ปีนี้ "ภูมิใจไทย-อนุทิน" ครบเครื่อง โอกาสตั้งรัฐบาลสูงลิ่ว! "รศ.ดร.โอฬาร" แนะฝ่ายอนุรักษ์เร่งรวมเสียงโค้งสุดท้าย การันตี "อนุทิน" นั่งนายกฯ
5 กุมภาพันธ์ 2569 - ศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ในส่วนของความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล มีความพร้อมรอบด้านในการก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีโอกาสผลักดันนายอนุทินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายใต้เงื่อนไขการเมืองไทยที่รัฐบาลผสมยังคงเป็นรูปแบบหลักของการจัดตั้งอำนาจบริหาร
รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า โครงสร้างการเมืองไทยในปัจจุบันทำให้พรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายจนจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ยาก การครองเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภายังคงเผชิญข้อจำกัดทั้งเชิงโครงสร้างอำนาจและความซับซ้อนของการแข่งขันทางการเมือง ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องพึ่งพาศักยภาพด้านการรวบรวมเสียง การต่อรอง และความสามารถในการค้ำจุนเสถียรภาพในสภา มากกว่าการพิจารณาจากคะแนนนิยมส่วนบุคคลเพียงมิติเดียว
ในบริบทที่คะแนนนิยมของพรรคการเมืองหลักยังไม่ปรากฏกระแสนำอย่างชัดเจน ผลการเลือกตั้งมีแนวโน้มก่อให้เกิดสภาที่มีการกระจายตัวของคะแนนเสียง พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. ระดับกลางถึงสูง มีวินัยพรรค มีเอกภาพภายใน และมีเครือข่ายทางการเมืองครอบคลุมหลายภูมิภาค จึงมักมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีคุณลักษณะดังกล่าวอย่างเด่นชัด
รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า อำนาจต่อรองของพรรคภูมิใจไทยได้รับการเสริมแรงจากบทบาทของอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรค ประสบการณ์ในฝ่ายบริหาร และเครือข่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาค เงื่อนไขเหล่านี้เพิ่มน้ำหนักให้พรรคในการเป็น “พรรคแกนนำ” จัดตั้งรัฐบาลผสมหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในระบบรัฐสภาที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถูกกำหนดจากการรวมเสียงของพรรคการเมืองเป็นสำคัญ
สำหรับจุดแข็งของอนุทิน รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่าอยู่ที่ประสบการณ์ทางการเมือง วัยวุฒิ และความน่าเชื่อถือ การผ่านตำแหน่งสำคัญในฝ่ายบริหารมากว่า 30 ปี รวมถึงการเคยได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้นำที่เข้าใจกลไกรัฐและการบริหารรัฐบาลผสมอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพรรคการเมืองพันธมิตรในด้านเสถียรภาพของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยยังมีฐานอำนาจเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็ง ผ่านเครือข่าย ส.ส. แบบแบ่งเขต กลุ่มบ้านใหญ่ และตระกูลการเมืองในหลายภูมิภาค ฐานอำนาจดังกล่าวช่วยค้ำจุนเสียงในสภาและเพิ่มศักยภาพในการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลผสมในระยะยาว ทำให้พรรคถูกมองว่าเป็นผู้เล่นสำคัญที่พรรคการเมืองอื่นหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการจัดตั้งรัฐบาล
ในเชิงบทบาททางการเมือง รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ความสามารถของอนุทินในการประสานผลประโยชน์และสร้างฉันทามติระหว่างพรรคการเมืองต่างขั้ว สอดคล้องกับธรรมชาติของระบบรัฐสภาไทย ช่วยลดแรงเสียดทานภายในรัฐบาลผสม และเพิ่มโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ขณะที่แนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทยซึ่งให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง การสาธารณสุข และการพัฒนาท้องถิ่น ยังเอื้อให้พรรคสามารถทำงานร่วมกับพรรคการเมืองได้หลากหลายขั้ว
รศ.ดร.โอฬาร ยังชี้ว่า โจทย์สำคัญของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในการเลือกตั้งครั้งนี้คือปัญหาการขาดเอกภาพ การกระจัดกระจายของพรรคการเมืองในปีกเดียวกันทำให้คะแนนเสียงถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน ลดทอนศักยภาพในการรวมพลังเพื่อขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว พรรคภูมิใจไทยจึงอยู่ในตำแหน่งเชิงโครงสร้างที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมทางการเมืองของผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม
พร้อมเห็นว่า การตัดสินใจเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย สำหรับฝ่ายขวาไทย ที่เสียงยังกระจาย ควรเป็น “การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์” ที่ให้น้ำหนักกับพรรคที่มีศักยภาพสูงสุดในการจัดตั้งรัฐบาล มากกว่าการเลือกตามความพึงพอใจเชิงอัตลักษณ์ของแต่ละพรรค การรวมศูนย์คะแนนเสียงไว้กับพรรคที่มีความพร้อมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการครองอันดับหนึ่งของการเลือกตั้ง และเสริมความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในระบบรัฐสภา เพื่อผลักดันให้นายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกฯ เพื่อสานต่อนโยบายในเชิงจารีตนิยมต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โอฬาร' ชี้รัฐบาลอนุทินเดินถูกทาง เร่งจัดระเบียบราชการ-ล้างโกงสอบ ปูทางปฏิรูประยะยาว
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการจับกุมและขยายผลขบวนการทุจริ
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า
'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา
คำต่อคำ 'ไอซ์ รักชนก' แจงคุย 'ไชยชนก' เดินปรี่เข้าหากลางที่ประชุมสภาฯ
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้เจอกันในห้องประชุม ดิฉันเลยถามคุณไชยชนก พรุ่งนี้ที่ กมธ.ติดตามงบฯ เชิญร่วมประชุมมาไหม ?

