'เอกนิติ' ประเดิมเวทีปราศรัยใหญ่ โชว์ผลงาน 73 วัน พาเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มแล้ว

"เอกนิติ" ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก ชี้นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ "รัฐบาลอนุทิน" 73 วัน พาเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม จากจะโต 0.3% พุ่งถึง 1.8% ขอ ภท.สานต่อนโยบาย 10พลัส ให้คนไทยมีชีวิตดีขึ้น 10 เท่า

30 มกราคม 2569 - เวลา 18.15 น. ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงและทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก พร้อมกล่าวกับชาว กทม. ว่า นี่เป็นการปราศรัยครั้งแรกในชีวิต ตนไม่เคยคิดว่าจะมาปราศรัยการเมือง ส่วนที่ลาออกมาจากราชการเพราะอยากให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นเพื่อให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น เพราะตนฝันว่าอยากให้ประเทศไทยแข่งขันกับนานาประเทศ เพื่อเราจะได้ภูมิใจไทย ทำให้ประเทศไทยเราแข็งแกร่งขึ้น

ส่วนที่ตนทำคนละครึ่งพลัส เพราะวันที่ตอบรับนายกรัฐมนตรี เข้ามารับตำแหน่งเพราะท่านให้โอกาส ให้อิสระนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะตนเห็นว่าถ้าเราไม่เข้ามาเศรษฐกิจไทยจะยิ่งแย่ เพราะประเทศไทยติดลม พร้อมเปรียบว่าเศรษฐกิจไทยเหมือนรถยนต์ติดหล่มติดโคนไปหมด ถ้ายกออกจากหล่มไม่ได้ เศรษฐกิจไทยก็ยิ่งติดหล่ม ฉะนั้นจึงออกแบบว่าเราจะต้องยกเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่มก่อน

ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งพลัส ทำเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเห็นได้จากที่ตนไปเดินตลาดก่อนหน้านี้เงียบ แต่ทพพ่อค้าแม่ค้าจากกระเป๋าตังค์เงียบตอนนี้กลายเป็นกระเป๋าตุงมากขึ้น นอกจากนี้โครงการคนละครึ่งพลัสยังมีการเพิ่มทักษะขายออนไลน์ทำให้เพิ่มรายได้ ฉะนั้นคนละครึ่งพลัสทำให้คนไทยเก่งขึ้น

นอกจากนี้ เรายังมีโครงการปิดหนี้ไว้ไปต่อได้ ขณะนี้มีคนสมัครแล้ว 300,000 คน จากที่ฃตั้งเป้า 1,300,000 คน เพราะเราต้องการให้คนที่ปิดหนี้เสีย ปิดหนี้รถยนต์ปิดหนี้บ้าน ปิดหนีับัตรเครดิตและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เราจึงนำนโยบายปิดหนี้ไวไปต่อได้ดึงออกมาและไปบริหารหนี้ ทำให้เขาไม่มีหนี้และไม่ให้กลับมาเป็นหนี้ใหม่และกลับมากู้ใหม่ ซึ่งนี่เป็นการชุบชีวิตมีชีวิตใหม่

นอกจากนี้ ภูมิใจไทยยังมีในนโยบายช่วยช่วยกลุ่มเอสเอ็มอี โดยมีการตั้งกองทุนใหม่เพื่อให้เอสเอ็มอีเดินต่อได้ เพราะเอสเอ็มอีคือหัวใจของเศรษฐกิจ กว่า 90%

นายเอกนิติ ย้ำว่า ที่ตนเข้ามา ทิ้งชีวิตราชการ 6 ปี และประธานกรรมการธนาคารที่ทุกคนหมายปองเพื่อต้องการให้ประเทศไทยดีขึ้น อยากให้ประเทศไทยฟื้นเศรษฐกิจ และข้อมูลล่าสุดประเทศไทยพ้นจากหล่มเรียบร้อย เพราะก่อนที่ตนจะออกมาจากราชการคาดว่าจะโตแค่ 0.3% แต่วันนี้เศรษฐกิจโต 1.8% หรือคิดเป็นเงินปี 68 เศรษฐกิจไทยโต 300,000 ล้านบาท โดยมาจากคนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า จากที่ตนเดินทางไปประชุมดาวอสพบว่าโลกน่ากลัวมาก ผู้นำทุกประเทศพูดว่าทุกคนมีสิทธิ์เลือก ฉะนั้นประเทศไทย ตน นางศุภจี นายสีหศักดิ์ จึงพานักธุรกิจไปเจรจากับเขาเรียบร้อยแล้ว เพราะเราอยากให้นักธุรกิจไทยมีบทบาทในเวทีโลก ไม่เช่นนั้นดาววอสมันจะกระเทือนถึงดาวคะนอง เพราะถ้าเราไม่หานักธุรกิจ เราจะไม่มีการลงทุนในประเทศไทย ไม่สามารถต่อรองกับใครได้และประชาชนจะตกงาน ธุรกิจจะต้องขาดทุน ซึ่งจากที่ตนไปประชุมดาวอส 3 วันสามารถดึงการลงทุนได้ 500,000 ล้านบาท เพราะนี่คือการที่เราไปอยู่บนโต๊ะเจรจา

นอกจากนี้สิ่งต่อไป เราเห็นเรื่อง AI ที่ช่วยชีวิตเรามาก ถ้าใครไม่ทำ AI ก็จะตกงาน ซึ่งเราจะมีการเรียนการสอน AI ให้กับคนไทย เพื่อไม่ให้ตกงาน ส่วนที่โลกยุคใหม่ต้องการสีเขียวต้องการพลังงานสะอาด เราจึงมีโยบายที่จะให้คนติดโซลาร์และเปลี่ยนเป็นเงิน คือการเปลี่ยนหลังคาเป็นพลังงานโซลาร์ ทำให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน

นายเอกนิติ อย่างกล่าวถึงมนุษย์เงินเดือน ว่าโครงการคนละครึ่งพลัสที่เราทำจะมีต่ออย่างแน่นอน เพราะนายอนุทิน บอกก่อนยุบสภาแล้วว่าจะทำอย่างแน่นอน แล้วจะไม่ทำแค่ลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียว แต่เราจะเพิ่มทักษะในเรื่อง AI โดยมี AI ในแอพกระเป๋าและถุงเงินด้วย เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้มากขึ้น

ส่วนการที่ไทยจะยืนบนเวทีโลก นายเอกนิติ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยากจะมาแก้ไขหนี้และมีความสุขระยะสั้น แต่อยากให้คนไทยมีความสุขในระยะยาว โดยจะดึงการลงทุนเข้ามาทำให้คนไทยมีทักษะเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น

เพราะความตั้งใจสิ่งสุดท้ายของตนความฝัน คืออยากเห็นรอยยิ้มของคนไทย อยากเห็นคนไทยที่มีความสุข คนไทยยืนได้โดยขาตัวเอง เราถึงไม่ทำนโยบายประชานิยม หรือนโยบายแจกเงิน เราต้องการให้คนไทยมีทักษะที่ดีขึ้น โดยให้เบ็ดไปตกปลา ไม่ใช่ให้ปลาเค้าไปกิน

นายเอกนิติ กล่าวว่า จากที่ทำงานมา 73 วัน นโยบายเราช่วยให้เศรษฐกิจไทยออกจากหล่ม วันนี้มันออกจากหล่มแล้ว ซึ่งพิสูจน์ว่าเราทำจริงไม่ได้พูดอย่างเดียวและเราทำเป็น ฉะนั้นขอโอกาสประเทศไทยขึ้นจากหล่มไม่พอ แต่มันต้องให้รถยนต์ของคนไทยขับเคลื่อนได้เร็ว ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือนโยบาย 10พลัส เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้นทมีหนี้ลดลง ซึ่งเรามา 73 วัน ยกไทยออกจากหล่มได้ ซึ่ง 73 ถ้ากลับก็เป็น 37

ก่อนทิ้งท้ายว่า นโยบาย 10พลัส มีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้าเลือกภูมิใจไทย จะมีชีวิตที่ดีกว่า 10 เท่า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิชญุตม์' การันตีผลงานรัฐบาล 'อนุทิน' 4 เดือน รับมือวิกฤตพลังงาน ดันราคาข้าว-ยาง-ปาล์ม พุ่งต่อเนื่อง พร้อมอัดมาตรการช่วยลดต้นทุน-ขยายตลาดโลก

นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ 4 เดือน สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานและสงครามตะวันออกกลางได้ดี ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น

'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!

รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง

'ธิวัลรัตน์' ดันมวยไทยสู่มรดกโลก เพื่อศึกษา ฝึกสอน อนุรักษ์ศิลปะ เกิดองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายมวยไทยให้ยั่งยืนในระดับนานาชาติ

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนามวยไทยนานาชาติ ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับสมาคมสยามยุทธกีฬาพื้นเมืองไทย ตลอดจนทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดเวทีแห่งการเรียนรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายมวยไทยในระดับนานาชาติ

'สุชาติ' ตอก 'ไอซ์' ตรวจสอบแต่ไร้องค์ความรู้!

'สุชาติ' ตอก 'ไอซ์ รักชนก' กล่าวหางบกระจุกแค่พื้นที่ สส.ภูมิใจไทย เหน็บ แย่! ตรวจสอบแต่ไร้องค์ความรู้ ต้องเป็นมืออาชีพกว่านี้ โอ่รักษาผลประโยชน์สูงสุดในหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ

'ไอติม' ลั่นไม่ลืมสัญญาประชาคม 'มีเราไม่มีเทา' ชี้ตั้งรัฐบาลใหม่เป็นแค่ข่าวลือ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลแดง เขียว ส้ม ซึ่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ระบุว่าลืมไปหมดแล้วที่เคยพูดว่า “มีเราไม่มีเทา” จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส้มเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ตอนนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานหลายอย่างมาก ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการยืนยันในแต่ละภาคส่วน

'กรวีร์' แจงถือครองที่ดินถูกศาลยึดทรัพย์ ชี้ถูกยึดแค่ตัวบ้าน ซื้อคืนกลับมาแล้ว

‘กรวีร์" แจง ปมถือครองที่ดินถูกศาลยึดทรัพย์ ชี้ ถูกยึดแค่ตัวบ้าน แต่ซื้อคืนกลับมาแล้ว ยัน ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ยื่นบัญชีถูกต้องตรวจสอบได้ โต้ปม ‘เนวิน’ นุ่งขาสั้น วอนแยกแยะ เหตุไปฐานะปธ.สโมสรบุรีรัมย์ ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย