ง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มีคำที่ว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” วันนี้ตนเชื่อว่าสังคมและพี่น้องประชาชน รู้สึกถึงเบื้องหลังมากกว่าคำข้างหน้า เพราะทุกวันนี้ทำชั่วได้ดีมีถมไปจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าสังคมถูกกลุ่มคนชั่วเข้ามาครอบงำทั้งหมด คนชั่วที่เป็นข้าราชการเข้ามาทุจริต นักการเมืองชั่วไม่ใช่เข้ามาเพื่อทำงานอ้างประชาชน แต่เข้ามาเพื่อร่วมกันทุจริตหาประโยชน์ ข้าราชการมีอำนาจหน้าที่รังแกประชาชน ประชาชนด้วยกันเองรวมหัวกันฉ้อโกงประชาชน คนดี ๆ สังคมที่ดี คนแก่คนเฒ่าเก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต ถูกคนเหล่านี้ปล้นไป สิ้นเนื้อประดาตัว บางคนถึงกับต้องฆ่าตัวตาย การกระทำของคนชั่วพวกนี้ จึงต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม เพื่อปกป้องคนดี คนดีต้องมีที่ยืน สังคมต้องไม่โดดเดี่ยว สุภาษิตที่บอกว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วต้องกลับมา” นี่คือสิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติประกาศนโยบายพิฆาตคนชั่ว พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่ร่วมสังฆกรรมและเอาจริงกับการทุจริต ยืนยันว่าเราจะไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ไม่ยอมให้มาครอบงำพรรค และครอบงำประเทศ ไม่ยอมให้ข้าราชการทุจริต ปล้นเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินของคนทั้งประเทศลอยนวล โดยไม่มีการจัดการอย่างเด็ดขาดและเฉียบขาด

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติคิดถึงสิ่งเหล่านี้ และเห็นว่าปัญหาเหล่านี้มันทวีคูณขึ้นจนกลายเป็นวิกฤตหนึ่งของประเทศ เราจึงคิดว่าวิกฤตที่เราต้องแก้ไขโดยเด็ดขาดเพื่อพลิกโฉมประเทศ ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว โดยนโยบายพิฆาตคนชั่วเพื่อพิทักษ์คนดี คนดีจะมีพรรครวมไทยสร้างชาติยืนอยู่ด้วย และปกป้องตลอดเวลา ยืนยันว่าเราจะยึดมั่นและเดินแนวทางนี้ จะไม่ยอมให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่ทุจริตประพฤติมิชอบ หรือใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้ง ร่วมมือกับคนชั่ว ปล่อยให้กระทำความผิดและไม่ดำเนินการจับกุมไปให้ได้

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ขอโอกาสได้รวมไทยสร้างชาติเข้าไปดำเนินการจัดการคนชั่วเหล่านี้ อย่าให้ทำชั่วได้ดีมีถมไป มีอีกต่อไป

จากนั้นนายพีระพันธุ์ ทำสัญลักษณ์ด้วยการจับมีด “ประหารหัวพยัคฆ์”

ต่อมา นายพีระพันธุ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม โดยย้ำว่า นโยบายพิฆาตคนชั่วของพรรค ไม่ได้มุ่งเน้นที่ข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบโกงเงินแผ่นดินอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้ที่กระทำความผิดที่มีผลกระทบกับประชาชน เช่น ไปช่วยกันให้กลุ่มสแกมเมอร์พ้นผิด หรือไม่จับกุม ถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งปัญหาสแกมเมอร์ขณะนี้ไม่มีกฎหมายรองรับ เราไปเน้นการจับกุม แต่ไม่มีกฎหมายจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคจะเร่งดำเนินการทันที

เมื่อถามย้ำว่า ประเทศไทยมีปัญหานี้มานาน จะสามารถจัดการได้ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เมื่อไม่มีกฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อลงโทษสแกมเมอร์ ซึ่งสแกมเมอร์โดยพื้นฐานก็เกิดจากการฉ้อโกง แต่ที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็ไม่คิดว่าจะฉ้อโกงในลักษณะนี้ กฎหมายไทยเป็นความผิดอาญาธรรมดา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือมีความผิดเรื่องฉ้อโกงประชาชน ในอดีตกฎหมายระบุความผิดเป็นเรื่องตัวต่อตัว หากมี 1-3 คนร่วมกันทำ แต่กฎหมายไม่ได้ครอบคลุมถึงการใช้เทคโนโลยี เครือข่ายอาชญากรรม หรืออาชญากรรมข้ามชาติ และผลกระทบจากการฉ้อโกงก็ไม่เคยใหญ่ถึงระดับหลายแสนล้าน ดังนั้นการกระทำผิดนี้ควรมีโทษเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สาสมกับสิ่งที่ทำ

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ก่อนจะมีโทษก็ต้องผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่ผู้มีอำนาจไม่ปฏิบัติ หรือกลับไปช่วยกันทำพยานหลักฐานให้อ่อน ลักษณะแบบนี้คือการร่วมกระทำความผิด ต้องมีโทษเช่นกัน ทั้งนี้ การนำพยานหลักฐานส่งฟ้องศาล ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิธีพิจารณาความให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติ เมื่อไปถึงชั้นศาล ก็ต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ให้การพิสูจน์ความผิดเป็นภาระของผู้กระทำความผิด ไม่ใช่ผู้กล่าวหา จะได้เกิดความยุติธรรม และให้ศาลมีโอกาสไต่สวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้เอง เมื่อศาลตัดสิน ต้องให้มีการทำตามคำพิพากษาตามเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ตัดสินแล้วไปนอนรอในเรือนจำ ไม่มีการบังคับคดี จนบางคนไปตั้งฮาเร็มในเรือนจำ

เมื่อถามว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการทุจริต แต่ทำความผิดเสียเอง ต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุมหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระเหล่านี้ ได้กำหนดโทษไว้อยู่แล้ว หากคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ไปทำความผิดเสียเอง จะมีโทษเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่ปัญหาวันนี้คือ กระบวนการเอาผิดหรือสอบสวน ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีลักษณะพิเศษหรือรวดเร็วแค่ไหน จึงต้องวนมาที่การปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็ว เพื่อให้มีกรอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆ

เมื่อถามว่า เราจะประกาศได้ชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมกับทุนเทาหรือนักการเมืองที่เป็นสีเทา นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มีความชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ามีความผิดมีหลักฐานดำเนินคดีเลย ซึ่งถ้าไม่มีการดำเนินคดีเราอยู่ด้วยไม่ได้ เมื่อถามว่าถ้าคนในองค์กรตรวจสอบการทุจริตแต่ทำผิดเอง ควรจะมีกฎหมายเฉพาะมาดำเนินการหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า กฎหมายที่เป็นการจัดตั้งองค์กรอิสระลักษณะนี้กำหนดไว้อยู่แล้วว่าถ้าคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่นี้ไปทำความผิดเองจะมีโทษเพิ่มขึ้นสามเท่า แต่ปัญหาวันนี้มันไม่ใช่ว่ามีโทษหรือเปล่า ปัญหาคือเมื่อมีการกระทำความผิดอย่างกรณีของสแกมเมอร์ กระบวนการที่จะเอาผิดหรือการสืบสวนสอบสวนไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นลักษณะพิเศษหรือรวดเร็วแบบไหน ซึ่งสิ่งที่ตนเคยพูดไว้คือมันไม่ควรที่จะปรับปรุงเฉพาะแค่เรื่องของการลงโทษ แต่กระบวนการในการทำงานจะต้องรวดเร็ว มีกรอบในการทำงานชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆเหมือนที่ผ่านมา

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้เรามีหลายคดีที่เป็นลักษณะพิเศษ แต่กฎหมายที่ใช้วันนี้เขียนมาอย่างน้อยๆเกือบ 100 ปีแล้ว ซึ่งในยุคนั้นเขาไม่ได้คิดว่าจะมีลักษณะพิเศษอะไรแบบนี้ แต่เราไม่เคยมีการปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้เลย ดังนั้นเมื่อมีการกระทำความผิดที่หนักขึ้น รุนแรงขึ้น แบบนี้จึงต้องกลับไปสู่การพิจารณาแบบคดีปกติธรรมดา จึงเห็นว่าประเทศไทยต้องแก้ไขสิ่งเหล่านี้เพื่อ เป็นการบังคับให้คนที่กระทำความผิดได้รับโทษรวดเร็วขึ้น กระบวนการที่เข้ามาเกี่ยวข้องต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน และคนที่มีอำนาจหน้าที่หากไปเข้าด้วยช่วยกัน ไม่ว่าจะองค์กรอิสระหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐตำรวจหรืออัยการ จะถือว่าเป็นการกระทำความผิด เป็นความผิดเดียวกันหมด

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยศชนัน' หาเสียงเมืองหลวงเพื่อไทย ปลื้มแห่คล้องมาลัยแคบหมู

'ยศชนัน' บุกตลาดเช้าสารภี พ่อค้าแม่ค้าแห่มอบพวงมาลัยแคบหมูต้อนรับคึกคัก ลั่นจะพลิกฟื้นเชียงใหม่ เริ่มต้นที่อากาศสะอาดและปากท้องพี่น้องเกษตรกร ทวงคืนอธิปไตยล้งต้องเป็นของคนไทย

ทำได้ทุกอย่างช่วงเลือกตั้ง! จุลพันธ์โชว์แคะขนมครกหาเสียงย่านดอนเมือง

'จุลพันธ์' ฟิตลุยหาเสียงตลาดเช้าฝั่งโขงดอนเมือง-ตลาดเคหะท่าทราย เจอป้าแซว 'โอ้โหหล่อจัง' ก่อนสวมบทพ่อค้าสายหวาน โชว์แคะขนมครกแบ่งผู้สมัครชิม อ้อนขอเสียงหนุน 'ยศชนัน' เป็นนายกฯ

'ยศชนัน' ยกทีมเพื่อไทยไปหารือ กทม.โชว์วิสัยทัศน์

'ยศชนัน' แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย หารือร่วมรับฟัง 'ชัชชาติ-ทีม กทม.' ชูแนวคิด 'Empower' เชื่อมต่อรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ - ดันรถไฟฟ้า 20 บาท - แก้ปัญหายาเสพติด

'เท้ง' ลั่นปักธงส้มทั้งจังหวัดชลบุรีล้มอิทธิพลบ้านใหญ่!

'ณัฐพงษ์' ลุยชลบุรีประกาศปักธงส้มทั้งจังหวัด มั่นใจเสียงประชาชนเหนืออิทธิพลบ้านใหญ่ แจงบทบาทคนนอก-ทูตพิศาล ย้ำพรรคประชาชนไม่ปิดกั้นความคิด ดันทีมมืออาชีพสร้างความเชื่อมั่น