15 ม.ค.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “ข้อเสนอการจัดดีเบต” บนเฟซบุ๊กระบุว่า นับตั้งแต่นี้ไป จะมีองค์กรต่างๆ หรือสื่อสำนักต่างๆ จัดเวทีดีเบตหรือเวทีประชันวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นช่วงที่นับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การรณรงค์หาเสียง การดีเบต ก็จะเข้มข้นขึ้น
ผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง อยากเสนอความเห็นหรือแสดงความเห็น ต่อการตั้งเวทีดีเบตหรือการประชันวิสัยทัศน์ ที่จัดโดยองค์กรต่างๆ หรือสื่อสำนักต่างๆ เพื่อให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน และให้ความเป็นธรรม ทั้งในส่วนของพรรคการเมือง และประชาชนที่จะรับฟังข้อมูลข่าวสาร หรือนโยบายของพรรคการเมืองจากการดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์กัน จึงอยากจะเสนอความเห็นใน 2 ประเด็น คือ
1.การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่ จะเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คนเป็นส่วนใหญ่ มีบางพรรคอาจจะมี 2 คน หรืออาจจะมีคนเดียวเป็นส่วนน้อย ซึ่งต่างกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ที่มีพรรคการเมืองเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนเพียงพรรคเดียว นอกนั้นก็เสนอพรรคละ 1 คนเป็นส่วนใหญ่ การเลือกตั้งครั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยน บริบททางการเมืองเปลี่ยนไป พรรคการเมืองจึงเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คนเกือบทุกพรรค ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ยุคสมัยนี้ มีการแข่งขันการประชันวิสัยทัศน์ หรือดีเบตกันในหลายเวที ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ สามารถที่จะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมเวทีดิเบตได้ จะได้สลับกันหรือแบ่งหน้าที่กันไปขึ้นเวทีดีเบตในเวทีต่างๆ และอยากให้การจัดเวทีดีเบต ควรเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ไม่ควรจะให้มีการส่งตัวแทน หรือผู้ที่ไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ และทำให้ประชาชนไม่สามารถได้รับรู้ถึงความสามารถ หรือวิสัยทัศน์ของคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ บางพรรคเสนอกรรมการบริหารพรรคมาแทน ซึ่งไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อาจทำให้ความรับผิดชอบต่อประชาชนแตกต่างกันไป จึงเห็นว่าถ้าจะมีการดีเบตกัน ก็ควรให้เป็นเวทีเบตเฉพาะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
พรรคการเมืองใดไม่พร้อมและไม่สามารถส่งแคนดิเดตมาได้ ก็ปล่อยเก้าอี้ว่างไป ถือว่าสละสิทธิ์ เป็นการเสียโอกาสของพรรคการเมืองนั้นๆ เอง
2.ในการจัดเวทีดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์ของหน่วยงานหรือสื่อบางสำนัก ก็จะเลือกจัดเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค คือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทำให้พรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ สส.ไม่น้อยกว่า 25 คน ไม่มีสิทธิ์ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองนั้นๆ ขึ้นเวทีได้ จึงเห็นว่าถ้าจะดีเบตเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ ก็ควรตั้งกติกาว่าจะเชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ สส.ไม่น้อยกว่า 25 คน เพราะเป็นสิทธิ์ในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง โดยใช้รายชื่อ สส. 25 คนเป็นอย่างน้อย ส่วนพรรคการเมืองเล็กๆ ถ้าจะจัดดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์ ก็อาจจะจัดอีกเวทีหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเวทีที่ต้องการจะประชันวิสัยทัศน์คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ ถ้าดูจากผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ จะพบว่าพรรคการเมือง 5 พรรค ที่มีโอกาสได้ สส.เกิน 25 คน คือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้นการจัดเวทีดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์เวทีหลัก ถ้าจะเชิญก็ควรเชิญให้ครบ 5 พรรค จึงขอเสนอมายังหน่วยงาน องค์กร สื่อสำนักต่างๆ ถ้าหากจะมีการจัดดีเบตหรือประชันวิสัยทัศน์อีกในโอกาสต่อไป ก็ควรจะพิจารณาข้อเสนอ 2 ข้อนี้ เพื่อความเป็นธรรมของพรรคการเมือง และเป็นโอกาสของประชาชน ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ส้ม' เปิดโครงข่าย 5 อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 จักรวาลล้อมรอบ 'อนุทิน'
“ชยพล’ ต่อจิ๊กซอว์คดีฮั้วสว. แฉโครงข่าย 5 อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 คดีฮั้ว สว. เป็นจักรวาลล้อมรอบ ‘อนุทิน’ เรียนหลักสูตร พตส.-นธป. ด้วยกันเพียบ กังขาคอนเน็คชั่นมีอำนาจตัดสินชะตาสว.- พรรคการเมือง
ชำแหละ! 5 จุดอ่อน สส. สภาชุดนี้ หนักใจมาตรฐานถดถอย
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จุดอ่อนของ สส.ในสภาชุดนี้" โดยระบุว่า
ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหาร 2 พรรคการเมือง
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง รวมสองฉบับ ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมกา
ทำไม 'อนุทิน-ปกรณ์' คิดต่าง เรื่องโกงข้อสอบท้องถิ่น
นายเทพไท เสนพงษ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไม??? อนุทิน-ปกรณ์ คิดต่าง เรื่องโกงท้องถิ่น มีเนื้อหาดังนี้
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
ไปอีกพรรค! ราชกิจจาฯ ประกาศสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง พรรคอนาคตไกลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

