อย่าหลงทาง! 'ไชยันต์' เปิดระบบซื้อเสียง ไม่เกี่ยวกับ QR หรือ Bar code

24 ก.พ.2569- ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความว่า ระบบซื้อเสียง “ที่ทำกันมาได้ ทำกันมาดี !” โดยมีระบบตรวจสอบที่ไม่เกี่ยวกับ QR หรือ Bar code
…..
เทคนิคซื้อเสียงเลือกตั้ง ซื้อด้วยเงินหลวง ซื้อให้ถูกหรือผิดกฎหมายก็ได้
.
กลโกงเลือกตั้งยุคใหม่ มักเกิดขึ้นจากกลไกการเมืองผ่านเครือข่ายหัวคะแนนและเครือข่ายบ้านใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้ครอบคลุมทุกระดับ ควบคู่กับใช้กลไกรัฐผ่านฝ่ายปกครองและเครือข่ายสาธารณะสุข การทุ่มซื้อเสียงจะเกิดขึ้นทั่วไปเช่นที่ผ่านมา ด้วยเทคนิคพิสดาร เช่น
.

  1. ภาษีหายไปไหน! ในปีก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง อบจ. มักมีงบสองรายการที่เพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษจากปีก่อนหน้า จนถูกตั้งคำถามว่า งบเหล่านี้ถูกนำไปหว่านซื้อเสียงอย่าง “ถูกกฎหมาย” ยิงตรงถึงตัวบุคคลอย่างเจาะจง ใช่หรือไม่?
    1.1 จ้างงานบุคลากร ปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่น่าจับตา เช่น ขอนแก่นเพิ่มขึ้น 649.9 ล้านบาท (ร้อยละ 46) นราธิวาส 360 ล้านบาท (ร้อยละ 57) เชียงใหม่เพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท (ร้อยละ 26) สงขลาเพิ่มขึ้น 139.9 ล้านบาท (ร้อยละ 25) ชลบุรีเพิ่มขึ้น 355 ล้านบาท (ร้อยละ 20)
    พวกตั้งใจฉ้อฉลจะเน้นจ้างลูกหลานคนในพื้นที่หาเสียง เป็นลูกจ้างหรือพนักงานชั่วคราว หลังจากนั้นอาจจ้างต่อหรือเลิกจ้างก็ได้ พื้นที่ไหนตุกติกทำคะแนนไม่เข้าเป้า คนจากพื้นที่นั้นก็ถูกเลิกจ้าง
    นอกจากนี้ยังพบอีกว่า อบจ. 20 แห่ง ตั้งงบบุคลากรไว้สูงกว่าร้อยละ 40 ของงบรายจ่ายประจำปี เกินกว่าที่กำหนดใน พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่นฯ
    1.2 งบดำเนินการ
    ที่มักถูกใช้จ้างเหมาบริการ เช่น ขุดลอกคูคลอง ดูแลสวนสาธารณะ กวาดถนน มีทั้งที่ อบจ. จ้างเองและจัดสรรงบให้เทศบาลหรือ อบต. ไปจ้าง เป็นโครงการมูลค่าไม่มาก ราวหนึ่งแสนบาทหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ได้รับสัญญาจ้างเหมามักเป็นคนในเครือข่ายนั่นเอง
    ทั้งสองอุบายที่ต้องจับตานี้คือ การใช้เงินหลวงสร้างเครือข่ายพวกพ้อง แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มีผู้รู้เห็นจำนวนมาก แต่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวกระทบคนเสียประโยชน์หรือขัดใจชาวบ้านบางกลุ่ม แม้นักการเมืองที่เป็นคู่แข่งก็ไม่อยากเสียโอกาสหากวันข้างหน้าตนเป็นผู้ชนะบ้าง
    เม็ดเงินส่วนนี้เกิดจากความตั้งใจทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี “ต่ำกว่ารายได้” ที่จะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้เกิด “เงินเหลือใช้” กลายเป็นเงินสะสม แล้วขออนุมัติใช้เงินนี้จากสภา อบจ. โดยตั้งเป็นวาระพิเศษหรือวาระจร ทำให้ขาดการศึกษาพิจารณาที่รอบคอบ ชาวบ้านก็ไม่ทันรับรู้
    .
  2. จ้างทีมงานหาเสียง
    เป็นการซื้อเสียงที่ถูกกฎหมาย โดยจ้างคนในพื้นที่จำนวนมากเช่น ผู้ช่วยหาเสียง ตัวแทนผู้สมัครประจำหน่วยเลือกตั้ง พิธีกรเวทีปราศรัยหาเสียง คนปิดป้ายโฆษณาป้ายหาเสียง คนแจกจ่ายใบปลิวแผ่นพับ
    การจ้างเช่นนี้ตรวจสอบความจริงได้ยากว่าจ้างกี่คน อัตราค่าจ้าง จ้างแล้วมาทำงานจริงหรือไม่
    .
  3. เปิดบ่อนพนัน เดิมพันว่าใครจะชนะ
    ผู้บงการจะวางกลยุทธ์ราคาเดิมพันต่างกันตามสถานการณ์และเขตพื้นที่ เช่น ในกรณีผู้สมัครฯ ยัง “ไม่มั่นใจ” ว่าตนจะชนะเลือกตั้ง ช่วงเริ่มต้นจะหยั่งเสียงด้วยการตั้งราคาต่อรอง 10:3 เพื่อดูศักยภาพคู่แข่ง ถ้ามีคนแทงมากแปลว่ามีคะแนนเสียงดี แล้วขยับราคาต่อรองขึ้นเป็น 2:1 หรือ 3:2 จนไม่มีราคาต่อ หากพบว่าคู่แข่งมีคะแนนเสียงดีมากแล้ว
    อีกเป้าหมายสำคัญของการรับพนันคือการตั้งราคาต่อรองจูงใจชาวบ้านให้แทงข้างตนมากๆ จะได้ไปชักชวนคนอื่นๆ มาลงคะแนนให้ตนเพื่อหวังเงินเดิมพัน
    ในกรณีผู้บงการ “มั่นใจ” ว่าตนชนะเลือกตั้งแน่ จะแอบวางเดิมพันด้วยเพื่อหวังกำไรมาคืนทุน
    .
  4. แจกเงินซื้อเสียงแบบดั้งเดิม
    4.1 วิธีทั่วไปคือให้หัวคะแนนเดินจดโพยรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามจุดต่างๆ แล้วแจกเป็นเงินสดหรือ “โอนผ่านพร้อมเพย์” ตามรายชื่อ อาจจ่ายก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง ในอัตราต่างกันตั้งแต่ 200 ถึง 3,000 บาท ถูกแพงขึ้นอยู่กับพื้นที่และสถานการณ์ เฉลี่ยทั่วประเทศ 900 บาท
    (ข้อมูลนี้ทำให้แปลกใจว่าทำไม กกต. หาหลักฐานเอาผิดคนซื้อเสียงได้น้อยมาก)
    4.2 เมื่อจัดเวทีปราศรัย ชาวบ้านที่มาฟังได้ 300 บาท รถรับจ้างที่ขนคนมาได้ 1,500 บาท หลายแห่งชาวบ้านตกลงกับผู้สมัครไว้เลยว่าอย่าจัดเวทีซ้อนกัน บางวันมีรอบเที่ยง บ่าย ค่ำ ก็ได้รับ 3 เวที
    4.3 ติดป้ายผ้าไวนีลเป็นสัญลักษณ์ว่าบ้านนี้เป็นหัวคะแนนพื้นที่ เพื่อจ่ายเงินตามผลงานหลังเลือกตั้ง
    4.4 หลายจังหวัดใช้ อสม. บางคนคุมเสียงในพื้นที่เล็กๆ เพราะเครดิตดี เป็นผู้หญิง คนเชื่อถือมาก ต่างจากกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ติดภาพว่าเป็นคนมีตำแหน่ง มีอิทธิพล ข่มชาวบ้าน หรือมีประวัติอมเงิน
    4.5 หัวคะแนนมืออาชีพจะมีเงินเดือนและค่างานเมื่อมีเลือกตั้ง แถมโบนัสก้อนโตหากผลงานดี คนกลุ่มนี้จึงรายได้ดีกว่าหัวคะแนนเฉพาะกิจ อนึ่ง ที่ผ่านมามักเกิดกรณีหัวคะแนนอมเงินค่าหัวชาวบ้าน เช่น รับมา 2,000 บาท จ่ายจริง 500 บาท ของแบบนี้ชาวเขาคุยกันว่าใครได้จากใครเท่ากี่บาท
    .
    ในอดีตชาวบ้านร้อยละ 80 จะรักษาคำพูดเมื่อรับเงินมาแล้ว
    .
    แต่จากการสำรวจล่าสุดของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าประชาชนร้อยละ 56 เป็นปลาที่กินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด คือรับเงินแต่ไม่ลงคะแนนให้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อายุ 18 ถึง 40 ปี
    .
    เงินบาปที่ใช้ซื้อเสียง.. มาจากไหน?
    .
    ผู้สมัครฯ ที่ยังใช้วิธีเดิมๆ อาจหมดค่าใช้จ่ายในการหาเสียง บวกเงินซื้อเสียงและเงินวงพนัน ราว 60 ถึง 300 ล้านบาท ตามขนาดจังหวัดและความเข้มข้นในการแข่งขัน
    .
    เงินเดือนนายก อบจ. 75,550 บาท รวม 4 ปีเป็นเงิน 3,624,000 บาท บวกเบี้ยประชุมแล้วยังมองไม่ออกว่าจะถอนทุนคืนจากไหน รู้แต่คนไทยร้อยละ 95.4 บอกว่า ใน อบจ. มีการโกงมโหฬาร
    .
    นายก อบจ. ส่วนใหญ่อายุมาก ครองตำแหน่งมานานแบบไร้คู่แข่ง คนพวกนี้มักชะล่าใจไม่ออกเดินหาเสียง ไม่ขึ้นรถแห่ บางคนใช้เงินซื้อเสียงอย่างเดียว จึงมีโอกาสถูกล้มแชมป์สูงมาก
    .
    บางคนรู้ตัวก็ประกาศขอสมัครเป็นครั้งสุดท้าย บ้างก็ให้ทายาทมาแทน แต่ใครที่จะมาท้าชิงก็ต้องทำการบ้านหนักเช่นกัน
    .
    ไม่มีใครกลัว กกต.!! ..
    .
    คนไทยร้อยละ 68 รู้ว่ามีการซื้อเสียงเกิดขึ้น ขณะที่ข้อมูลเลือกตั้งนายก อบจ. ปี 2563 มีเรื่องร้องเรียนสู่ กกต. 718 เรื่อง แต่ส่งฟ้องศาลเพียง 47 เรื่อง หรือร้อยละ 6.5 เท่านั้น
    .
    ในจำนวนนี้มีผู้สมัครฯ ตกเป็นจำเลย ถูกลงโทษอาญาและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเพียง 4 คดี นอกนั้นเป็นหัวคะแนนหรือใครก็ไม่รู้
    .
    กกต. เคยชี้แจงว่าเหตุที่ดำเนินคดีผู้สมัครที่ซื้อเสียงได้น้อยมาก เพราะไม่มีใครมาแจ้งหรือให้ข้อมูล ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะประชาชนไม่เชื่อว่า กกต. จะกล้าเอาจริงและปกปิดตัวตนผู้ร้องเรียนได้ และดูเหมือนการร้องเรียนเป็นเรื่องไร้ค่า เพราะคดีเกือบทั้งหมดไม่สามารถสาวถึงตัวบงการ แม้จะชัดว่าใครคือผู้ได้ประโยชน์จากการซื้อเสียงที่เกิดขึ้น
    .
    สิ่งที่คนไทยได้เห็นต่อมาคือ คนชนะเลือกตั้งโดนสอยเพราะตรวจสอบคุณสมบัติไม่ผ่าน เช่น ติดคดี มีประวัติต้องห้าม ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งก่อน ฯลฯ
    .
    แน่นอนว่าหาก กกต. ไม่ทำงานเชิงรุก การซื้อเสียงและโกงเลือกตั้งจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ !
    .
    ถึงเวลาเปลี่ยน..
    .
    ทรัพยากรและศักยภาพทางเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัดยังดีมาก หากถูกคดโกงหรือใช้ไม่ถูกต้องย่อมเสียเปล่า เสียดายประโยชน์ที่ประชาชนควรได้รับ หากเราไม่ช่วยกันดูแลก็อยู่ลำบากกันไปอย่างนี้ แล้วประเทศไทยจะไปไม่รอด
    .
    การเปลี่ยนแปลงเกิดได้ด้วยพลังประชาชน หยุดการซื้อขายเสียง สนับสนุนการเลือกตั้งที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้คนเก่ง ไม่มีประวัติคดโกงได้กล้าอาสามาพัฒนาจังหวัด
    .
    การเมืองท้องถิ่นที่มีธรรมาภิบาลคือรากฐานประชาธิปไตย ความสุจริตโปร่งใสที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อการเมืองระดับประเทศต่อไป
    .
    ดร.มานะ นิมิตรมงคล
    ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
    .
    หมายเหตุ: ความคิดเห็นคนไทยในบทความนี้ อ้างอิงจาก “รายงานการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการเลือกตั้งนายก อบจ.” โดย ม.หอการค้าไทย เดือนธันวาคม 2567
    ————-
    ผู้สนใจเรื่องการใช้บ่อนพนันเป็นกลไกในการทุจริตเลือกตั้ง โปรดดูรายละเอียดได้จาก
    วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต รัฐศาสตร์ จุฬาฯ 2539 เรื่อง “การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งโดยใช้วิธีการพนันขันต่อ“

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก cr องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น ครับ
..

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา! ตอนจบภาคสอง คดีปริศนาบัตรเลือกตั้งมรณะ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จบครับ นักสืบปัวโรท์ ดร.เรือบิน กับ โคนัน ธนารัตน์ เฉลยคดีปริศนาบัตรมรณะ เป็นที่เรียบร้อย

KPI Poll เปิด 'สูตรรัฐบาล' ที่ปชช.ชอบสุด 'ภท.+พท.+ปชป.'

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชนและรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง” ระหว่างวันที่ 13 - 16 ก.พ. 2569

ประกาศคนหาย! 'ไชยันต์' ทวง 'โรม' ขอผังภาพ IO ของทหาร อย่าด่าแล้วลืม

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความว่าคุณโรมครับ เมื่อวันที่ 23 มิ

'อดีต กกต.' แย้ง 'บาร์โค้ด' บัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ป้องโกงแต่เอื้อมากกว่า

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีวิธีมากมาย ที่ป้องกันการพิมพ์บัตรเกิน และเป็นเครื่องมือในการติดตามเส้นทางบัตร

คนไทยเอือม! เลือกตั้งผ่านไปสัปดาห์ ยังย่ำอยู่กับที่

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หนทางตีบตัน เลือกตั้งผ่านมา​ 7 วันแล้ว พรรคไหนได้กี่เสียงชัดๆ ยังไม่มี​