'เทพไท' แนะเวทีดีเบตแคนดิเดตนายกฯ ควรเชิญพรรคที่มีโอกาสได้ สส. 25 คน

15 ม.ค.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “ข้อเสนอการจัดดีเบต” บนเฟซบุ๊กระบุว่า นับตั้งแต่นี้ไป จะมีองค์กรต่างๆ หรือสื่อสำนักต่างๆ จัดเวทีดีเบตหรือเวทีประชันวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นช่วงที่นับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การรณรงค์หาเสียง การดีเบต ก็จะเข้มข้นขึ้น

ผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง อยากเสนอความเห็นหรือแสดงความเห็น ต่อการตั้งเวทีดีเบตหรือการประชันวิสัยทัศน์ ที่จัดโดยองค์กรต่างๆ หรือสื่อสำนักต่างๆ เพื่อให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน และให้ความเป็นธรรม ทั้งในส่วนของพรรคการเมือง และประชาชนที่จะรับฟังข้อมูลข่าวสาร หรือนโยบายของพรรคการเมืองจากการดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์กัน จึงอยากจะเสนอความเห็นใน 2 ประเด็น คือ

1.การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่ จะเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คนเป็นส่วนใหญ่ มีบางพรรคอาจจะมี 2 คน หรืออาจจะมีคนเดียวเป็นส่วนน้อย ซึ่งต่างกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ที่มีพรรคการเมืองเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนเพียงพรรคเดียว นอกนั้นก็เสนอพรรคละ 1 คนเป็นส่วนใหญ่ การเลือกตั้งครั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยน บริบททางการเมืองเปลี่ยนไป พรรคการเมืองจึงเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คนเกือบทุกพรรค ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ยุคสมัยนี้ มีการแข่งขันการประชันวิสัยทัศน์ หรือดีเบตกันในหลายเวที ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ สามารถที่จะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมเวทีดิเบตได้ จะได้สลับกันหรือแบ่งหน้าที่กันไปขึ้นเวทีดีเบตในเวทีต่างๆ และอยากให้การจัดเวทีดีเบต ควรเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ไม่ควรจะให้มีการส่งตัวแทน หรือผู้ที่ไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และทำให้ประชาชนไม่สามารถได้รับรู้ถึงความสามารถ หรือวิสัยทัศน์ของคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ บางพรรคเสนอกรรมการบริหารพรรคมาแทน ซึ่งไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อาจทำให้ความรับผิดชอบต่อประชาชนแตกต่างกันไป จึงเห็นว่าถ้าจะมีการดีเบตกัน ก็ควรให้เป็นเวทีเบตเฉพาะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

พรรคการเมืองใดไม่พร้อมและไม่สามารถส่งแคนดิเดตมาได้ ก็ปล่อยเก้าอี้ว่างไป ถือว่าสละสิทธิ์ เป็นการเสียโอกาสของพรรคการเมืองนั้นๆ เอง

2.ในการจัดเวทีดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์ของหน่วยงานหรือสื่อบางสำนัก ก็จะเลือกจัดเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค คือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทำให้พรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ สส.ไม่น้อยกว่า 25 คน ไม่มีสิทธิ์ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองนั้นๆ ขึ้นเวทีได้ จึงเห็นว่าถ้าจะดีเบตเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ ก็ควรตั้งกติกาว่าจะเชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ สส.ไม่น้อยกว่า 25 คน เพราะเป็นสิทธิ์ในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง โดยใช้รายชื่อ สส. 25 คนเป็นอย่างน้อย ส่วนพรรคการเมืองเล็กๆ ถ้าจะจัดดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์ ก็อาจจะจัดอีกเวทีหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเวทีที่ต้องการจะประชันวิสัยทัศน์คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ ถ้าดูจากผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ จะพบว่าพรรคการเมือง 5 พรรค ที่มีโอกาสได้ สส.เกิน 25 คน คือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์

ดังนั้นการจัดเวทีดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์เวทีหลัก ถ้าจะเชิญก็ควรเชิญให้ครบ 5 พรรค จึงขอเสนอมายังหน่วยงาน องค์กร สื่อสำนักต่างๆ ถ้าหากจะมีการจัดดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์อีกในโอกาสต่อไป ก็ควรจะพิจารณาข้อเสนอ 2 ข้อนี้ เพื่อความเป็นธรรมของพรรคการเมือง และเป็นโอกาสของประชาชน ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มช.เปิดเวทีดีเบตเศรษฐกิจ 5 พรรค โชว์วิสัยทัศน์ก่อนเลือกตั้ง

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเวที Debate to Decide เปิดพื้นที่มือเศรษฐกิจพรรคการเมืองแลกมุมมองนโยบาย ให้นักศึกษาและประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้

'ยศชนัน' โชว์ลีลาลวกบะหมี่บุกสระบุรีหาเสียง

'ยศชนัน' นำทัพบุกสระบุรีหาเสียง โชว์ลีลาลวกบะหมี่ ชาวบ้านแห่เรียก นายกฯ คนหล่อ มอบ 'พวงมาลัยกะหรี่ปั๊บ' ตอนรับอบอุ่น เจ้าตัวลั่น พร้อมเปลี่ยนเมืองสระบุรีให้ดีกว่าเดิม

มั่นใจ! 'เทพไท' เชื่อตามเด็กส้ม ถอนเงินสดจากแบงก์ 160,816 ล้าน ซื้อเสียงเลือกตั้งแน่นอน

เทพไท ชี้กระแสข่าวเรื่องการเบิกเงินจำนวน 160,816 ล้านบาท มีความเป็นไปได้สูง ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จับตาดู และจับกุม ลำพังกกต.ไม่สามารถตรวจสอบได้ ด้วยข้อจำกัดเรื่องบุคลากรหรือองค์ประกอบ