'ดุสิตโพล' ชี้โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 'ปชน.-เท้ง' ยังครองเบอร์หนึ่ง

30 ม.ค. 2569 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 26,621 คน (สำรวจทางภาคสนาม 100%) ระหว่างวันที่ 16-28 มกราคม 2569 พบว่า พรรคการเมืองแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่กลุ่มตัวอย่างจะเลือก คือ พรรคประชาชน ร้อยละ 35.99 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 22.13 ภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92 ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.16 กล้าธรรม ร้อยละ 2.40 อื่นๆ ร้อยละ 5.93 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 4.47

ด้าน สส. เขต จะเลือกสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.46 รองลงมาคือ ภูมิใจไทย ร้อยละ 21.52 เพื่อไทย ร้อยละ 20.60 ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.13 กล้าธรรม 3.41 อื่นๆ ร้อยละ 9.50 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 3.38

และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 35.07 รองลงมาคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พท.) ร้อยละ 21.53 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภท.) ร้อยละ 16.11 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ปชป.) ร้อยละ 12.97 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (กธ.) ร้อยละ 3.61 อื่นๆ ร้อยละ 8.49 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 2.22

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสะท้อนว่า พรรคประชาชนยังคง นำในช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ อย่างไรก็ตาม ผลโพลเป็นความคิดเห็นของประชาชน ณ ขณะนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจออกมาใช้สิทธิของประชาชนในวันเลือกตั้ง หากประชาชนต้องการให้ผลเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดตามกระบวนการประชาธิปไตย เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ผลโพล แต่อยู่ที่คูหาเลือกตั้งของประชาชนทุกคน

ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” พบว่า พรรคประชาชนและนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับการสนับสนุนเป็นอันดับหนึ่งในทุกประเด็น ซึ่งมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับผลสำรวจหัวข้อ “คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569” ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงภาพสะท้อนกระแสนิยมของประชาชนในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นการบ่งชี้ “อุณหภูมิทางการเมือง” เพียงเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติการเมือง ในระบบรัฐสภาไทยยังถูกกำหนดด้วยกติกาเชิงสถาบัน การรวมเสียงในสภา และพลวัตของการต่อรองทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้เจตจำนงของประชาชนไม่อาจแปรเป็นอำนาจรัฐโดยตรงเสมอไป ดังนั้น คะแนนนิยมกับความจริงในการจัดตั้งรัฐบาลจึงอาจไม่สอดคล้องกัน ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของประชาธิปไตยไทยร่วมสมัย ด้วยเหตุนี้ สังคมและผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำเป็นต้องเตรียมความเข้าใจและยอมรับผลลัพธ์ที่อาจแตกต่างจากความคาดหวัง โดยมองการเมืองในฐานะกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย เพื่อเสริมสร้างวุฒิภาวะทางการเมืองและความเข้าใจในบริบทของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างยั่งยืน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดแสบ! พรรคส้ม เปิดภาพคล้ายหมายจับ ล็อกเป้าซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย

เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ภาพที่จัดทำขึ้นในรูปแบบคล้ายหมายจับมาเชื่อมโยงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย พร้อมข้อความว่า WANTED : เปิดข้อกล่าวหาไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าในสภาผู้แทนราษฎร

ปชช. เกิน 95% ค้าน 'ภท.' รื้อกม. ริบภาษีบาป 'สสส.-TPBS-กองทุนผู้สูงอายุ-กีฬา'

ปชช. เกิน 90% ไม่เห็นด้วย 'ภท.' ชงแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ริบภาษีบาปอุดหนุน 'ไทยพีบีเอส-สสส.-กองทุนพัฒนากีฬา-ผู้สูงอายุ' สภาฯ เปิดรับฟังอีก 2 วัน ก่อนส่งให้นายกฯ รับรอง

ต้องปลอดการเมือง! 'สาธิต' กระตุก 'กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า' รักษาสมดุลลูกจ้าง-นายจ้าง-รัฐบาล

ผลของการเลือกตั้ง ของ การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม กลุ่มก้าวหน้า ชนะเลือกตั้งแล้ว ถือว่าเป็นการตัดสินของ กลุ่มทั้งสองกลุ่มที่ตัดสินสินใจผ่านการเลือกตั้ง

5วันเยอะไป! นายกฯ ชี้ซักฟอกเดือนต.ค.โอเค  เชื่อใจ 'เพื่อไทย' ไม่มีวันปล่อยมือ

‘อนุทิน’ บอกซักฟอกเดือนต.ค.เวลาโอเค มอง 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้าภท. ไม่ทำให้รัฐบาลแตก เชื่อใจเพื่อไทยไม่มีวันปล่อยมือ

ไม่มีใครเป็นศัตรูทางการเมือง! 'ยศชนัน' ลั่น หลังถูกสงสัย 'ปชน.' ผูกมิตร 'พท' ซักฟอกรมต.สีน้ำเงิน

‘ยศชนัน’ลั่น ไม่มีใครเป็นศัตรูกันในทางการเมือง หลังถูกสงสัย ‘ปชน.’  ผูกมิตร พท. บอก พร้อมช่วยชี้แจงหากซักฟอกพาดพิง อว.